หลังจากชมเมืองแบบชิลล์ๆ โดยการนั่ง Sightseeing Bus และ Sightseeing Cruise ไปแล้ว วันนี้เราจะมาเป็นพลเดินเท้า ตะลอนเที่ยวชมแลนด์มาร์กต่างๆ ในกรุงปารีสกัน

Hôtel de Ville, Paris

Hotel de Ville คือ ศาลาว่าการเมือง (City Hall) ของกรุงปารีส ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Place de l’Hôtel-de-Ville – Esplanade de la Libération ในเขตการปกครองที่ 4 สามารถเดินทางมาได้โดยรถไฟใต้ดิน (สาย 1 และสาย 11) เมื่อโผล่ขึ้นมาจากสถานีก็เจอเลย

ศาลาว่าการเมือง Hôtel de Ville ปารีส

ด้านหน้าอาคาร Hôtel de Ville

รายละเอียดสถาปัตยกรรม Hôtel de Ville

Le BHV Marais ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของปารีส ตั้งอยู่หัวมุมถนนฝั่งตรงข้ามกับ Hotel de Ville

ห้างสรรพสินค้า Le BHV Marais

Office du Tourisme et des Congrès de Paris สำนักงานใหญ่ของ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวปารีส ตั้งอยู่ด้านข้างของอาคารศาลาว่าการฯ

ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวปารีส

Hôtel de Ville ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแซนในย่าน Marais ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ ถูกใช้เป็นศาลาว่าการเมืองของปารีสมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1357

สถาปัตยกรรมเรอเนซองส์ Hôtel de Ville

รายละเอียดประดับอาคาร Hôtel de Ville

ช่วงนี้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่ในปารีสกำลังบูรณะและตกแต่งเพื่อเตรียมตัวต้อนรับเทศกาล กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (2024 Olympic Games) ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม 2024

การเตรียมงานโอลิมปิก 2024 ที่ Hôtel de Ville

ป้ายโอลิมปิก 2024 หน้าศาลาว่าการเมือง

บรรยากาศจัตุรัส Place de l'Hôtel-de-Ville

รูปปั้นประดับ Hôtel de Ville

บรรยากาศรอบ Hôtel de Ville จัตุรัสหน้าศาลาว่าการเมือง

อาคารประวัติศาสตร์ใกล้ Hôtel de Ville

Centre Pompidou

เดินขึ้นเหนือไปตามถนน Rue du Renard ประมาณสองบล็อก จะถึงจัตุรัส Place Igor-Stravinsky ซึ่งมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ Stravinsky Fountain

น้ำพุ Stravinsky สร้างขึ้นในปี 1983 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ Georges-Pompidou ประกอบด้วยประติมากรรม 16 ชิ้นที่อุทิศให้กับบทประพันธ์ของนักดนตรีชาวรัสเซีย อิกอร์ สตราวินสกี (Igor Stravinsky) เช่น The Mermaid, Life, Love, The Snake, Death

น้ำพุ Stravinsky Fountain ปารีส

ด้านหลังของน้ำพุคืออาคารของ โบสถ์ Église Saint-Merry

โบสถ์ Église Saint-Merry

รายละเอียดสถาปัตยกรรมโบสถ์ Saint-Merry

ถัดไปอีกเล็กน้อย จะพบกับอาคารขนาดใหญ่ มีรูปทรงแปลกตา ที่นี่คือ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติฌอร์ฌ ปงปีดู (Centre national d’art et de culture Georges-Pompidou)

ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติปงปีดู

ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติปงปีดู เป็นโครงการอาคารอเนกประสงค์ ได้รับการออกแบบสไตล์นวัตกรรมเชิงไฮเทค ภายในประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ห้องสมุดสารสนเทศสาธารณะ (Bibliothèque publique d’information) ซึ่งเป็นห้องสมุดสาธารณะขนาดใหญ่, พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติ (Musée National d’Art Moderne) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และในส่วนสุดท้ายคือ สถาบันการวิจัยและความร่วมมือทางเสียง/ดนตรี (IRCAM) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านเสียงและด้านดนตรี

