ตอนก่อนหน้านี้:

ตะลอนเที่ยวเมืองปารีส (1): Bienvenue à Paris - นั่งรถชมเมือง

ตะลอนเที่ยวเมืองปารีส (2): Saint River Sightseeing Cruise - ล่องเรือแม่น้ำแซน

ตะลอนเที่ยวเมืองปารีส (3): Walking Tours - ย่ำเท้า กินลม ชมเมือง

ทัศนียภาพกรุงปารีสมองจากมุมสูง Photo Credit: www.france24.com

Eiffel Tower

Place du Trocadéro เป็นจัตุรัสในเขตที่ 16 ของกรุงปารีส ตั้งอยู่ที่จุดบรรจบกันของถนน Avenue du Président-Wilson, Avenue Kléber, Avenue Raymond-Poincaré, Avenue d’Eylau, Avenue Georges-Mandel และ Avenue Paul-Doumer

จัตุรัส Place du Trocadéro

บริเวณ Place du Trocadéro นี้เป็นที่ตั้งของ Palais de Chaillot ซึ่งถูกสร้างขึ้นสำหรับนิทรรศการสากล (Universal Exhibition) ในปี ค.ศ.1937 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลายแห่งและเป็นจุดชมวิวหอไอเฟลที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาถ่ายภาพ

Palais de Chaillot มองจากด้านหอไอเฟล Palais de Chaillot มองจากด้านหอไอเฟล [Photo Credit: google.com]Palais de Chaillot อีกมุม

หอไอเฟลจาก Palais de Chaillot

Palais de Chaillot จุดชมวิวหอไอเฟล

บรรยากาศ Palais de Chaillot วิวหอไอเฟลจากลาน Palais de Chaillot

Trocadéro Plaza คือลานกว้างที่อยู่ระหว่างอาคารของ Palais de Chaillot ทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินสูง ซึ่งทำให้เราเหมือนยืนอยู่ในระดับเดียวกับหอไอเฟล เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถเก็บภาพหอไอเฟลและวิวรอบๆ ได้แบบเต็มๆ

ลาน Trocadéro Plaza Photo Credit: www.shewanderlusts.com

วิวหอไอเฟลจาก Trocadéro Plaza

เดินลงมาที่ด้านล่างของลาน Trocadéro Plaza ยังมีสวนขนาดเล็กและน้ำพุ เป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถถ่ายภาพกับหอไอเฟลได้อย่างสวยงาม

สวนและน้ำพุใต้ลาน Trocadéro Plaza

หอไอเฟลจากสวนใต้ลาน Trocadéro

พื้นที่ระหว่างสองอาคารในภาพ คือลาน Trocadéro Plaza

ลาน Trocadéro Plaza ระหว่างสองอาคาร

บรรยากาศเดินเล่นใกล้ Trocadéro Plaza วิวหอไอเฟลจาก Trocadéro อีกมุม นักท่องเที่ยวถ่ายภาพหอไอเฟล

วิวหอไอเฟลระยะใกล้

เดินข้ามสะพาน Pont d’Iéna แล้วก็จะถึงบริเวณพื้นที่ด้านล่าง (ฐาน) ของหอไอเฟล

สะพาน Pont d'Iéna สู่ฐานหอไอเฟล ฐานหอไอเฟล

ท่าเรือริมแม่น้ำแซนหน้าหอไอเฟล จุดที่เรามาลงเรือ Sightseeing Cruise

ท่าเรือหน้าหอไอเฟล ท่าเรือ Sightseeing Cruise หน้าหอไอเฟล

Pont de Bir Hakeim

จากหน้าหอไอเฟล เดินเลียบแม่น้ำแซนไปทางด้านซ้ายมือประมาณ 650 เมตร จะถึง สะพาน Pont de Bir Hakeim ที่นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมมาถ่ายภาพหอไอเฟล นอกจากนี้ยังเคยเป็นโลเคชั่นการถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่อง Inception ด้วย

เชิงสะพานด้านหนึ่ง เป็นที่ตั้งของ สถานีรถไฟใต้ดิน Bir-Hakeim (สาย 6) ในช่วงที่โผล่ขึ้นมาวิ่งบนดิน ถ้าอยู่บนรถไฟ ตอนที่วิ่งข้ามแม่น้ำแซนจะได้เห็นวิวของหอไอเฟลผ่านหน้าต่างรถไฟด้วย

สะพาน Pont de Bir Hakeim

โครงสร้างเหล็กสะพาน Bir Hakeim

สถานีรถไฟใต้ดิน Bir-Hakeim

รถไฟวิ่งผ่านสะพาน Bir Hakeim

วิวหอไอเฟลจากสะพาน Bir Hakeim

บรรยากาศสะพาน Bir Hakeim

จุดถ่ายภาพตรงนี้มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย ดังนั้นการถ่ายภาพคู่กับหอไอเฟลนั้นจึงสามารถทำได้ไม่ยาก มุมนี้เป็นมุมหนึ่งที่จะได้เห็นภาพของหอไอเฟลแบบเต็มๆ ในระยะที่กำลังดี คล้ายๆ กับที่ Trocadéro Plaza แต่ในอีกบรรยากาศหนึ่ง..

