❇️ แหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งจางเย่

ถ้าพูดถึง จางเย่ (Zhangye) หลายคนมักจะนึกถึง ภูเขาสายรุ้ง (Zhangye Danxia) เป็นอันดับแรก แต่มีอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยยังไม่ค่อยรู้จักกันนัก หลังจากที่เราได้มีโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเอง ก็เลยอยากมาแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์กับเพื่อนๆ นั่นก็คือ Pingshan Grand Canyon หรือในชื่อภาษาจีน 平山湖大峡谷 (ผิงซานหูต้าเสียกู่)

หุบผาหินทรายสีแดงของแกรนด์แคนยอนผิงซานหู

ชั้นหินโค้งเว้าคล้ายคลื่นกลางทะเลทราย

หาก ภูเขาสายรุ้งจางเย่ คือบทแรกที่เล่าเรื่อง “สีสันของโลก” ผิงซานหู คือบทถัดมาที่เล่าเรื่อง “โครงสร้างของโลก”

ร่องหุบเขาลึกและผนังหินสูงชันของผิงซานหู

ผาหินทรายสูงชันเปิดออกเป็นร่องลึก ชั้นหินโค้งเว้าเหมือนคลื่นที่หยุดนิ่งกลางทะเลทราย สีแดง น้ำตาล ส้มเข้ม ถูกแกะสลักด้วยเวลาและแรงลม

ประสบการณ์ของผิงซานหู ต่างจากภูเขาสายรุ้งจางเย่อย่างชัดเจน ภูเขาสายรุ้งจางเย่เป็นการมอง “ความงามของพื้นผิวโลก” จากแท่นชมวิว ส่วนผิงซานหูเป็นการที่เราได้ ลงไปเดินอยู่ระหว่างชั้นหิน

อ่านเพิ่มเติม: 🌈 ภูเขาสายรุ้งจางเย่: มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งมณฑลกานซู่


🗺️ ข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ของผิงซานหู

1. ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geographical Setting)

ผิงซานหูมีพื้นที่ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตร อยู่ที่ความสูง 1,500 - 2,550 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในเขตกึ่งแห้งแล้ง (semi-arid zone) ที่มีปริมาณน้ำฝนต่ำ ไม่มีแม่น้ำถาวรไหลผ่านแคนยอน ลักษณะภูมิประเทศโดยรวมเป็นพื้นที่ราบสูงที่ถูกตัดสลับด้วยร่องลึก ผนังหินสูงชัน และพื้นที่เปิดโล่งที่รับแรงลมโดยตรง

เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ ลมและอุณหภูมิ กลายเป็นตัวแปรหลักในการก่อรูปภูมิประเทศ แทนที่น้ำซึ่งเป็นปัจจัยหลักของแคนยอนแบบคลาสสิก


2. ชนิดหินและองค์ประกอบหลัก (Lithology)

โครงสร้างของผิงซานหูประกอบด้วย หินตะกอน เป็นหลัก ได้แก่:

หินทราย (Sandstone) เกิดจากการอัดแน่นของเม็ดทรายในสภาพแวดล้อมแห้งหรือกึ่งแห้ง ให้โครงสร้างที่แข็งแรง แต่แตกเป็นแนวได้ง่าย

หินดินดาน (Shale) เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนเนื้อละเอียดเป็นชั้น มีความอ่อนกว่าหินทราย จึงถูกกัดกร่อนได้เร็วกว่า

การสลับชั้นของ หินแข็ง-หินอ่อน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดผนังแคนยอนที่มี “ขั้นบันได” และ “เลเยอร์” ที่ชัดเจน


3. กระบวนการก่อรูป (Geomorphological Process)

ผิงซานหูเกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะจากลมและน้ำเป็นเวลา หลายร้อยล้านปี ก่อให้เกิดหุบเขาลึก ยอดเขาแปลกตา และหน้าผาสีแดงสดคล้ายเปลวไฟ

กระบวนการหลัก ประกอบด้วย:

