กลับมาเยือนซาปาอีกครั้ง

ห้าปีให้หลังกับการกลับไปเยือนซาปาอีกครั้ง ด้วยจุดมุ่งหมายในการขึ้นไปพิชิตยอดเขาฟานซิปัน หลังจากพลาดโอกาสไปในครั้งก่อนเนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ดี คราวนี้เรายังคงเลือกใช้บริการรถทัวร์ Sapa Express ในการเดินทางเช่นเดิม ปัจจุบันออฟฟิศที่อยู่บนถนน Nguyễn Hữu Huân เมื่อห้าปีก่อนได้ย้ายขึ้นมาอีกประมาณ 2 บล็อกถนน (พิกัดใหม่) แต่ไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก

รีวิวจากทริปเดินทางคราวที่แล้ว:

การเดินทางสู่ซาปาด้วยรถบัส Sapa Express

สู่อ้อมกอดธรรมชาติ - ขุนเขาและนาข้าวที่ซาปา

รถทัวร์ Sapa Express บรรยากาศรถทัวร์ Sapa Express

ทิวทัศน์ระหว่างทางสู่ซาปา

วิวเทือกเขาระหว่างทาง

ถนนสู่ซาปา

บรรยากาศเดินทางสู่ซาปา

บนถนนระหว่างลาวไก-ซาปา มีการก่อสร้างสะพานข้ามหุบเขาของโครงการทางหลวงเชื่อม โหน่ยบ่าย-หล่าวกาย กับซาปา คาดว่าคงทำให้การเดินทางสู่ซาปาในอนาคตอันใกล้คงจะสะดวกสบายขึ้น

สะพานข้ามหุบเขาระหว่างทาง

ทิวทัศน์สะพานข้ามหุบเขา

วิวหุบเขาระหว่างทางลาวไก-ซาปา

ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงจากฮานอย เราก็เดินทางถึงซาปาในเวลาประมาณบ่ายโมง ที่ตั้งเดิมของออฟฟิศ (และจุดขึ้นรถ-ลงรถ) Sapa Express ในครั้งก่อน ปัจจุบันกลายเป็นที่ตั้งของ Sun Plaza ไปแล้ว ส่วนที่ตั้งใหม่ในปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่บริเวณทะเลสาบซาปา (พิกัดใหม่)

ที่ตั้งใหม่ Sapa Express จุดขึ้นลงรถ Sapa Express ใหม่

ที่พัก Phuong Nam Hotel

ครั้งนี้เราพักที่ Phuong Nam Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ไม่ไกลจาก Sun Plaza และ Sapa Square ลานเอนกประสงค์หน้าโบสถ์ Notre Dame Cathedral

โรงแรม Phuong Nam Hotel

บรรยากาศโรงแรม Phuong Nam

ห้องพักของเราเป็นห้องหัวมุมที่สามารถมองเห็นวิวได้ดี ราคาต่อคืนไม่แพง มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับโรงแรมด้วย นับว่าสะดวกสบายดี

ห้องพักหัวมุม Phuong Nam Hotel

วิวจากห้องพัก Phuong Nam

บรรยากาศภายในห้องพัก

สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม สามารถมองเห็นวิวของเมืองซาปา และ Sun Plaza ที่ตั้งอยู่ห่างไปไม่ไกลได้

วิวจากดาดฟ้าโรงแรม Phuong Namวิวเมืองซาปาจากดาดฟ้า

บรรยากาศของตัวเมืองและผู้คนที่ซาปาในวันนี้ยังคงดูไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อห้าปีก่อนเท่าใดนัก ยกเว้นอาคารที่ผุดขึ้นมาใหม่อย่าง Sun Plaza และรถโดยสารรับจ้างแบบใช้ไฟฟ้า (รถกอล์ฟ) ที่มีให้เห็นอยู่เกลื่อนเมือง