วิวหอไอเฟลจากสะพาน Bir Hakeim อีกมุม

จุดถ่ายภาพหอไอเฟลที่สะพาน Bir Hakeim

วิวแม่น้ำแซนจากสะพาน Bir Hakeim

หอไอเฟลระยะไกลจากสะพาน Bir Hakeim

บรรยากาศสะพาน Bir Hakeim สองชั้นโครงสร้างสะพาน Bir Hakeim วิวรถไฟผ่านสะพาน Bir Hakeim

บรรยากาศริมแม่น้ำแซนใกล้สะพาน Bir Hakeim

วิวสะพาน Bir Hakeim มุมกว้าง

เราเดินไปขึ้นรถไฟ RER (Réseau Express Régional) สาย C ที่สถานี Champ de Mars Eiffel Tower ซึ่งอยู่ในบริเวณเชิงสะพานเช่นกันไปลงที่สถานี Invalides เพื่อไปเที่ยวต่อที่สะพาน Pont Alexandre III และ Hôtel des Invalides

สถานีรถไฟ RER Champ de Mars Eiffel Tower

สะพาน Pont Alexandre III จากสถานี Invalides รายละเอียดสะพาน Alexandre III วิวสะพาน Alexandre III มุมกว้าง โคมไฟประดับสะพาน Alexandre III

Pont Alexandre-III

สะพานปงอาแล็กซ็องดร์-ทรัว (Pont Alexandre-III) เป็นสะพานโค้งพาดผ่านแม่น้ำแซนในเมืองปารีส โดยเชื่อมต่อทั้งสองฝั่งแม่น้ำด้านฝั่งหอไอเฟลกับฝั่งช็องเซลีเซเข้าด้วยกัน สะพานนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1896 – ค.ศ.1900 และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสะพานที่สวยงามและมีการประดับตกแต่งมากที่สุดของเมืองปารีส

สะพานปงอาแล็กซ็องดร์-ทรัว

คนอาจคิดว่าชื่อสะพานแห่งนี้เป็นชื่อที่ตั้งตามชื่อของกษัตริย์ฝรั่งเศส แต่แท้จริงแล้วเป็นชื่อที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแด่ สมเด็จพระจักรพรรดิอะเลคซันดร์ที่ 3 แห่งรัสเซีย ที่ได้ตกลงสัญญาพันธมิตรระหว่างสองประเทศในปี ค.ศ.1892

รูปปั้นประดับสะพาน Alexandre III

การก่อสร้างสะพานแห่งนี้นับเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมแห่งยุคศตวรรษที่ 19 เนื่องจากเป็นการสร้างสะพานโค้งแบบไม่มีเสา โดยตัวสะพานมีความสูง 6 เมตร ทำจากเหล็กกล้า ความท้าทายของการสร้างสะพานแห่งนี้คือมีข้อแม้สำคัญว่าห้ามบดบังทัศนียภาพของช็องเซลีเซ และเล แซ็งวาลีด (Les Invalides) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญคือเป็นสถานพำนักทหารผ่านศึกผู้ทุพพลภาพแห่งฝรั่งเศส สะพานปงอาแล็กซ็องดร์-ทรัวเปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1900 สำหรับงาน Exposition Universelle พร้อมๆ กับกร็องปาแล

โครงสร้างสะพาน Alexandre III ไม่มีเสากลาง

สะพานนี้ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมอาร์ตนูโว (Art Nouveau) ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นด้วยลักษณะโค้งและประติมากรรมที่สวยงาม สะพานนี้ได้รับการประดับด้วยงานศิลปะชั้นเลิศ รวมถึงรูปปั้นนางฟ้าและม้าบินอันงดงาม ทำให้มีความสวยงามและโดดเด่นอย่างมาก

ประติมากรรมอาร์ตนูโวสะพาน Alexandre III

รูปปั้นนางฟ้าประดับสะพาน Alexandre III

รูปปั้นม้าบินประดับสะพาน Alexandre III

รายละเอียดประดับทองสะพาน Alexandre III

สถาปัตยกรรมของสะพานแห่งนี้มีความคล้ายคลึงกับของอาคาร กร็องปาแล (Le Grand Palais des Champs-Élysées) ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ

อาคารกร็องปาแลฝั่งตรงข้ามสะพาน

Hôtel des Invalides

จากสะพานปงอาแล็กซ็องดร์-ทรัว จะมองเห็น โอเตล เดส์ แซงวาลีดส์ (Hôtel des Invalides) ตั้งโดดเด่นอยู่ไกลๆ

Hôtel des Invalides จากสะพาน Alexandre III

ในยุค ค.ศ.1800 Hôtel des Invalides เป็นพระราชวังหลวงในปารีสหรือเป็นที่รู้จักในฐานะเป็นที่พำนักของ จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และนายพลที่มีชื่อเสียงหลายคน Hôtel des Invalides สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1670 ตามคำสั่งของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพื่อเป็นโรงพยาบาลสำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ (คำว่า “แซงวาลีดส์-Invalides” มีความหมายว่า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บหรือทุพพลภาพ) ในอดีตอาคารแห่งนี้เป็นสถานที่พักฟื้นสำหรับนักรบกว่า 4,000 นาย

ลานภายใน Hôtel des Invalides

สัญลักษณ์ของแซงวาลีดส์ คือ หลังคาโดมสีทองอร่าม ไม่ว่าจะมองจากด้านนอกหรือด้านในก็ให้ภาพของความยิ่งใหญ่และสง่างาม

โดมทองคำ Hôtel des Invalidesโดมทองคำมองจากด้านใน

Hôtel des Invalides มุมกว้าง Photo Credit: www.istock.com

ปัจจุบันภายใน Hôtel des Invalides ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์กองทัพฝรั่งเศส (Musée de l’Armée), โบสถ์เซนต์หลุยส์แห่งเดส์ แซงวาลีดส์ (Cathédrale Saint-Louis-des-Invalides) และ สุสานของนโปเลียน (Tomb of Napoleon)

พิพิธภัณฑ์กองทัพฝรั่งเศส Musée de l'Armée

อาวุธและชุดเกราะในพิพิธภัณฑ์กองทัพ

จัดแสดงอาวุธโบราณในพิพิธภัณฑ์กองทัพ

ห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์กองทัพฝรั่งเศส

ปืนใหญ่โบราณในพิพิธภัณฑ์กองทัพ

ชุดเกราะจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ อาวุธโบราณในตู้จัดแสดง

ห้องจัดแสดงอาวุธยุคกลาง ชุดเกราะอัศวินยุคกลาง อาวุธและโล่ยุคกลาง ห้องจัดแสดงชุดเกราะทหาร

อาวุธปืนโบราณจัดแสดง ดาบและอาวุธมีคมโบราณ ห้องจัดแสดงอาวุธสมัยนโปเลียน

เครื่องแบบทหารสมัยนโปเลียน

หุ่นจำลองทหารในพิพิธภัณฑ์กองทัพ

ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์การทหารฝรั่งเศส

ธงและอาวุธในพิพิธภัณฑ์กองทัพ

จัดแสดงยุทโธปกรณ์สมัยสงครามโลก

ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์การทหาร

อาวุธยุคสงครามโลกครั้งที่ 1

จัดแสดงยานพาหนะทางทหาร

รถถังจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์กองทัพ

ยุทโธปกรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จัดแสดงอาวุธสมัยใหม่หุ่นจำลองทหารสมัยใหม่

ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์การทหารร่วมสมัย

จัดแสดงเครื่องแบบทหารร่วมสมัย อาวุธปืนสมัยใหม่จัดแสดง หุ่นจำลองทหารสมัยสงครามโลก จัดแสดงเหรียญตราทางทหาร ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์การทหารฝรั่งเศส อาวุธและยุทโธปกรณ์จัดแสดง จัดแสดงเครื่องแบบและอาวุธ

บรรยากาศพิพิธภัณฑ์กองทัพฝรั่งเศส

สุสานนโปเลียน (Tomb of Napoleon) คือสถานที่ตั้งโลงศพของ นโปเลียน โบนาปาร์ต เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความยิ่งใหญ่ของผู้นำทหาร นักการเมือง และกลายเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์

นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoléon Bonaparte) เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรป ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักการเมืองและผู้นำทางการทหารของฝรั่งเศส เข้ามามีบทบาทสำคัญใน การปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution) ในระหว่างปี ค.ศ.1789-1793 ต่อมาในปี ค.ศ.1799 เขาได้ทำการรัฐประหารและกลายเป็นผู้นำของฝรั่งเศส และได้สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1804

