สแตนเซอร์ฮอร์น (Stanserhorn)
สแตนเซอร์ฮอร์น (Stanserhorn) คือสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครรู้จักหรือพูดถึงกันเท่าไรนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย จุดเด่นของที่นี่คือการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาในสองรูปแบบและบรรยากาศที่ผสมผสานกัน เริ่มจากรถรางไฟฟ้ารุ่นโบราณ (ตัวขบวนทำด้วยไม้) อายุกว่าร้อยปี แล้วเปลี่ยนเป็นกระเช้าไฟฟ้าทันสมัยแบบสองชั้น ที่สามารถขึ้นไปยืนชมวิวข้างบนได้ด้วย นอกจากนั้นที่ยอดเขา Stanserhorn ยังมีจุดชมวิวสวยงาม ตามแบบฉบับมาตรฐานของภูเขาสูงในสวิตเซอร์แลนด์ ใครผ่านมาถึงเมืองลูเซิร์นแล้ว ถ้าพอมีเวลาก็แนะนำให้แวะมาเที่ยวกันได้ ความสวยงาม บรรยากาศและประสบการณ์ที่ได้จะเป็นเอกลักษณ์และไม่เหมือนที่อื่นแน่นอน
Photo Credit: www.stanserhorn.ch
Photo Credit: www.stanserhorn.ch
Stanserhorn ตั้งอยู่ที่เมือง Stans บนเส้นทางรถไฟสาย Zentralbahn ที่วิ่งระหว่างเมือง Lucerne - Engelberg (เมืองต้นทางในการขึ้นไปสู่ยอดเขา Titlis) ถ้านั่งรถไฟจากลูเซิร์นมายังเมือง Stans จะใช้เวลาเพียงประมาณ 18 นาทีเท่านั้น

หลังจากที่ขึ้นไปเที่ยวยอดเขา Titlis ในตอนเช้า ช่วงบ่ายเรานั่งรถไฟจาก Engelberg มาลงที่เมือง Stans ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วเดินจากสถานีรถไฟอีก 400 เมตรไปยัง สถานีรถราง Stanserhorn-bahn เพื่อเดินทางขึ้นไปยังยอดเขา Stanserhorn


ระหว่างทางจะผ่านตัวเมืองที่บรรยากาศเงียบสงบ อาคารบ้านเรือนสะอาดสวยงาม เห็นหมู่นักท่องเที่ยวอยู่หลายกลุ่ม

ที่ลานจัตุรัสเล็กๆ ใจกลางเมือง มีน้ำพุ รูปปั้นและอนุสาวรีย์ของ วิงเคิลรีด (Winkelried) - วีรบุรุษในตำนานชาวสวิสแห่งสมรภูมิเซมปาเชอร์ในปี 1386 ตั้งอยู่ บริเวณรอบๆ เป็นร้านค้า โรงแรมและโบสถ์







สถานีรถราง Stanserhorn-bahn
การเดินทางขึ้น Stanserhorn เริ่มต้นด้วยการเดินทางด้วยรถราง (Funicular Railway) เก่าแก่จาก สถานี Stanserhorn-bahn ไปยัง สถานีกลางทาง Kälti โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ที่สถานีกลางทาง Kälti เปลี่ยนไปขึ้น กระเช้าไฟฟ้า CabriO แล้วเดินทางต่อขึ้นไปยังยอดเขา Stanserhorn ในเวลาอีกเพียงไม่ถึง 10 นาที

Stanserhorn-bahn เป็นอาคารที่มีรูปทรงเหมือนบ้านพักอาศัย ขนาดกระทัดรัด ทาสีแดงสดใส สถานีแห่งนี้และเส้นทางรถรางไฟฟ้าขึ้นสู่ยอดเขา Stanserhorn สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1893 จนในปี ค.ศ.1975 ได้เปลี่ยนเป็นกระเช้าไฟฟ้า (Aerial Cableway) จากสถานี Kälti ต่อมาในปี ค.ศ.2012 จึงได้เปลี่ยนจากกระเช้าไฟฟ้าแบบธรรมดามาเป็น CabriO® Aerial Cableway - กระเช้าไฟฟ้าแบบสองชั้น (Double-decker Aerial Cableway) ซึ่งถือว่าได้เริ่มเปิดตัวใช้งานที่นี่เป็นแห่งแรกของโลก
Photo Credit: www.stanserhorn.ch


เอกลักษณ์ของที่นี่คือรถรางรุ่นเก่า ที่ตู้ขบวนโดยสารทำด้วยไม้



รถรางค่อยๆ วิ่งไปตามทางที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ วิวสองข้างทางสุดสวยงาม