เมืองซาปามุมสูง ทิวทัศน์เมืองซาปาจากมุมสูง

วิวเมืองซาปาปัจจุบัน

บรรยากาศเมืองซาปามุมสูง

Sun Plaza และสถานีรถราง Muong Hoa

อาคาร Sun Plaza ซาปา Sun Plaza มุมกว้าง บรรยากาศ Sun Plaza Sun Plaza น่าจะเรียกได้ว่าเป็นอาคารที่ทันสมัยและใหญ่โตที่สุดของซาปาในปัจจุบัน เป็นธุรกิจในเครือของ Sun Group ด้านปลายสุดของอาคารเป็นที่ตั้งของ สถานีรถราง (Funicular) Muong Hoa Station ซึ่งวิ่งไปเชื่อมกับ สถานีกระเช้าไฟฟ้า (Cable Car) Hoang Lien Station ที่ขึ้นไปยังยอดเขาฟานซิปัน นอกจากนี้บนชั้น 2 และชั้น 3 ยังมีร้านค้า ร้านอาหารตั้งอยู่ด้วย

ภายใน Sun Plaza ซาปา

ร้านค้าใน Sun Plaza

บรรยากาศร้านอาหารใน Sun Plaza

อีกด้านหนึ่งของ Sun Plaza (และเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่) เป็นที่ตั้งของโรงแรมหรูหราห้าดาวในเครือ Accor ชื่อ de la Coupole - MGallery Hotel

โรงแรม de la Coupole MGallery

สถาปัตยกรรมโรงแรมห้าดาว Sun Plaza บรรยากาศโรงแรม de la Coupole อาคารโรงแรมหรูใน Sun Plaza

ทิวทัศน์รอบ Sun Plaza

วิวอาคาร Sun Plaza มุมกว้าง บรรยากาศ Sun Plaza ยามเย็น โครงการ ซันเวิลด์ ฟานซีปัน เลเจนด์ (Sun World Fansipan Legend) เป็นโปรเจกต์ที่พัฒนาและลงทุนโดย Sun Group แห่งประเทศเวียดนาม จากการได้ปรับปรุงระบบกระเช้าลอยฟ้า อาคารสถานที่ ตลอดจนการก่อสร้างรถรางที่เชื่อมตรงจากใจกลางเมืองซาปาไปยังสถานีกระเช้า ได้เปลี่ยนมิติการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพิชิตยอดเขาฟานซิปันแบบก้าวกระโดด ทำให้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

โครงการ Sun World Fansipan Legend Photo Credit: KKday.com

จุดขึ้นรถรางในเมืองซาปา ตั้งอยู่ที่ปลายด้านในสุดของตึก Sun Plaza

จุดขึ้นรถรางใน Sun Plaza

สถานีรถราง Muong Hoa

ตู้ขบวนรถรางมีขนาดใหญ่โตกว้างขวาง จุผู้โดยสารได้มากถึง 200 คน

ตู้ขบวนรถรางขนาดใหญ่

ภายในรถรางไฟฟ้า

ผู้โดยสารในรถราง

รถรางสู่สถานีกระเช้าไฟฟ้า Fansipan

รถรางจะแล่นออกจากตัวเมืองซาปาไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านบริเวณท้องทุ่งนาขั้นบันได และหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต มองเห็นวิวสวยงามตลอดเส้นทาง

ทุ่งนาขั้นบันไดระหว่างทางรถราง

หมู่บ้านกั๊ตกั๊ตมองจากรถราง

วิวหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต ทิวทัศน์หมู่บ้านกั๊ตกั๊ตอีกมุม วิวทุ่งนาระหว่างทางรถราง

ทิวทัศน์ระหว่างทางรถราง Fansipan

วิวเทือกเขาระหว่างทางรถราง

บรรยากาศรถรางแล่นผ่านนาขั้นบันได

ทิวทัศน์สวยงามระหว่างทาง

วิวเทือกเขาสูงระหว่างทาง

ทิวทัศน์ก่อนถึงสถานีกระเช้า

ใช้เวลาไม่นาน รถรางก็จะไปถึง สถานีกระเช้าไฟฟ้า Fansipan Cable Car (Hoang Lien Station) ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นจุดแวะพักและท่องเที่ยว ก่อนที่จะโดยสารกระเช้าไฟฟ้าเพื่อต่อขึ้นไปยังยอดเขาฟานซีปัน (หรืออาจจะแวะเที่ยวชมตอนช่วงขากลับลงมาจากยอดเขาก็ได้) ที่นี่มีจุดชมวิว สวนดอกไม้ วัดจีน ตลาดขายของที่ระลึกของชาวเขาพื้นเมือง ฯลฯ ตลอดจนภัตตาคารอาหารบุฟเฟ่ต์ขนาดใหญ่ก็มีให้บริการ