นโปเลียนมีบทบาทสำคัญในการทำ สงครามนโปเลียน (Napoleonic Wars) ซึ่งเป็นสงครามที่มีเป้าหมายเพื่อขยายอำนาจและอาณาเขตของฝรั่งเศส เขานำทัพฝรั่งเศสไปชนะหลายสงครามและขยายอาณาเขตของฝรั่งเศสไปทั่วทั้งยุโรป อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ศึกที่ สมรภูมิวอเตอร์ลู ในปี ค.ศ.1815 และถูกเนรเทศไปยังเกาะเซนต์เฮเลนา ที่ซึ่งเขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สุสานนโปเลียน Tomb of Napoleon

โลงศพนโปเลียนภายในสุสาน

รายละเอียดสถาปัตยกรรมสุสานนโปเลียน

โดมเหนือสุสานนโปเลียน

บรรยากาศภายในสุสานนโปเลียน ทางออกจากสุสานนโปเลียนจากสุสานนโปเลียน สามารถเดินทะลุออกมาด้านนอก ซึ่งเป็นถนน Av. de Tourville ได้เลยโดยไม่ต้องย้อนกลับไปทางเดิมที่เข้ามาเพราะว่าไกลพอสมควร จากจุดนี้ เดินไปเรื่อยๆ ทางด้านขวามือ ก็จะถึงสวน Champ de Mars ซึ่งทอดยาวเข้าสู่หอไอเฟล..

สวน Champ de Mars ทอดยาวสู่หอไอเฟล

Arc de Triomphe

ประตูชัย Arc de Triomphe มุมสูง Arc de Triomphe from the sky, Paris [Photo Credit: www.istock.com]จากถนน Av. de Tourville เราขึ้นรถเมล์สาย 92 ไปประมาณ 15 นาที แล้วลงที่ Charles de Gaulle - Etoile - Marceau (8 ป้าย) เดินอีก 250 เมตรก็ถึงจุดหมายต่อไป.. ประตูชัยฝรั่งเศส หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย 1, 2, 6 มาขึ้นที่สถานี Charles de Gaulle - Etoile ก็ได้

บรรยากาศระหว่างทางสู่ประตูชัย

ประตูชัยฝรั่งเศส Arc de Triomphe

ประตูชัย เป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะเป็นซุ้มโค้งประดับด้วยประติมากรรม คำจารึก และสิ่งตกแต่งอย่างอื่น กำเนิดในยุคสาธารณรัฐโรมัน โดยสร้างเพื่อฉลองชัยชนะในการรบแต่ละคราว ยุคปัจจุบันพบได้หลายแห่ง อาทิ ประตูชัยฝรั่งเศสที่เมืองปารีส ประตูชัยเวลลิงตันและประตูชัยมาร์เบิลอาร์ชที่กรุงลอนดอน ประตูไซที่เมืองเวียงจันทน์ ฯลฯ

มุมสูงประตูชัย Arc de Triomphe Aerial view of Arch de triomphe [Photo Credit: www.istock.com]อาร์ก เดอ ทรียงฟ์ เดอ เลตวล (Arc de triomphe de l’Étoile) หรือ ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่มีชื่อเสียงในกรุงปารีส และเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน ตั้งอยู่ที่กลาง จัตุรัสชาร์ล เดอ โกล (Place Charles de Gaulle) หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม “จัตุรัสแห่งดวงดาว (Place de l’Étoile)” อยู่ปลายสุดทางทิศตะวันตกของถนนช็องเซลีเซ (Champs-Élysées) เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

ประตูชัยฝรั่งเศสจากถนนช็องเซลีเซ

ประตูชัยฝรั่งเศสมีอายุกว่า 200 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 หลังจากที่จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะสงครามออสเตรียจากยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ (Battle of Austerlitz) ประตูชัยฝรั่งเศสเป็นส่วนหนึ่งของแนวเส้นตรงทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อถนนตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ไปยังชานเมืองกรุงปารีส

Place de l’Étoile (จัตุรัสแห่งดวงดาว) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Place Charles de Gaulle เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่สุดปลายทางตะวันตกสุดของถนนช็องเซลีเซ่ เป็นจุดบรรจบของถนน 12 สายทำให้เกิดลวดลายคล้ายดาวเมื่อมองจากที่สูง (เอตวล (Étoile) แปลว่า “ดาว” ในภาษาฝรั่งเศส)

มุมสูงประตูชัยและถนน 12 สาย Aerial view of Arch de triomphe [Photo Credit: www.istock.com]ประตูชัยแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก สูง 49.5 เมตร กว้าง 45 เมตร ลึก 22 เมตร ประตูชัยแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากประตูชัยไททัสในกรุงโรม ประตูชัยฝรั่งเศสประดับด้วยรูปสลักและลวดลายมากมาย บนส่วนโค้งของเสาประตูชัยมีรายชื่อศึกสงครามที่สำคัญในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสและจักรวรรดิฝรั่งเศสสลักไว้