กระเช้าไฟฟ้า CabriO
รถรางสิ้นสุดที่สถานี Kälti แล้วเปลี่ยนเป็น กระเช้าไฟฟ้า CabriO® ที่มีสองชั้น ซึ่งผู้โดยสารมักนิยมขึ้นไปชั้นบนเนื่องจากสามารถชมทิวทัศน์สวยงามและสูดอากาศสดชื่นได้อีกด้วย

กระเช้าไฟฟ้า CabriO® ใช้รางเคเบิลแบบแขวนที่มีความกว้างถึง 5 เมตร






Photo Credit: www.stanserhorn.ch
ยอดเขา Stanserhorn
ยอดเขา Stanserhorn มีความสูง 1,898 เมตรจากระดับน้ำทะเล ติดกับอาคารสถานีกระเช้าไฟฟ้าเป็น ภัตตาคารหมุน (Revolving Restaurant) ซึ่งเริ่มเปิดบริการในปี 2001 ตัวอาคารได้รับการออกแบบเป็นรูปดาว สามารถรองรับแขกได้ถึง 200 คน ส่วนซึ่งเป็นชานที่หมุนได้มีที่นั่ง 80 ที่ จะหมุนครบรอบในเวลา 43 นาที



ที่มุมด้านหนึ่ง มีระเบียงชมวิวที่สร้างยื่นออกไป สามารถชมทิวทัศน์แบบพาโนรามาได้อย่างเต็มตา




ทิวทัศน์เบื้องหน้าที่เห็นอยู่ไกลๆ คือเทือกเขาแอลป์ยาวกว่า 100 กิโลเมตร ใกล้เข้ามาเป็นภูเขาสลับกับทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่ม และทะเลสาบอีกหลายแห่ง

ในวันที่อากาศแจ่มใส จะสามารถมองเห็นได้ไกลถึงยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ที่ซ่อนตัวอยู่หลังยอดเขา Eiger และ Mönch





ถ้าส่องกล้องดู จะมองเห็นยอดเขา Titlis อยู่ไกลๆ (สังเกตตรงอาคารถ่ายทอดสัญญาณที่ตั้งอยู่บนยอดเขา)



นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเดินเที่ยว (Hiking) และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย น่าอิจฉาพลเมืองชาวสวิสเสียจริงๆ :D

พูลเลย์ (Pulley) ของรถรางขึ้นเขาที่เคยใช้ในอดีต


มุมสบาย :D


Stanserhorn Summit
ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว ต้องออกแรงอีกนิดเพื่อเดินขึ้นไปให้ถึงยอดเขา (Stanserhorn Summit) ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ทางเดินสะดวกสบาย





รางวัลสำหรับการดั้นด้นจนมาถึงยอดเขา คือลมเย็นๆ สดชื่นที่มาปะทะใบหน้า พร้อมด้วยวิวของทะเลสาบลูเซิร์นและบ้านเรือนน้อยใหญ่ที่อยู่เบื้องล่าง ให้ความรู้สึกว่าตัวเรานี้เป็นเพียงแค่หน่วยเล็กๆ เท่านั้นในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้…












เกร็ดส่งท้าย: แสงแห่งยามค่ำคืนจาก Stanserhorn
ฟลัดไลท์ (Floodlight-โคมไฟสาดแสงเพื่อส่องสว่างในพื้นที่กว้าง) ที่มีความสว่าง 22,000 แรงเทียน ที่ส่องจากบนยอดเขาไปยังหมู่บ้านเบื้องล่างในตอนกลางคืน ได้รับการติดตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ.1895 โดย Franz Josef Bucher-Durrer เจ้าของโรงแรม Kulm บน Stanserhorn เพื่อโฆษณาการท่องเที่ยวบนภูเขาของเขา และได้รับการสืบสานเป็นประเพณีเก่าแก่มากว่าร้อยปีจวบจนปัจจุบัน
Photo Credit: www.stanserhorn.ch
จาก Stans เราขึ้นรถไฟกลับ Lucerne โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที จบการเดินทางท่องโลกและการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีๆ เอาไว้ในความทรงจำอีกหนึ่งวัน.. \OO/

โปรโมชั่นบัตรโดยสาร Swiss Travel Pass
นอกจากการซื้อบัตรหรือตั๋วเข้าชมต่างๆ จากจุดจำหน่ายบัตรของสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ประหยัด และปลอดภัย คือการซื้อจากเอเย่นต์ผู้เป็นตัวกลางจำหน่ายรายใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงและมาตรฐาน เช่น KKday ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะได้บัตรที่ถูกต้อง แท้จริง และเป็นทางการจากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น บ่อยครั้งที่เราจะได้ราคาที่ประหยัดกว่าไปซื้อเองที่หน้างาน นอกเหนือจากความสะดวกสบายที่ไม่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวให้วุ่นวายและเสียเวลาอีกด้วย…