อาคารศูนย์ปงปีดู สไตล์ไฮเทค

อาคารของศูนย์ฯ ปงปีดู เป็นที่รู้จักในเรื่องของการออกแบบที่นำเสนอโครงสร้างภายในล้วนๆ ทั้งโครงเหล็ก คอนกรีตเสริมเหล็ก แม้กระทั่งพวกท่อต่างๆ ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่แตกต่างมากในขณะนั้น ที่โดยปกติแล้วจะปกปิดไม่ให้เห็นโครงสร้าง การออกแบบได้รับคำชื่นชมจากหลายส่วนทั้งจากสื่อมวลชนเช่น เนชั่นแนล จีโอกราฟิก, เดอะนิวยอร์กไทมส์ เป็นต้น

โครงสร้างเหล็กเปลือยของศูนย์ปงปีดู

ชื่อของศูนย์ฯ แห่งนี้มาจากชื่อของ ฌอร์ฌ ปงปีดู ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนที่ 2 ผู้ริเริ่มให้สร้างอาคารแห่งนี้ขึ้น ซึ่งได้เปิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ.1977 ข้อมูลในปี ค.ศ. 2006 พิพิธภัณฑ์ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 มาแล้วมากกว่า 180 ล้านคน และมากกว่า 5,209,678 คนในปี ค.ศ. 2013 เพียงปีเดียว

ทางเข้าศูนย์ศิลปะปงปีดู

ย้อนกลับมายังจัตุรัส Place de l’Hôtel-de-Ville เดินผ่านศาลาว่าการฯ แล้วข้ามสะพาน Pont d’Arcole ไปยัง เกาะ Île de la Cité กลางแม่น้ำแซน อันเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่ง รวมถึง อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris)

สะพาน Pont d'Arcole สู่เกาะ Île de la Cité

เกาะ Île de la Cité กลางแม่น้ำแซน

ถนนบนเกาะ Île de la Cité

โบสถ์แซ็งต์-ชาเปล (Sainte-Chapelle) เป็นโบสถ์เก่าแก่นิกายโรมันคาทอลิก ถูกสร้างขึ้นจากคำสั่งของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ในปี ค.ศ.1241

โบสถ์แซ็งต์-ชาเปล ปารีส

ห้องน้ำสาธารณะแบบไฮเทค ใช้งานเสร็จไม่ต้องทำอะไร สามารถเดินออกมาได้เลย ห้องจะถูกปิดล็อกและมีระบบฉีดล้างทำความสะอาดแบบอัตโนมัติทั้งห้อง เมื่อสะอาดแล้วจะมีไฟเขียวแสดงให้เห็นว่าพร้อมให้บริการผู้ใช้คนถัดไป

ห้องน้ำสาธารณะไฮเทคในปารีส

Hôtel-Dieu, Paris โรงพยาบาลของรัฐ มีอายุย้อนไปถึงปี ค.ศ. 829 ทำให้เป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส

โรงพยาบาล Hôtel-Dieu ปารีส

Cathédrale Notre-Dame de Paris

อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส สร้างในปี ค.ศ.1163 คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี อาสนวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส แผงด้านหน้าหรือฟาซาด (Facade) ของโบสถ์มีซุ้มประตูโค้งและหอคอยคู่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกนำไปใช้กับโบสถ์อื่นๆ อีกหลายแห่งทั่วโลก

เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2019 เกิดเหตุเพลิงไหม้อาสนวิหาร สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยไฟได้โหมไหม้ตรงด้านบนของอาสนวิหาร หลังจากการระดมกำลังร่วมกันดับไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในอาสนวิหาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็สามารถควบคุมเพลิงได้ โดยสามารถรักษาโครงสร้างหลักของอาสนวิหารเอาไว้ได้ ซึ่งกางเขนและแท่นมิซซาที่อยู่ภายในไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ถือเป็นข่าวสะเทือนใจคริสต์ศาสนิกชนชาวฝรั่งเศสและทั่วโลก หลังจากนั้นจึงได้เริ่มทำการบูรณะ คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2024

อาสนวิหารน็อทร์-ดามในอดีตก่อนไฟไหม้ ภาพของวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีสในอดีตสมัยที่ยังไม่ถูกไฟไหม้

บริเวณรอบๆ โบสถ์ มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้ตลอดจนขั้นตอนการปฏิสังขรณ์ให้ดูด้วย

ป้ายข้อมูลเหตุการณ์ไฟไหม้น็อทร์-ดาม

ขั้นตอนการบูรณะอาสนวิหารน็อทร์-ดาม

แม้ว่าจะอยู่ในระหว่างบูรณะ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวหน้าอาสนวิหารน็อทร์-ดาม