รายละเอียดรูปสลักประตูชัย

ลวดลายสลักประตูชัยฝรั่งเศส

ประตูชัยฝรั่งเศสระยะใกล้

รูปสลักด้านล่างประตูชัย

ชมคลิปวิดีโอ: Le Pas dans le vide

บรรยากาศรอบประตูชัยฝรั่งเศส

ประตูชัยฝรั่งเศสยามบ่าย

ถนนช็องเซลีเซ (Champs-Élysées)

ถนนช็องเซลีเซ่ (Champs-Élysées) เป็นถนนสายช้อปปิ้งอันดับหนึ่งของกรุงปารีสที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก มีความยาว 1.9 กิโลเมตร และกว้าง 70 เมตร เริ่มต้นจาก จัตุรัสคองคอร์ด ทางทิศตะวันออกไปสุดที่จัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกล ซึ่งมี ประตูชัยฝรั่งเศส (Arch de triomphe) ตั้งอยู่ที่ปลายถนนทางทิศตะวันตก มีร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย รวมถึงโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรู ถนนนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่แพงที่สุดในโลก โดยมีอัตราค่าเช่าสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับพื้นที่ 1,000 ตารางฟุต

ถนนช็องเซลีเซปารีส

บรรยากาศถนนช็องเซลีเซ

ร้านค้าแบรนด์ดังถนนช็องเซลีเซ

ทางเดินถนนช็องเซลีเซ

บรรยากาศคึกคักถนนช็องเซลีเซ

ร้านค้าถนนช็องเซลีเซ

บรรยากาศช้อปปิ้งถนนช็องเซลีเซ

ร้านแบรนด์เนมถนนช็องเซลีเซ

Official Store ของทีมฟุตบอล Paris Saint-Germain ก็มา ^^

ร้าน Official Store ทีม Paris Saint-Germain

เคล็ดไม่ลับ: ที่ร้าน Mc Donald’s บริเวณใกล้กับประตูชัยฯ มีห้องน้ำฟรีอยู่ตรงชั้นล่าง ^^

ร้าน McDonald's ใกล้ประตูชัย

บรรยากาศร้านค้าถนนช็องเซลีเซ

ร้านค้าแบรนด์เนมถนนช็องเซลีเซอีกมุม

ห้างชื่อดัง Galeries Lafayette สาขา Champs-Élysées

ห้าง Galeries Lafayette สาขา Champs-Élysées บรรยากาศภายในห้าง Galeries Lafayette สินค้าแบรนด์เนมในห้าง Galeries Lafayette

นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่สายช้อปปิ้งอย่างเรา จึงให้ความสนใจแต่เพียงแผนกอาหาร-เครื่องดื่มแทน ^^

แผนกอาหารในห้าง Galeries Lafayette ขนมหวานแผนกอาหาร Galeries Lafayette ร้านอาหารในห้าง Galeries Lafayette แผนกเครื่องดื่มในห้าง Galeries Lafayette บรรยากาศแผนกอาหารห้างหรู สินค้าอาหารนำเข้าในห้าง

คุณลุงไอเดียดีมากก.. แม้ว่ายังหลับแต่ก็ไม่ต้องหยุดการทำมาหากิน :D

คุณลุงพ่อค้าข้างถนนช็องเซลีเซ

Musee du Louvre

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกและเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในกรุงปารีส ตั้งอยู่ในเขต 1 บนฝั่งขวาของแม่น้ำแซน จัดแสดงผลงานทางศิลปะอันทรงคุณค่าหลายชิ้น เช่น ภาพวาดโมนาลิซ่าของลีโอนาร์โด ดาวินชี และรูปปั้นวีนัส เดอ มิโล นอกจากนี้ยังมีผลงานศิลปะชิ้นอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงปารีส ในปี ค.ศ.2023 พิพิธภัณฑ์มีผู้เข้าชมมากเป็นจำนวนถึง 8.9 ล้านคน

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ Musee du Louvre

อาคารพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

การเดินทาง: สามารถโดยสารรถไฟใต้ดิน (สาย 1 และสาย 7) มาขึ้นที่สถานี Paris Royal Musee du Louvre แล้วเดินผ่านโถงยาวๆ ที่มีเสาโรมัน หรือรถเมล์สาย 21, 24, 27, 39, 48, 68, 69, 72, 81, 95 ซึ่งจอดที่ป้ายรถเมล์หน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เลย

โถงทางเดินเสาโรมันสู่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

ทางเดินในโถงยาว มองไปด้านข้างจะเห็นบรรยากาศภายในของพิพิธภัณฑ์ได้

ทางเดินโถงยาวพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

รายละเอียดสถาปัตยกรรมโถงลูฟวร์

แผนที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ Photo Credit: www.louvre.fr