สถานีกระเช้าไฟฟ้า Hoang Lien

อาคารสถานีกระเช้าไฟฟ้า

บรรยากาศสถานีกระเช้าไฟฟ้า

อาคารสถานีรถราง อาคารในส่วนที่เป็นสถานีรถราง

บรรยากาศภายในสถานีกระเช้า

สวนดอกไม้สถานีกระเช้า

วัดจีนใกล้สถานีกระเช้า

ตลาดของที่ระลึกชาวเขา

ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ขนาดใหญ่

บรรยากาศจุดแวะพักสถานีกระเช้า

ทิวทัศน์รอบสถานีกระเช้า

วิวสถานีกระเช้าไฟฟ้ามุมกว้าง

ถ้าออกมาด้านนอกอาคาร จะพบว่ามีลานจอดรถขนาดใหญ่ สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานีกระเช้าไฟฟ้าแห่งนี้โดยทางรถยนต์

ลานจอดรถสถานีกระเช้าไฟฟ้า

บรรยากาศลานจอดรถขนาดใหญ่

ทิวทัศน์ลานจอดรถและสถานีกระเช้า

วิวรอบลานจอดรถ

บรรยากาศทางเข้าสถานีกระเช้า

ทิวทัศน์ก่อนขึ้นกระเช้าไฟฟ้า

วิวสถานีกระเช้าไฟฟ้าอีกมุม

ระหว่างทางเดินไปยังสถานีกระเช้าไฟฟ้า มีการจัดแสดงแกลเลอรีภาพถ่ายสวยๆ ของฟานซีปันในฤดูต่างๆ ที่ชนะการประกวดให้ชมด้วย

แกลเลอรีภาพถ่ายฟานซีปัน

ภาพถ่ายฟานซีปันในฤดูต่างๆ

แกลเลอรีภาพถ่ายที่ชนะการประกวด

บรรยากาศแกลเลอรีภาพถ่าย

กระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขาฟานซิปัน

จุดเช็คอินเพื่อขึ้นกระเช้าไฟฟ้ามีขนาดกว้างขวาง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

จุดเช็คอินขึ้นกระเช้าไฟฟ้า

กระเช้าโดยสารมีขนาดใหญ่ กว้างขวาง และทันสมัย

กระเช้าไฟฟ้าฟานซิปัน

ภายในกระเช้าไฟฟ้า

ผู้โดยสารในกระเช้าไฟฟ้า

วิวจากกระเช้าไฟฟ้า

ทิวทัศน์จากกระเช้าไฟฟ้า

วิวเทือกเขาจากกระเช้าไฟฟ้า

ทิวทัศน์หุบเขาจากกระเช้า

วิวป่าเขาจากกระเช้าไฟฟ้า

กระเช้าไฟฟ้าของเรา กำลังจะเดินทางทะลุเมฆหมอกสูงขึ้นไปอีก..

กระเช้าไฟฟ้าทะลุเมฆหมอก

วิวเมฆหมอกจากกระเช้าไฟฟ้า

ทิวทัศน์เหนือเมฆหมอก

วิวยอดเขาทะลุเมฆ

สถานีปลายทางของกระเช้าไฟฟ้า เป็นโถงอาคารขนาดใหญ่ มีร้านอาหารที่มีลักษณะเป็นฟู้ดคอร์ท จุดนัดพบ-นั่งพัก ห้องน้ำ และร้านขายของที่ระลึกตั้งอยู่ ที่นี่ยังไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพิชิตยอดเขาฟานซิปันเท่านั้น..

สถานีปลายทางกระเช้าไฟฟ้า

ฟู้ดคอร์ทสถานีปลายทาง

จุดนัดพบสถานีกระเช้าปลายทาง

ร้านของที่ระลึกสถานีปลายทาง

บรรยากาศสถานีปลายทางกระเช้า

โถงอาคารสถานีปลายทาง

ทิวทัศน์สถานีปลายทางกระเช้า

วิวจากสถานีปลายทาง

บรรยากาศเริ่มต้นเดินสู่ยอดเขา

ฟานซีปัน (เวียดนาม: Phan Xi Păng) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Hoang Lien Son ยอดเขาฟานซีปันได้รับฉายาว่า “หลังคาแห่งอินโดจีน” (Roof of Indochina) ด้วยความสูง 3,143 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (ความสูงนับจากฐาน 1,613 เมตร) นับว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของสามประเทศในคาบสมุทรอินโดจีน ได้แก่ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา

เดินไปที่ประตูทางออกด้านหลังของอาคารสถานีกระเช้าไฟฟ้า แล้วขึ้นบันไดไปอีกเล็กน้อย การเที่ยวชม (กึ่งผจญภัยเล็กๆ) เพื่อมุ่งสู่ยอดเขาฟานซีปันจะเริ่มต้นนับจากจุดนี้..