  • การยกตัวของแผ่นเปลือกโลก ในช่วงปลายยุคเทอร์เชียรี (Tertiary) ทำให้ชั้นหินตะกอนถูกยกขึ้นเหนือระดับเดิม
  • การพังทลายจากลม (Aeolian Erosion) ลมแรงพัดพาเม็ดทรายกัดเซาะผิวหินอย่างต่อเนื่อง
  • ความต่างของอุณหภูมิสูง (Thermal Weathering) กลางวันร้อนจัด กลางคืนเย็นจัด ทำให้หินขยายตัว-หดตัวสลับกัน เกิดรอยร้าวตามมา
  • การพังทลายแบบเลือกชั้น (Differential Erosion) ชั้นหินอ่อนถูกทำลายเร็วกว่าชั้นหินแข็ง ส่งผลให้เกิดร่องลึกและผนังตั้งชัน

4. ลักษณะทางสัณฐาน (Landform Characteristics)

ผิงซานหูมีลักษณะเด่นดังนี้:

  • ผนังแคนยอนสูงและคมชัด
  • ร่องลึกแคบสลับกับพื้นที่เปิดโล่ง
  • รูปทรง V-shape ผสม U-shape ในบางช่วง

ความลึกเชิงสายตาไม่ได้เกิดจากความสูงเพียงอย่างเดียว แต่จากการจัดวางของผนังหินที่บีบและเปิดสลับกัน ทำให้เกิดมิติของแสงและเงาที่ชัดเจนมาก


5. ความหมายเชิงภูมิศาสตร์

ผิงซานหูเป็นตัวอย่างสำคัญของภูมิประเทศที่:

✓ เกิดจากกระบวนการในเขตแห้งแล้ง ✓ ไม่พึ่งพาน้ำเป็นตัวหลักในการก่อรูป ✓ แสดงบทบาทของลมและอุณหภูมิอย่างชัดเจน

มันจึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยอธิบายว่า ภูมิประเทศของโลกไม่ได้ถูกสร้างด้วยแรงเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการทางธรณีวิทยาที่หลากหลาย ซึ่งแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม


🌄 แกรนด์แคนยอนผิงซานหู (平山湖大峡谷)

📜 ข้อมูลทั่วไป:

ชื่ออย่างเป็นทางการ: 张掖平山湖国家地质公园 / Zhangye Pingshan Lake National Geopark เป็น อุทยานธรณีวิทยาแห่งชาติ เช่นเดียวกับภูเขาสายรุ้งจางเย่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ของประเทศจีน

ที่ตั้ง: เขตการปกครองคันโจว ตำบลผิงซานหู เมืองจางเย่ (张掖市) มณฑลกานซู่ ประเทศจีน

ลักษณะเด่น: เป็นภูเขาหินทรายสีแดง (Danxia Landform) ที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหุบเหวลึกและมีรูปร่างแปลกตา จนได้รับฉายาว่า “แกรนด์แคนยอนแห่งจีนตอนเหนือ” (The Grand Canyon of Northern China)

🚌 การเดินทาง:

ผิงซานหูตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจางเย่ประมาณ 56 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถโดยสาร หรือเช่ารถจากในเมืองจางเย่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 - 1.5 ชม. นอกจากนี้ อีกวิธีที่สะดวก คือจองซื้อตั๋วแบบออนไลน์จากแพลตฟอร์ม Trip.com

สามารถวางแผนเที่ยวได้แบบใช้เวลาครึ่งวัน หรือทัวร์หนึ่งวันร่วมกับจุดธรรมชาติอื่น เช่น ไปเที่ยวผิงซานหูในช่วงเช้าและชมภูเขาสายรุ้งจางเย่ในช่วงบ่าย-เย็น

ถนนสู่แกรนด์แคนยอนผิงซานหูกลางทะเลทราย

อาคารทางเข้าอุทยานธรณีผิงซานหู

บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหน้าอุทยาน

จุดจำหน่ายตั๋วเข้าชมผิงซานหู

🎫 ราคาตั๋ว

บัตรปกติ: 130 หยวน/คน (รวมค่าเข้า 100 หยวน + ค่ารถชัตเติลบัสรับส่งในพื้นที่ 30 หยวน)