พีระมิดแก้วพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

ลูฟวร์เคยเป็นป้อมปราการและพระราชวังริมแม่น้ำแซน สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าฟิลิปส์ที่ 2 ในปี ค.ศ.1190 กษัตริย์แต่ละพระองค์ต่างก็ต่อเติมตกแต่งวังให้ยิ่งใหญ่สวยงามอวดบารมี จนกระทั่งในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส พระราชวังลูฟวร์ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เริ่มเปิดให้เข้าชมในปี ค.ศ.1793 และมีการสร้างพีระมิดแก้วหน้าอาคารเพิ่มเติมในปี ค.ศ.1988 เป็นการปรับเปลี่ยนลุคของพิพิธภัณฑ์ให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น จนกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของปารีส และเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ไปในที่สุด

พีระมิดแก้วลูฟวร์มุมกว้าง

พีระมิดแก้วลูฟวร์ยามค่ำ

ในปัจจุบันพีระมิดแก้วนี้ยังทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลักสู่ชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ประตูทางเข้ามีทั้งหมด 4 ทางคือ

  • Pyramid เป็นประตูทางเข้าหลัก สำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท
  • Carrousel สำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท
  • Richelieu สำหรับกรุ๊ปทัวร์และผู้มีบัตรสมาชิก
  • Porte des Lions สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีตั๋วแล้ว

ผังทางเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ Photo Credit: www.louvre.fr

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ผ่านพีระมิด

บริเวณชั้นใต้พีระมิดแก้วเป็นโถงอาคารขนาดใหญ่ มี Information Center และทางเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านใน

โถงใต้พีระมิดแก้วลูฟวร์

Information Center ใต้พีระมิดลูฟวร์

บรรยากาศโถงใต้ดินลูฟวร์

ทางเข้าสู่ส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑ์

โถงใต้ดินพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อีกมุม

บันไดเลื่อนสู่ชั้นจัดแสดง

บรรยากาศชั้นใต้ดินพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

ชั้นลอยร้านอาหารและคาเฟ่ลูฟวร์บริเวณชั้นลอยมีส่วนที่เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ด้วย

ร้านอาหารชั้นลอยพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ คาเฟ่ชั้นลอยพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ บรรยากาศคาเฟ่ในลูฟวร์ ร้านค้าชั้นลอยพิพิธภัณฑ์ บรรยากาศร้านอาหารลูฟวร์

จากโถงชั้นใต้ดิน มีทางเดินเชื่อมกับ Carrousel du Louvre ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใต้ดินขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เปิดให้บริการในปี 1993 ได้รับการออกแบบโดย I.M. Pei สถาปนิกผู้โด่งดังคนเดียวกับที่ออกแบบพีระมิดลูฟวร์ ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีช่องรับแสงชื่อดังที่เรียกว่า La Pyramide Inversée (พีระมิดกลับหัวของลูฟวร์) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในหนังสือขายดีของ Dan Brown เรื่อง The Da Vinci Code

ห้างสรรพสินค้ามีร้านค้า ร้านอาหารมากกว่า 35 แห่ง และแม้แต่ Apple Store แห่งแรกในฝรั่งเศส มีทางเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดินได้ด้วย

ห้างสรรพสินค้าใต้ดิน Carrousel du Louvre ร้านค้าใน Carrousel du Louvre บรรยากาศ Carrousel du Louvre

พีระมิดกลับหัว La Pyramide Inversée

Apple Store ใน Carrousel du Louvre

เมนูผัดกะเพราของไทย มาอาละวาดถึงต่างแดน.. ^^

เมนูผัดกะเพราในร้านอาหาร Carrousel du Louvre

ร้านอาหารไทยใน Carrousel du Louvre บรรยากาศร้านอาหารนานาชาติ

Montmartre

มงมาร์ต (Montmartre) คือเนินเขาสูง 430 ฟุตและย่านท่องเที่ยวแสนคึกคักที่มี มหาวิหารซาเคร-เกอร์ (Basilique du Sacré-Cœur) คาเฟ่ และผลงานสตรีทอาร์ตจากศิลปินมากมาย ตั้งอยู่ในเขตที่ 18 ของกรุงปารีส

นอกจากมงมาร์ตจะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอย่างวิหาร Sacré-Cœur แล้ว บนเส้นทางการเดินในย่านมงมาร์ต หลายตรอกซอกถนนนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของเหล่าศิลปิน พื้นที่สีเขียวสำหรับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นย่านท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของปารีส

ย่านมงมาร์ตปารีส

การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 2 ขึ้นที่สถานี Anvers แล้วเดินประมาณ 500 เมตร สองข้างทางเป็นร้านรวง มีนักท่องเที่ยวเดินกันคึกคัก (แต่ก็เป็นแหล่งหากินของเหล่ามิจฉาชีพโจรล้วงกระเป๋าด้วย - โปรดใช้ความระมัดระวัง)

ถนนสู่มงมาร์ตจากสถานี Anvers

ร้านค้าสองข้างทางสู่มงมาร์ต

การขึ้นไปยังวิหาร Sacré-Cœur สามารถทำได้ 2 ทาง คือเดินขึ้นบันได 222 ขั้น (อันเดียวกับในหนังเรื่อง John Wick - Chapter 4) ^^ หรือใช้บริการรถรางไฟฟ้า (บัตร Paris Pass ที่ใช้ขึ้นรถไฟใต้ดิน-รถเมล์ สามารถใช้กับรถรางที่นี่ได้)

บันได 222 ขั้นสู่วิหาร Sacré-Cœur

คนแข็งแรงอย่างเรา… มีหรือที่จะเดินขึ้นบันได :P

รถรางไฟฟ้าขึ้นสู่มงมาร์ต บรรยากาศรถรางไฟฟ้ามงมาร์ต

วิวจากรถรางไฟฟ้ามงมาร์ต

บันไดขึ้นวิหาร Sacré-Cœur

เนื่องจากเป็นพื้นที่บนเนินสูง จึงทำให้สามารถมองเห็นวิวของปารีสแบบพาโนรามาจากบนนี้ (เป็นของแถม) ได้ด้วย

วิวพาโนรามาปารีสจากมงมาร์ต

ทัศนียภาพปารีสจากเนินมงมาร์ต

วิวเมืองปารีสจากมงมาร์ตอีกมุม

นักท่องเที่ยวชมวิวที่มงมาร์ต

วิวพาโนรามาปารีสยามบ่าย

จุดชมวิวหน้าวิหาร Sacré-Cœur

มหาวิหารซาเคร-เกอร์ (The Basilica of the Sacred Heart of Paris) เป็นสถาปัตยกรรมในรูปแบบโรมันไบแซนไทน์ (Romano-Byzantine) ที่มีโดมทรงรี 3 ยอด มหาวิหารนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ Paul Abadie ก่อสร้างในระหว่างปี ค.ศ.1875 ถึง 1919 มหาวิหารนี้มีความยาว 183 เมตร ความกว้าง 82 เมตร และความสูง 83 เมตร มีโดมทรงรี 3 ยอดและหอระฆังขนาดใหญ่ 2 หอ มหาวิหารซาเคร-เกอร์เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาและท่องเที่ยวในเมืองปารีส มีบรรยากาศสงบ ภายในวิหารมีงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และประติมากรรมที่สวยงาม รวมถึงภาพวาดของพระแม่มารีและนักบุญต่างๆ ที่มีความสำคัญทางศาสนา

มหาวิหารซาเคร-เกอร์ Basilique du Sacré-Cœur

โดมทรงรีมหาวิหารซาเคร-เกอร์

ด้านหน้ามหาวิหารซาเคร-เกอร์ หอระฆังมหาวิหารซาเคร-เกอร์

รายละเอียดสถาปัตยกรรมมหาวิหาร

ประตูทางเข้ามหาวิหารซาเคร-เกอร์

รูปปั้นประดับหน้ามหาวิหาร

ภาพวาดพระแม่มารีภายในมหาวิหาร งานศิลปะภายในมหาวิหารซาเคร-เกอร์

ประติมากรรมภายในมหาวิหาร

บรรยากาศภายในโบสถ์ สวยงาม ยิ่งใหญ่ แต่ให้ความรู้สึกที่เงียบสงบ..

บรรยากาศภายในมหาวิหารซาเคร-เกอร์

เพดานโดมภายในมหาวิหาร

แท่นบูชาภายในมหาวิหารซาเคร-เกอร์

ภาพโมเสกภายในมหาวิหาร รายละเอียดกระจกสีภายในมหาวิหาร

บรรยากาศเงียบสงบภายในมหาวิหาร

ทางออกจากมหาวิหารซาเคร-เกอร์

บันไดขาลงจากวิหาร Sacré-Cœur

ความจริงมีถนนขึ้นมาถึงบนนี้ได้ ตอนเดินไปขึ้นรถรางขาลงสังเกตเห็นมีรถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่..

รถแท็กซี่รอรับผู้โดยสารที่มงมาร์ต

รถรางไฟฟ้าขาลงจากมงมาร์ต

บันไดที่อยู่ด้านซ้ายของรถราง คือบันไดที่ John Wick วิ่งขึ้น+ต่อสู้หนึ่งต่อยี่สิบกับศัตรูในฉากจบของภาพยนตร์ John Wick - Chapter 4

บันไดฉาก John Wick Chapter 4 ที่มงมาร์ต

หลังจากนั้นก็เดินชมร้านค้าตามสองข้างทางที่ตกแต่งได้อย่างน่ารัก มีสไตล์ และมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางกลับที่พัก..