ที่ด้านหน้าโบสถ์มีแท่นยกพื้นคล้ายอัฒจันทร์สำหรับให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนั่งชม-ถ่ายภาพ

แท่นยกพื้นหน้าอาสนวิหารน็อทร์-ดาม

นักท่องเที่ยวนั่งชมอาสนวิหารน็อทร์-ดาม

ด้านหน้าอาสนวิหารน็อทร์-ดามระหว่างบูรณะ

นั่งร้านบูรณะอาสนวิหารน็อทร์-ดาม

วิวรอบอาสนวิหารน็อทร์-ดาม บรรยากาศเกาะ Île de la Cité

Charlemagne et ses Leudes (ภาษาอังกฤษ: Charlemagne and His Guards - ชาร์ลมาญและองครักษ์ของพระองค์) เป็นรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าอาสนวิหารน็อทร์-ดาม สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Louis และ Charles Rochet สำหรับนิทรรศการสากล (Universal Exposition) ในปี 1878

ชาร์ลมาญ (Charlemagne) เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงรวมยุโรปตะวันตกและยุโรปกลางส่วนใหญ่เข้าด้วยกันในช่วงประมาณปี ค.ศ. 800

รูปปั้น Charlemagne et ses Leudes หน้าน็อทร์-ดาม

รูปปั้นแสดงให้เห็นชาร์ลมาญ (Charlemagne) ในวัยชรา สวมมงกุฎจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และควงคทาของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 5 เขาถูกขนาบข้างด้วยผู้พิทักษ์สองคนคือ Oliver ซึ่งเป็นผู้นำทางม้าของชาร์ลมาญ และ Roland อัศวินผู้มีชื่อเสียงจากขวานโอลีฟันต์ (ขวานสองหัว) และดาบในตำนานดูเรนดัล ผู้คอยยืนเฝ้าระวังศัตรูอยู่ด้านข้าง

รายละเอียดรูปปั้น Charlemagne

Point Zero (จุดศูนย์กิโลเมตร) คือจุดที่เป็นตำแหน่งเริ่มต้นในการวัดระยะของเส้นทางถนนในฝรั่งเศส ลักษณะเป็นแผ่นหินสี่ชิ้นซึ่งตรงกลางมีเหรียญแปดเหลี่ยมวางแทนเข็มทิศ Point Zero แต่เดิมจะตั้งอยู่บนพื้นจัตุรัสหน้ามหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (แต่ในช่วงที่กำลังมีการบูรณะเราเดินหาไม่เจอ.. ^^)

จุด Point Zero des Routes de France Photo Credit: www.wikipedia.org

จากบริเวณลานหน้าโบสถ์ จะมองเห็นยอดโดมของ Panthéon ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

ยอดโดม Panthéon จากลานหน้าน็อทร์-ดาม

Le Panthéon

วิหารแพนธีออน (Panthéon) เป็นวิหารที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 สั่งให้สร้างขึ้นแทนโบสถ์ Sainte-Geneviève ที่เสื่อมโทรม เพื่อแก้บนหลังจากที่หายจากประชวรครั้งใหญ่ อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ.1758 ถึง 1790 ตัววิหารสร้างจากหินและหินอ่อนทั้งหลังในสไตล์นีโอคลาสสิก โดยนำสถาปัตยกรรมโด่งดังของโลกสองแห่งมาผสมผสานกัน คือด้านหน้าวิหารดูละม้ายคล้ายกับวิหารแพนธีออน (Pantheon) ของกรุงโรม ส่วนยอดโดมสร้างตามแบบของมหาวิหาร Saint Paul ในกรุงลอนดอน หลังการปฏิวัติฝรั่งเศส วิหารแพนธีออนได้ถูกใช้เป็นที่ฝังศพบุคคลสำคัญของประเทศ เช่น Voltaire กับ Jean-Jacques Rousseau สองนักปรัชญาผู้โด่งดัง และนักประพันธ์ Victor Hugo

วิหารแพนธีออน Le Panthéon ปารีส

โดมวิหารแพนธีออน เสาสไตล์นีโอคลาสสิกวิหารแพนธีออน

ด้านหน้าวิหารแพนธีออน

ข้างๆ Panthéon คือที่ตั้งของห้องสมุดวรรณกรรม Jacques Doucet (Jacques Doucet Literary Library) เป็นห้องสมุดที่โดดเด่นซึ่งอุทิศให้กับวรรณคดีฝรั่งเศส สร้างขึ้นโดย Jacques Doucet และยกให้กับมหาวิทยาลัยปารีสในปี 1929