บัตรลดครึ่งราคา (ผู้สูงอายุ 60-69 ปี): 80 หยวน/คน (ค่าเข้า 50 หยวน + ค่ารถชัตเติลบัส 30 หยวน)

นอกจากนี้ยังมีบัตรที่รวมแพ็คเกจกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย เช่น รถชมวิวแบบออฟโรด เกวียนอูฐ และการขี่อูฐ (แนะนำให้ซื้อด้วย - สนุกมาก ^^)

ป้ายราคาตั๋วและแพ็คเกจกิจกรรมต่างๆ

จุดตรวจตั๋วก่อนขึ้นรถชัตเติลบัส

รูปแบบมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศจีน หลังจากผ่านประตูเข้าไป ก็ต้องขึ้นรถชัตเติลบัสเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดเริ่มต้นอีกที..

รถชัตเติลบัสพานักท่องเที่ยวเข้าสู่เขตแคนยอน

ภูมิประเทศกึ่งทะเลทรายมองจากรถบัส

แนวเขาหินทรายสีแดงเริ่มปรากฏ

เส้นทางรถบัสเลียบขอบแคนยอน

วิวหุบผาลึกระหว่างทางสู่จุดเริ่มต้น

แผนผังเส้นทางท่องเที่ยวภายในผิงซานหู

📍 จิ่วหลงฮุ่ยไห่ (九龙汇海 / Jiǔlóng Huì Hǎi)

จิ่วหลงฮุ่ยไห่ หรือแปลว่า “ทะเลที่เก้ามังกรบรรจบ” เป็น จุดเริ่มต้นหลักของการท่องเที่ยวในผิงซานหู และถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของบริเวณนี้ ตั้งอยู่บริเวณ ทางเข้าหลักของผิงซานหูแกรนด์แคนยอน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวลงจากรถชัตเติลบัส ก่อนเริ่มการเดินสำรวจหุบเขา

จุดชมวิวจิ่วหลงฮุ่ยไห่ทะเลที่เก้ามังกรบรรจบ

แท่นชมวิวพาโนรามาเหนือหุบเขา

หน้าผาหินสีแดงเก้าแนวคล้ายลำตัวมังกร

“九龙” (จิ่วหลง / เก้ามังกร) มาจากลักษณะ หน้าผาหินสีแดง 9 แนว ที่ทอดตัวโค้งเว้าคล้ายลำตัวมังกรโบราณ

“汇海” (ฮุ่ยไห่ / บรรจบเป็นทะเล) สื่อถึงการที่หุบเขาหลายสายมาบรรจบกัน ราวกับมังกร 9 ตัวพุ่งลงสู่ทะเลแห่งธรณีวิทยา

พื้นที่นี้เป็น จุดชมวิวพาโนรามา ที่มองเห็นความยิ่งใหญ่ของหุบเขาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะมุมสูงที่ถ่ายรูปได้สวยงามมาก

วิวพาโนรามาความยิ่งใหญ่ของหุบเขาผิงซานหู

หุบเขาหลายสายบรรจบกันมองจากมุมสูง

แนวผาหินแดงทอดยาวสุดสายตา

🏜️ ทางเลือกของกิจกรรมจากจุดนี้ของนักท่องเที่ยว:

1. 峡谷探险 (การผจญภัยในหุบเขา): เป็น เส้นทางหลักของการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือก (ตั๋วหลัก ราคา 130 หยวน):