ประตูทางออกสู่เส้นทางเดินฟานซิปัน

Sun Group ได้ออกแบบและก่อสร้างศาสนสถานและปฏิมากรรมต่างๆ บนเส้นทางที่จะนำเราไปสู่ยอดเขาฟานซีปัน พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างครบครัน เช่นทางเดินปูหิน, บันได หรือแม้แต่รถรางที่จะพาเราเพื่อขึ้นไปสู่ยอดเขาในช่วงสุดท้าย (กรณีที่เดินไม่ไหวเนื่องจากความชัน) เรายอมรับว่าประสบการณ์และสิ่งที่ได้พบเห็นในการมาเที่ยวชมครั้งนี้ มันดีกว่าที่เราคาดหวังไว้ในใจมาก :D

ทางเดินปูหินสู่ยอดเขาฟานซิปัน

ศาสนสถานระหว่างทางฟานซิปัน

เส้นทางเดินสู่ยอดเขาฟานซีปัน จะพาเราผ่านสถานที่ต่างๆ เริ่มต้นจาก..

The Enlightenment Path of Thanh Van

ซุ้มประตูที่เปรียบเสมือนทางเข้าสู่พื้นที่แห่งจิตวิญญาณ ประกอบด้วยเสาหินอ่อนสี่ต้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาของราชวงศ์ลี๊ (Ly Dynasty) ในอดีต

Thanh Van Dac Lo เปรียบได้กับ “ประตูสวรรค์” เพราะเมื่อยืนอยู่ที่นี่ เราจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกว่าสวรรค์และโลกหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวนั้นเป็นอย่างไร เพราะตลอดทางเดินรอบพื้นที่นี้ เราสามารถมองออกไปเห็นภูเขาสูงตระหง่านทั้งสี่ทิศที่ล้อมรอบด้วยหมอกเมฆ มีความรู้สึกโปร่งโล่ง และสดชื่นกับอากาศที่บริสุทธิ์ เสมือนบ่งบอกว่าคุณกำลังย่างเท้าเข้ามาสู่ทางแยกของฟ้าและดิน

ซุ้มประตู Thanh Van Dac Lo

ในวันที่อากาศสดใส จะเป็นวันที่เที่ยวฟานซิปันได้ดีที่สุด เพราะสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามได้กว้างไกล แต่เนื่องจากตั้งอยู่บนที่สูง บ่อยครั้งจึงอาจจะพบกับลมแรงและเมฆหมอกที่ปกคลุมได้ แม้ว่าตอนออกจากเมืองซาปาด้านล่างอากาศจะยังคงมีแดดจ้าสดใส (อย่างเช่นเราในครั้งนี้) แต่ก็ถือว่าเป็นความสวยงามในอีกบรรยากาศหนึ่ง TT

ทิวทัศน์เมฆหมอกที่ Thanh Van

วิวเทือกเขาที่ Enlightenment Path

Bich Van Zen Monastery

อาราม Bich Van Zen ที่นี่คือจุดหมายปลายทางแห่งแรกของสถานที่ทางจิตวิญญาณบนฟานซิปัน สถานที่นี้เป็นองค์ประกอบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาของราชวงศ์ทราน (Tran Dynasty) วัดนี้ขนาบข้างอย่างสมมาตรด้วย วัด Saint Tran Hung Dao และ วัด Three Holy Mothers ซึ่งหลังคาและลวดลายตกแต่งได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจากแก่นแท้ของราชวงศ์ Tran