ห้องสมุด Jacques Doucet Literary Library

เยื้องไปทางด้านหลังของวิหาร Panthéon คือ โบสถ์แซ็ง-เอเตียน-ดู-มงต์ (Church of Saint-Étienne-du-Mont) เป็นโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ที่สวยงาม

โบสถ์แซ็ง-เอเตียน-ดู-มงต์

Place de la Concorde

จัตุรัส เดอ ลา คองคอร์ด (Place de la Concorde) เป็นหนึ่งในสี่แห่งจัตุรัสที่สำคัญในกรุงปารีส มีขนาดใหญ่ถึง 19 เอเคอร์ (ประมาณ 48 ไร่) และเป็นพื้นที่จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงของฝรั่งเศส สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ในปี ค.ศ.1755 เพื่อประดิษฐานพระบรมรูปทรงม้าแต่ถูกทำลายโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทางทิศตะวันออกของจัตุรัสมีพื้นที่ติดต่อกับ สวน Tuileries Garden ซึ่งสามารถเดินไปถึง พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Musée du Louvre) ได้

การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 1, 8, 12 (สถานี Concorde) และรถเมล์หลายสาย

จัตุรัส Place de la Concorde

จัตุรัสคองคอร์ดเป็นสถานที่แห่งความทรงจำทางประวัติศาสตร์ การนองเลือดที่จัตุรัสแห่งนี้จากสงครามกลางเมืองที่นำไปสู่ การปฏิวัติการปกครองของฝรั่งเศส รวมทั้งเป็นจุดจบของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พร้อมกับพระนางมารีอังตัวเนตด้วยเครื่องประหารกิโยติน (Guillotine)

การปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution) เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของฝรั่งเศสจากระบอบกษัตริย์สู่สาธารณรัฐ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมอย่างมหาศาล เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1789 เมื่อกองกำลังร่วมของสมัชชาแห่งชาติได้ยกเลิกระบอบกษัตริย์เก่าแก่เพื่อสถาปนาระบอบการปกครองใหม่ สถาบันกษัตริย์ถูกล้มล้างโดยสมบูรณ์ในเดือนกันยายน ค.ศ.1792 ราชอาณาจักรฝรั่งเศสแปรสภาพเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่หนึ่ง มักซีมีเลียง รอแบ็สปีแยร์ (Maximilien de Robespierre) ผู้นำสมัชชาแห่งชาติเป็นผู้สั่งประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในเดือนมกราคม ค.ศ.1793 แล้วขึ้นครองอำนาจการปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จแทนในเวลาต่อมา ได้แสดงอำนาจอำมหิต เข่นฆ่าผู้คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามด้วยเครื่องประหารกิโยติน (Guillotine) อีกนับหมื่นชีวิต แต่ในเวลาต่อมา รอแบ็สปีแยร์ ก็ถูกจับประหารด้วยเครื่องกิโยตินเช่นกัน เมื่อ นายพลนโปเลียน ได้ทำการปฏิวัติในปี ค.ศ.1794 อันถือเป็นจุดสิ้นสุดของ ยุคแห่งมิคสัญญี (Reign of Terror - สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว)

การปฏิวัติฝรั่งเศสทำให้เกิดวลี “เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ (Liberty, Equality, Fraternity)” อันกลายเป็นคำขวัญของประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน

จัตุรัส Place de la Concorde มุมสูง Photo Credit: www.wikipedia.org

บรรยากาศจัตุรัสคองคอร์ด วิวจัตุรัสคองคอร์ดอีกมุม รูปปั้นประดับจัตุรัสคองคอร์ด เสาโคมไฟจัตุรัสคองคอร์ด เสาโคมไฟอันหรูหราสวยงามบริเวณจัตุรัส

รายละเอียดเสาโคมไฟจัตุรัสคองคอร์ด

Hôtel de la Marine เป็นอาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บน Place de la Concorde ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก Ange-Jacques Gabriel และสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1757 ถึง 1774

อาคาร Hôtel de la Marine

สิ่งสำคัญในจัตุรัสแห่งนี้คือ เสาโอเบลิสก์ (L’Obélisque) และ ประติมากรรมน้ำพุ Fontaine de Jacques Hittorff ขนาดใหญ่ 2 แห่ง