กิจกรรมการเดินเท้าลงไปสำรวจ-ท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ของแคนยอนด้านล่าง
ความยาวเส้นทางมี 3 ระยะให้เลือกเดิน: Hiking Sightseeing Route 1-3 เป็นการเดินจากบนเขาลงสู่ก้นหุบเขาแล้วกลับขึ้นมา
ระยะเวลา3-4 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความเร็ว)
ระดับความยาก⭐⭐⭐ (ง่าย-ปานกลาง) มีบันไดชัน ทางแคบ และต้องใช้พลังกายเล็กน้อย
ไฮไลต์• เดินผ่านช่องเขาแคบ “一线天” (ยี้เสี้ยนเทียน) • บันไดไม้ “云梯” (หยุนที) ที่ติดหน้าผาชัน • สะพานแขวนและทางเดินไม้ริมหน้าผา • ชมวิวหุบเขาจากมุมต่างๆ
สิ่งอำนวยความสะดวกมีรั้วกั้นและทางเดินไม้ที่สร้างอย่างมั่นคง แต่ควรระมัดระวังในวันฝนตกหรือลมแรง

2. 12KM 沙海越野 (Wild West Regions Deep Tour): เส้นทางท่องเที่ยวแบบเจาะลึก-ออฟโรดในแคนยอน (จ่ายเพิ่มประมาณ 100-200 หยวน)

กิจกรรมสำรวจ-ท่องเที่ยวไปตามจุดต่างๆ ของแคนยอนด้านล่างด้วยพาหนะต่างๆ
ความยาวเส้นทางประมาณ 12 กิโลเมตร
ระยะเวลา2-3 ชั่วโมง
ระดับความสนุก⭐⭐⭐⭐⭐ รถวิ่ง/กระโดดขึ้น-ลงไปตามเส้นทางในแคนยอน แบบสุดมันส์
ไฮไลต์• นั่งรถออฟโรด 6 ล้อสำรวจหุบเขา • การขี่อูฐ • นั่งรถลากอูฐ • เดินชมวิวในหุบเขาจากมุมต่างๆ

ป้ายแสดงเส้นทางกิจกรรมสองแบบของผิงซานหู

🚞 12KM 沙海越野 (Wild West Regions Deep Tour)

บริเวณใกล้เคียงแท่นชมวิว จิ่วหลงฮุ่ยไห่ คือจุดขึ้นรถออฟโรด 6 ล้อที่จะพาเราลงไปเที่ยวชมและสัมผัสความยิ่งใหญ่ในหุบเขา

จุดขึ้นรถออฟโรด 6 ล้อใกล้แท่นชมวิว

รถออฟโรด 6 ล้อตกแต่งธีมอูฐจอดรอผู้โดยสาร

นักท่องเที่ยวเตรียมขึ้นรถออฟโรดลงหุบเขา

ถุงเท้ากันทรายขายราคา 20 หยวน มีถุงเท้ากันทรายขายในราคา 20 หยวน

แผนผังเส้นทางออฟโรด 12 กิโลเมตร

รถออฟโรด 6 ล้อตกแต่งในธีมอูฐ พาเราเดินทางมุ่งหน้าลงสู่หุบเขา (แคนยอน) เบื้องล่าง วิ่งลัดเลาะไปตามเนินทรายและทางขรุขระ ผ่านภูเขาหินทรายสีแดงรูปร่างแปลกตา

รถออฟโรดวิ่งลัดเลาะเนินทรายลงหุบเขา

เส้นทางขรุขระผ่านภูเขาหินทรายสีแดง

หินทรายรูปร่างแปลกตาสองข้างทางออฟโรด

รถ 6 ล้อทะยานผ่านผืนทรายกลางแคนยอน

บรรยากาศสุดมันส์บนเส้นทางออฟโรด

📍 จุดชมวิวป่าหินปะการัง (珊瑚石林观景台)

เมื่อลงจากรถออฟโรดแล้ว เดินขึ้นเนินต่ออีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึง จุดชมวิวป่าหินปะการัง (珊瑚石林观景台 / Coral Stone Forest Viewing Platform) ความสวยงามแปลกตาของที่นี่การันตีได้จากการถูกเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังมาแล้วหลายเรื่อง