อาราม Bich Van Zen

สถาปัตยกรรมราชวงศ์ Tran อาราม Bich Van

วัด Saint Tran Hung Dao

วัด Three Holy Mothers

ลวดลายตกแต่งอาราม Bich Van

บรรยากาศอาราม Bich Van Zen

รายละเอียดอาราม Bich Van ทิวทัศน์รอบอาราม Bich Van

วิวอารามและเทือกเขา

Grand Belfry

หอระฆัง Grand Belfry มีห้าชั้น สูง 32.8 เมตร แต่ละชั้นของ Grand Belfry มีระฆังทองสัมฤทธิ์ซึ่งหล่อขึ้นตามแบบฉบับดั้งเดิมในสมัยราชวงศ์ Tran ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 13 และ 14

หอระฆัง Grand Belfry ห้าชั้น

ระฆังทองสัมฤทธิ์ Grand Belfry

Funicular to the Fansipan

ในช่วงสุดท้ายของเส้นทางสู่ยอดเขาฟานซิปัน ต้องเดินขึ้นบันไดซึ่งค่อนข้างชันอีกเป็นระยะทางพอสมควร แต่มีอีกหนึ่งทางเลือกคือใช้บริการรถรางไฟฟ้า (Funicular) แทน เส้นทางของรถรางไฟฟ้านี้คดเคี้ยวเป็นรูปโค้งและผ่านอุโมงค์ใกล้กับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แล้วไปสุดทางที่สถานียอดเขา

รถรางไฟฟ้า Funicular สู่ฟานซิปัน บันไดขึ้นยอดเขาฟานซิปัน

เส้นทางรถรางไฟฟ้าคดเคี้ยว

อุโมงค์รถรางไฟฟ้า Funicular

ทิวทัศน์จากรถรางไฟฟ้า วิวเทือกเขาจากรถราง บรรยากาศรถรางไฟฟ้า

บันไดหินสู่ยอดเขา ทางเดินบันไดชันฟานซิปัน วิวจากบันไดสู่ยอดเขา

ทิวทัศน์ระหว่างเดินขึ้นบันได

วิวเทือกเขาจากทางเดินขึ้น

บรรยากาศใกล้ถึงยอดเขา

ทิวทัศน์ก่อนถึงสถานีรถรางบนยอดเขา

ออกจากสถานีรถรางบนยอดเขา เดินขึ้นบันไดอีกเล็กน้อยก็จะถึงจุดสูงสุดของฟานซิปัน

สถานีรถรางบนยอดเขาฟานซิปัน

Fansipan Summit ยอดเขาสูงสุด

จุดที่เป็นยอดเขาสูงสุดของฟานซิปัน นอกจากจะมีหลักหมุดแสดงความสูง และเสาธงชาติของเวียดนามแล้ว ยังมีการสร้างเป็นพื้นยกสูง (แพลตฟอร์ม) สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวในการถ่ายรูปและชมวิวอีกด้วย

ยอดเขาฟานซิปันจุดสูงสุด

หลักหมุดแสดงความสูงฟานซิปัน

เสาธงชาติเวียดนามบนยอดเขา

แพลตฟอร์มถ่ายรูปยอดเขาฟานซิปัน

สำหรับขาลง ก็มีสองทางเลือกอีกเช่นกัน คือโดยสารรถรางไฟฟ้าเหมือนตอนขาขึ้นมา แต่วิธีที่นิยมกันก็คือเดินตามบันไดลงมาเรื่อยๆ (เป็นคนละทางกับขาขึ้น) โดยจะผ่านจุดท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ซึ่งถ้าเราโดยสารรถรางไฟฟ้าลงมา จะพลาดโอกาสในการเที่ยวชมสถานที่เหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย

บันไดขาลงจากยอดเขาฟานซิปัน

ทางเดินขาลงฟานซิปัน

Bao An Zen Monastery และเจดีย์ Trinh

อาราม Bao An Zen และเจดีย์ 11 ชั้น Trinh

อาราม Bao An Zen เจดีย์ 11 ชั้น Trinh สถาปัตยกรรมเจดีย์ Trinh บรรยากาศอาราม Bao An Zen รายละเอียดเจดีย์ Trinh ทิวทัศน์อาราม Bao An Zen