เสาโอเบลิสก์และน้ำพุจัตุรัสคองคอร์ด

โอเบลิสก์ (L’Obélisque) เป็นเสาหินโบราณปลายแหลม อายุกว่า 3,200 ปีจากวิหารลักซอร์ (Luxor) ที่ตกแต่งด้วยอักษรอียิปต์โบราณเพื่อยกย่องการครองราชย์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 เป็นของขวัญที่รัฐบาลอียิปต์มอบให้กับฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1829

เสาโอเบลิสก์ Luxor จัตุรัสคองคอร์ด

เสาโอเบลิสก์ซึ่งเป็นเสาหินแกรนิต มีความสูงถึง 23 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 250 ตัน เคยถูกใช้เป็นเครื่องหมายทางเข้าวิหารลักซอร์ การยกเสาขึ้นถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่สำคัญในยุคนั้น บนฐานของเสามีภาพวาดอธิบายถึงเครื่องจักรที่ใช้ในการขนส่งตลอดจนวิธีการยกเสาขึ้นตั้งด้วย

ฐานเสาโอเบลิสก์แสดงภาพวาดวิศวกรรมโบราณ

ประติมากรรมน้ำพุ Fontaine de Jacques Hittorff หลังจากเสร็จสิ้นการติดตั้งเสาโอเบลิสก์ลักซอร์ในปี 1836 Jacques-Ignace Hittorff หัวหน้าสถาปนิกของจัตุรัสได้เดินหน้าสร้างน้ำพุใหม่ 2 แห่งเพื่อประดับตกแต่งร่วมกับเสาโอเบลิสก์ น้ำพุของฮิตทอร์ฟฟ์แต่ละแห่งมีความสูงเก้าเมตร รูปปั้นรอบๆ จัตุรัสเป็นตัวแทนของเมืองใหญ่ในฝรั่งเศส น้ำพุทะเล (Maritime Fountain) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ระหว่างเสาโอเบลิสก์และแม่น้ำแซน แสดงให้เห็นภาพทะเลที่ติดกับฝรั่งเศส ในขณะที่น้ำพุ Fluvial Fountain หรือน้ำพุแม่น้ำทางตอนเหนือระหว่างเสาโอเบลิสก์และถนน Rue Royale แสดงให้เห็นภาพแม่น้ำสายใหญ่ของฝรั่งเศส ถูกตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่กิโยตินซึ่งประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกวางไว้

น้ำพุ Fontaine de Jacques Hittorffรายละเอียดน้ำพุจัตุรัสคองคอร์ด รูปปั้นตัวแทนเมืองใหญ่ฝรั่งเศส

statue de Lille รูปปั้นหินที่เป็นตัวแทนของเมืองลีล (Lille) ในบริเวณจัตุรัส

รูปปั้น statue de Lille จัตุรัสคองคอร์ด

จากบริเวณจัตุรัสฯ มองไปทางทิศใต้ไกลๆ จะเห็น Palais Bourbon หรือ Assemblée Nationale ที่นี่เป็นสถานที่ประชุมของรัฐสภา ตั้งอยู่ในเขตที่ 7 ของกรุงปารีสบนฝั่งขวาของแม่น้ำแซน

Palais Bourbon จากจัตุรัสคองคอร์ด

อาคารรัฐสภา Assemblée Nationale

มองไปทางทิศเหนือ อาคารที่เห็นไกลๆ คือ โบสถ์ La Madeleine เป็นโบสถ์สำคัญในคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1842 เพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญแมรี แม็กดาเลน (St.Mary Magdalene)

โบสถ์ La Madeleine จากจัตุรัสคองคอร์ด

ทิศตะวันตกของจัตุรัสคือถนนช็องเซลีเซ (Av. des Champs-Élysées) มองเห็น ประตูชัย (Arc de Triomphe) ตั้งโดดเด่นอยู่ไกลๆ

ประตูชัยจากจัตุรัสคองคอร์ด

ที่มาของชื่อ Place de la Concorde มีความหมายว่า จัตุรัสแห่งความปรองดองหรือความสมานฉันท์ ชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อลบล้างภาพจำของเหตุการณ์การนองเลือดในอดีตที่ไม่อาจลืมเลือนได้