ป่าหินปะการังรูปทรงแตกแขนงแปลกตา

ทางเดินขึ้นเนินสู่จุดชมวิวป่าหินปะการัง

แท่นชมวิว Coral Stone Forest

หมู่หินปะการังทอดยาวทั่วหุบเขา

โลเคชั่นถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดัง

ลวดลายหินแตกแขนงคล้ายปะการังยักษ์

วิวมุมสูงของป่าหินปะการังกลางแคนยอน

แนวหินปะการังตัดกับท้องฟ้าใส

คำว่า ปะการัง (珊瑚 / Coral) ในที่นี้หมายถึง ลักษณะทางธรณีวิทยา ที่หินมีรูปร่างแตกแขนงคล้ายปะการังเท่านั้น ไม่ใช่หมายถึงซากปะการังดึกดำบรรพ์แต่อย่างใด

รายละเอียดพื้นผิวหินรูปทรงปะการัง

หมู่หินแตกแขนงมองใกล้จากทางเดิน

ทิวทัศน์ป่าหินปะการังมุมกว้าง

จากแท่นชมวิว มีทางเดินลงอีกฝั่งไปยังสถานีบริการด้านล่าง เพื่อรอขึ้นรถรับ-ส่งต่อไปยังจุดท่องเที่ยวถัดไป

ทางเดินลงสู่สถานีบริการด้านล่าง

สถานีบริการนักท่องเที่ยวกลางหุบเขา

ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกทำหลายอย่าง เช่น การขับขี่รถจี๊ปภูเขา ยิงธนู ขี่ม้า ฯลฯ

จุดกิจกรรมรถจี๊ปภูเขาและยิงธนู

บริการขี่ม้าชมวิวในหุบเขา

บรรยากาศสถานีกิจกรรมกลางแคนยอน

ลานกิจกรรมท่ามกลางผาหินสีแดง

นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมผจญภัย

มุมพักผ่อนระหว่างรอรถรับส่ง

จุดรอขึ้นรถไปยังกิจกรรมถัดไป

ยานพาหนะถัดมาคือรถมินิบัสที่มารับเราเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาที

รถมินิบัสรับส่งระหว่างจุดท่องเที่ยว

เส้นทางมินิบัสผ่านหุบผาสีแดง

วิวแคนยอนระหว่างนั่งรถมินิบัส

📍 นั่งอูฐทะเลทราย (骆驼骑行 / Camel Riding)

กิจกรรมไฮไลต์ถัดมาคือการขี่อูฐชมวิว ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษที่ช่วยให้เราได้สัมผัสกลิ่นอายและย้อนรอยบรรยากาศของเส้นทางสายไหมในอดีตได้อย่างใกล้ชิดที่สุด

คาราวานอูฐรอนักท่องเที่ยวกลางหุบเขา

จุดเริ่มต้นกิจกรรมขี่อูฐชมวิว

ขบวนอูฐเดินเรียงแถวผ่านแคนยอน

ย้อนรอยบรรยากาศคาราวานเส้นทางสายไหม

มุมมองจากบนหลังอูฐท่ามกลางผาสีแดง

ขบวนอูฐและเงาทอดยาวบนพื้นทราย

กิจกรรมขี่อูฐสุดประทับใจในหุบเขา

เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมขี่อูฐ ก็ถึงเวลาเดินเท้าเข้าสู่ใจกลางหุบเขาที่ขนาบด้วยผาสูงชันตลอดสองข้างทาง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกโอบกอดด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และเป็นเส้นทางที่ทำให้เราสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของแกรนด์แคนยอนได้อย่างแท้จริง

ทางเดินเข้าสู่ใจกลางหุบเขาผาสูงชัน

ผาสูงขนาบสองข้างทางเดิน

ช่องเขาแคบมุมแนวตั้ง

ร่องแคนยอนลึกแสงส่องจากด้านบน

ทางเดินลอดช่องผาแคบสูงชัน

ชั้นหินโค้งเว้าเหนือเส้นทางเดิน

แสงเงาตัดกันในใจกลางหุบเขา

ความยิ่งใหญ่ของแกรนด์แคนยอนจากก้นหุบเขา

📍 นั่งรถลากอูฐ (骆驼车 / Camel Carriage)