วิวเจดีย์ Trinh มุมกว้าง

เจดีย์ Trinh 11 ชั้นมุมสูง

บรรยากาศรอบเจดีย์ Trinh

ทิวทัศน์เจดีย์ Trinh อีกมุม

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม Guanyin Statue

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เป็นรูปปั้นที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ สูง 12 เมตร หนัก 18 ตัน ดวงตาจับจ้องไปทางทิศตะวันออก มือขวาถือกิ่งวิลโลว์และแจกันศักดิ์สิทธิ์ในมือซ้ายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาและความกรุณา

กดฝ่ามือของเราเข้าด้วยกันเพื่ออธิษฐานต่อหน้ารูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมซึ่งเป็นประธานอยู่เหนือหินยักษ์ ทอดสายตาไปยังทิวทัศน์เบื้องล่าง ผู้เยี่ยมชมจะรู้สึกผ่อนคลายและสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมทองสัมฤทธิ์ รายละเอียดรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ทิวทัศน์จากรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม

เส้นทางอรหันต์ Alahat Path

เส้นทางอรหันต์ (Alahat Path) อยู่ถัดจากรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เป็นทางเดินปูด้วยหินที่ทอดยาว 800 เมตรเลาะไปตามไหล่เขา มีจุดแวะพักชมวิว (เสียดายที่วันนี้สภาพอากาศไม่เป็นใจกับเรา) ตามรายทางมีรูปปั้นพระอรหันต์สำริด 18 องค์ในอิริยาบถและสีหน้าที่แตกต่างกัน รูปปั้นเหล่านี้สูง 2.5 ม. และหนักระหว่าง 500 ถึง 600 กก. นอกจากนี้ตลอดเส้นทางจะถูกประดับประดาไปด้วยพรรณไม้ชวนชมหลากสีสันตลอดทาง ซึ่งบางต้นอาจอยู่รอดมาแล้วหลายศตวรรษ กลางเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนมิถุนายน ดอกอะเซเลียจะบานสะพรั่งสร้างสีสันให้ตลอดเส้นทาง

เส้นทางอรหันต์ Alahat Path

รูปปั้นพระอรหันต์สำริด 18 องค์

รายละเอียดรูปปั้นพระอรหันต์

ทางเดินปูหิน Alahat Path

พรรณไม้ตลอดเส้นทางอรหันต์

จุดแวะพักชมวิว Alahat Path ทิวทัศน์เส้นทางอรหันต์

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ The Great Buddha Statue

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ในท่าประทับนั่ง สูง 21.5 เมตรหล่อด้วยทองแดงกว่า 50 ตัน โครงสร้างมี 3 ชั้น ชั้นบนเป็นพระพุทธรูปทองแดงองค์ใหญ่อยู่บนแท่นดอกบัวสูง 8 ม. ชั้นสองเป็นห้องบรรยายและชั้นล่างจะเป็นที่สำหรับผู้เข้าชมเพื่อดื่มชาและอาหารมังสวิรัติ หรือกิจกรรมอื่นๆ

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ฟานซิปัน

แท่นดอกบัวพระพุทธรูปองค์ใหญ่

รายละเอียดพระพุทธรูปทองแดง

ห้องบรรยายพระพุทธรูปองค์ใหญ่

เส้นทางของรถรางไฟฟ้าจะผ่านมาข้างๆ พระพุทธรูปองค์ใหญ่นี้ ก่อนที่จะไปสิ้นสุดที่สถานีบนยอดเขา

รถรางไฟฟ้าผ่านพระพุทธรูปองค์ใหญ่

ทิวทัศน์พระพุทธรูปองค์ใหญ่จากรถราง

วิวพระพุทธรูปองค์ใหญ่มุมกว้าง

น้ำตก 9 ชั้น 9-storey Waterfall

น้ำตก 9 ชั้นฟานซิปัน จากพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เป็นน้ำตก 9 ชั้น สูง 30 เมตร ด้านหน้ามีเสาจารึกพระไตรปิฎก ขนาบข้างด้วยบันไดหิน 150 ขั้นที่จะนำเราลงมาบรรจบกับบริเวณสถานีรถรางด้านล่าง

เสาจารึกพระไตรปิฎกหน้าน้ำตก

บันไดหิน 150 ขั้นน้ำตก 9 ชั้น

รายละเอียดน้ำตก 9 ชั้น

ทิวทัศน์น้ำตก 9 ชั้นและสถานีรถราง

(Video Credit: vietnamnomad.com/)

ชมคลิปวิดีโอ: Fansipan Legend 4K