ร้านค้าสไตล์น่ารักในมงมาร์ต

บรรยากาศถนนช้อปปิ้งมงมาร์ต ร้านค้าตกแต่งสวยงามมงมาร์ต บรรยากาศเดินเที่ยวมงมาร์ต

Église Saint-Jean de Montmartre โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ตั้งแต่ยุคปี 1904 ที่สร้างด้วยอิฐแดง มีกระจกสีสไตล์อาร์ตนูโว ภาพโมเสก และประติมากรรมสวยงาม

โบสถ์ Église Saint-Jean de Montmartre

ทางลงอันเก๋ไก๋ของสถานีรถไฟใต้ดิน Abbesses

สถานีรถไฟใต้ดิน Abbesses

Le mur des je t’aime (Wall of Love) ป้ายที่เขียนข้อความ “I Love You” ในภาษาต่างๆ ตั้งอยู่ในสวนเล็กๆ บริเวณนั้น

กำแพง Le mur des je t'aime Wall of Love

สวนเล็กๆ ใกล้กำแพง Wall of Love บรรยากาศสวนใกล้ Wall of Love รายละเอียดข้อความ I Love You หลายภาษา

โรงละครมูแลงรูจ (Moulin Rouge) เป็นโรงละครคาบาเรต์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปารีส สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นสถานที่แสดงดนตรีและเต้นระบำแคนแคนที่สวยงาม โรงละครแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งชาวฝรั่งเศสและชาวโลก เนื่องจากมีฉากและเครื่องแต่งกายที่สวยงาม รวมทั้งการแสดงระดับสากลที่มีศิลปิน 80 คน ซึ่งรวมถึงนักเต้น 60 คน มูแลงรูจได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Moulin Rouge ในปี 2001

โรงละครมูแลงรูจ Moulin Rouge ปารีส ป้ายกังหันโรงละครมูแลงรูจ

โปสเตอร์การแสดงมูแลงรูจ Photo Credit: www.moulin-rouge.cabaret-paris.com/

มหานครปารีสเป็นเมืองที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ อีกทั้งมีประวัติศาสตร์และความเป็นมายาวนานนับหลายร้อยปี จึงมีสถานที่อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่เป็นจำนวนมาก การทำความรู้จักให้ทั่วถึงจึงต้องใช้เวลานาน นักท่องเที่ยว (สายแลนด์มาร์ก) อย่างเราที่มีเวลาเพียงไม่กี่วันจึงทำได้เพียงการตระเวนชมแบบง่ายๆ (ส่วนใหญ่จากภายนอก) พอให้ได้รู้จักว่ามีอะไร อยู่ที่ไหนมีหน้าตาอย่างไร แต่เมื่อเราได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และผู้คนที่เกี่ยวข้องอันเป็นที่มาของสถานที่เหล่านั้นแล้ว เราจะพบว่า ความน่าสนใจ-ความประทับใจ กลับไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของอาคารสถานที่ แต่อยู่ที่ตำนาน-เรื่องราวที่มีคุณค่าของสถานที่แห่งนั้นมากกว่า.. \OO/

โปรโมชั่นของบัตรและตั๋วเข้าชม

นอกจากการซื้อบัตรหรือตั๋วเข้าชมต่างๆ จากจุดจำหน่ายบัตรของสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ประหยัด และปลอดภัย คือการซื้อจากเอเย่นต์ผู้เป็นตัวกลางจำหน่ายรายใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงและมาตรฐาน เช่น KKday ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะได้บัตรที่ถูกต้อง แท้จริง และเป็นทางการจากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น บ่อยครั้งที่เราจะได้ราคาที่ประหยัดกว่าไปซื้อเองที่หน้างาน นอกเหนือจากความสะดวกสบายที่ไม่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวให้วุ่นวายและเสียเวลาอีกด้วย…

Paris Hop-On Hop-Off Sightseeing Bus:

Paris Hop-On Hop-Off Sightseeing Bus

Saine River Sightseeing Cruise:

Saine River Sightseeing Cruise

Paris Eiffel Tower Entry Ticket:

Paris Eiffel Tower Entry Ticket

Paris Louvre Museum Entry Ticket:

Paris Louvre Museum Entry Ticket

Paris Louvre Museum Private Tour:

Paris Louvre Museum Private Tour

Paris Centre Pompidou Private Tour:

Paris Centre Pompidou Private Tour