หลังเพลิดเพลินกับการเดินชมความอลังการในหุบเขาจนเริ่มเมื่อย เราก็ได้พักขาด้วยการนั่ง รถลากอูฐ เปลี่ยนจากเดินเท้ามาเป็นการนั่งชมวิวสบายๆ รับลมเย็นๆ แทน ได้ฟีลแปลกใหม่ไปอีกแบบ ^^

รถลากอูฐพานักท่องเที่ยวชมหุบเขา

อูฐลากเกวียนผ่านเส้นทางกลางแคนยอน

ขบวนรถลากอูฐเรียงแถวรอผู้โดยสาร

มุมมองจากบนรถลากอูฐ

วิวผาหินสีแดงระหว่างนั่งรถลากอูฐ

เส้นทางรถลากอูฐเลียบหน้าผา

บรรยากาศสบายๆ บนรถลากอูฐ

จุดสิ้นสุดเส้นทางรถลากอูฐ

📍 หุบเขาหลิงจือ (灵芝谷 / Lingzhi Canyon)

พ้นจากรถลากอูฐมา เดินเท้ากันต่ออีกนิด พอเห็น โรงเตี๊ยมแคนยอน (峡谷小酒馆 / Canyon Tavern) ตั้งตระหง่านอยู่ ก็แสดงว่าเราเข้าสู่โซน หุบเขาหลิงจือ เรียบร้อยแล้ว จุดนี้เป็นช่วงสุดท้ายที่เราจะได้เดินซึมซับบรรยากาศก่อนจะเริ่มทางเดินขึ้นจากหุบเขากัน

โรงเตี๊ยมแคนยอนจุดเริ่มต้นโซนหุบเขาหลิงจือ

บรรยากาศหน้าโรงเตี๊ยมกลางหุบเขา

ทางเดินเข้าสู่หุบเขาหลิงจือ

ผนังหินสูงชันของหุบเขาหลิงจือ

ชั้นหินลวดลายแปลกตาริมทางเดิน

ร่องหุบเขาแคบและชั้นหินโค้งเว้า

แสงส่องผ่านช่องเขาสร้างมิติแสงเงา

ทางเดินลอดช่องหินแคบมุมแนวตั้ง

หินรูปทรงประหลาดในหุบเขาหลิงจือ

เส้นทางเดินผ่านใจกลางหุบเขาหลิงจือ

ผาหินสีแดงเข้มยามแสงบ่าย

ชั้นหินซ้อนเลเยอร์ชัดเจนตามแนวผา

บรรยากาศเดินซึมซับธรรมชาติช่วงสุดท้าย

หินรูปทรงแปลกตาใกล้เส้นทางขึ้น

มุมถ่ายภาพชั้นหินหลากลวดลาย

ร่องแคนยอนลึกมองย้อนกลับไป

ภูเขาหินรูปทรงคล้ายเสือดาวหิมะ ภูเขาหินที่มองจากระยะไกลดูคล้ายเสือดาวหิมะ

หินรูปร่างคล้ายหัวสิงโต หินที่มีรูปร่างคล้ายหัวสิงโต

เส้นทางเดินขึ้นจากก้นหุบเขา

บันไดทางขึ้นเลียบหน้าผาสูง

วิวหุบเขามองจากเส้นทางขาขึ้น

แนวผาหินแดงช่วงท้ายของเส้นทาง

มุมมองสุดท้ายก่อนขึ้นพ้นหุบเขา

ทิวทัศน์แคนยอนผิงซานหูมุมกว้าง

ผิงซานหู… ความยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสลักไว้กลางดินแดนตะวันตก จากภาพป่าหินปะการังอันแปลกตา สู่เสียงกระดิ่งอูฐที่ดังก้องกังวานในหุบเขา นอกจากภาพถ่ายที่สวยงามและประสบการณ์สุดพิเศษแล้ว สิ่งที่ยังคงชัดเจนอยู่คือความทรงจำอันล้ำค่าบนเส้นทางสายไหม ที่ครั้งหนึ่งเราได้มีโอกาสมาเยือน \O.O/

ภาพอำลาแกรนด์แคนยอนผิงซานหูยามแสงเย็น