Opéra Garnier

โรงอุปรากรปาแลการ์นีเย หรือที่รู้จักกันในชื่อ โอเปร่าการ์นีเย (Opéra Garnier) เป็นหนึ่งในโรงอุปรากรที่โด่งดังที่สุดในโลก และถือเป็นงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของยุคฟื้นฟูบาโรก

โรงละครแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย ชาร์ลส์ การ์นีเยร์ (Charles Garnier) เปิดดำเนินการเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.1875 การออกแบบของโรงละครนั้นวิจิตรบรรจงและหรูหรา โดยมีบันไดอันงดงาม ลวดลายเพดาน และโคมระย้าคริสตัล โรงละครสามารถจุผู้ชมได้ถึง 2,000 คน

โรงอุปรากร Opéra Garnier ด้านหน้า

รายละเอียดสถาปัตยกรรม Opéra Garnier

ด้านหน้าโรงอุปรากรการ์นีเย

บันได Grand Escalier ภายในโรงอุปรากร Photo Credit: Benh LIEU SONG www.wikimedia.org

ห้องโถงใหญ่ Grand Salon โรงอุปรากร Photo Credit: Eric Pouhier www.wikimedia.org

เวทีการแสดงภายในโรงอุปรากร Garnier Photo Credit: scarletgreen www.wikimedia.org

เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ โอเปร่าการ์นีเย ก็กำลังอยู่ในช่วงของการบูรณะปรับปรุงเพื่อต้อนรับเทศกาลกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่จะมาถึงด้วย

การบูรณะโรงอุปรากร Garnier

ด้านหน้าโรงอุปรากร Garnier ระหว่างบูรณะ

รายละเอียดหลังคาโรงอุปรากร Garnier

รูปปั้นประดับโรงอุปรากร Garnier ประติมากรรมประดับด้านหน้าโรงอุปรากร

รายละเอียดทองคำประดับโรงอุปรากร

ด้านข้างโรงอุปรากร Garnier

บริเวณใกล้กับโรงอุปรากรปาแลการ์นีเย มีวิหารสไตล์กรีกหลังใหญ่ (ที่มองเห็นได้จากจัตุรัสคองคอร์ด) ที่นี่คือโบสถ์ La Madeleine เป็นโบสถ์สำคัญในคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1842 เพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญแมรี แม็กดาเลน (St.Mary Magdalene)

โบสถ์ La Madeleine ใกล้โรงอุปรากร

La Madeleine มีความโดดเด่นอย่างมากจากภายนอกเนื่องจากมีส่วนหน้าอาคารสไตล์นีโอคลาสสิก ซึ่งคล้ายกับวิหารกรีกโบราณ ตัวอาคารมีเสาโครินเธียน 52 ต้นซึ่งสูง 20 เมตร ทำให้อาคารมีรูปลักษณ์ที่สง่างาม บนหน้าจั่วมีภาพงานปั้นแบบนูนสูงซึ่งแสดงถึงการพิพากษาครั้งสุดท้าย

หน้าจั่วโบสถ์ La Madeleine

ที่ผ่านมาวันนี้เป็นเพียงเสี้ยวเดียวของสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของปารีส เราจะไปเดินย่ำเท้าสำรวจต่อกันในตอนหน้า.. \O.O/

โปรโมชั่นของบัตรและตั๋วเข้าชม

นอกจากการซื้อบัตรหรือตั๋วเข้าชมต่างๆ จากจุดจำหน่ายบัตรของสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ประหยัด และปลอดภัย คือการซื้อจากเอเย่นต์ผู้เป็นตัวกลางจำหน่ายรายใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงและมาตรฐาน เช่น KKday ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะได้บัตรที่ถูกต้อง แท้จริง และเป็นทางการจากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น บ่อยครั้งที่เราจะได้ราคาที่ประหยัดกว่าไปซื้อเองที่หน้างาน นอกเหนือจากความสะดวกสบายที่ไม่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวให้วุ่นวายและเสียเวลาอีกด้วย…

Paris Hop-On Hop-Off Sightseeing Bus:

Paris Hop-On Hop-Off Sightseeing Bus

Saine River Sightseeing Cruise:

Saine River Sightseeing Cruise

Paris Eiffel Tower Entry Ticket:

Paris Eiffel Tower Entry Ticket

Paris Centre Pompidou Private Tour:

Paris Centre Pompidou Private Tour

Paris Louvre Museum Entry Ticket:

Paris Louvre Museum Entry Ticket

Paris Louvre Museum Private Tour:

Paris Louvre Museum Private Tour