ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ แต่เราตื่นเช้ากว่าทุกวัน เพราะมีนัดกันเพื่อจะไปเที่ยว ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งแม้ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ มานาน แต่พวกเราก็ไม่เคยได้มีโอกาสไปเที่ยวมาเลยสักครั้ง เหมือนใกล้เกลือกินด่าง เพราะที่นี่เป็นตลาดน้ำซึ่งเป็นที่รู้จักและนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติมานาน และยังจัดเป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มีลักษณะเป็นตลาดน้ำผสมผสานกับตลาดบนบก ซึ่งจะมีทั้งร้านค้าที่ขายสินค้าอยู่บนเรือและภายในอาคารสองฝั่งน้ำ มีพื้นที่กว้างขวาง ราคาของสินค้าย่อมเยา บรรยากาศเหมือนกับตลาดน้ำในต่างจังหวัด
จุดเด่นของตลาดน้ำแห่งนี้คือตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ต้องเดินทางไปไกลอย่างตลาดน้ำอัมพวาหรือตลาดดำเนินสะดวก มีสินค้าหลากหลายเช่น อาหารคาวหวาน ผัก ผลไม้ ของใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า ของที่ระลึก ฯลฯ ให้เลือกซื้อ เลือกชม-ชิมมากมาย นอกจากนี้ยังมีบริการนั่งเรือเที่ยวชมบรรยากาศและวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้านที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลอง ตลอดจนแวะไหว้พระได้อีกด้วย





ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตั้งอยู่ที่ไหน
ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตั้งอยู่ริมคลองลัดมะยม หมู่ที่ 11 ถนนบางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น. เป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่ที่มีสินค้าจำหน่ายมากมายหลายประเภทถึง 7 โซนด้วยกัน โดยโซนต่างๆ เกิดขึ้นมาจากการขยายตัวของตลาดและเจ้าของบริหารที่เพิ่มขึ้นมาในภายหลัง
คลองลัดตาเหนียว หรือที่ชาวบ้านในละแวกนั้นเรียกว่า “คลองลัดมะยม” มีลักษณะเป็นคลองขนาดกว้างขวาง บรรยากาศสบายๆ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีชุมชนเล็กๆ ที่เงียบสงบอยู่โดยรอบ







บรรยากาศเดินเที่ยวตลาด
ถ้าจะเดินแบบสบายๆ แนะนำให้ไปแต่ช่วงสายๆ เพราะเมื่อถึงเวลาเที่ยงจะเริ่มแออัดขึ้น พ่อค้าแม่ค้าเล่าให้ฟังว่า ในช่วงก่อนโควิด นักท่องเที่ยวจะแน่นขนัดเต็มพื้นที่ในช่วงเวลาเที่ยงๆ เลยทีเดียว





















โต๊ะเก้าอี้นั่งพักริมน้ำ
ตลาดน้ำคลองลัดมะยมจะมีความโดดเด่นอยู่อย่างหนึ่ง คือที่นี่จะมีโต๊ะเก้าอี้ไว้รองรับนักท่องเที่ยวด้วย โดยเราสามารถซื้ออาหารแล้วก็มานั่งล้อมวงทานด้วยกันในบรรยากาศริมน้ำได้เลย ไม่ต้องกังวลว่ามาแล้วจะต้องหอบหิ้วซื้อกลับไปที่บ้านเท่านั้น ถ้าใครเดินจนเมื่อยแล้วก็ยังนั่งรอชิลๆ ได้อีกด้วย












นั่งเรือเที่ยวชมวิถีชีวิตริมคลอง
กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดอีกอันคือ นั่งเรือเที่ยวไปตามลำคลอง โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษๆ (ค่าโดยสารคนละ 100 บาท - แต่แรกเราคิดว่าออกจะแพงไปหน่อย แต่หลังจากจบโปรแกรมแล้วเราว่าคุ้มค่าอยู่^^) การได้สัมผัสถึงวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ตามสองฝั่งคลอง เป็นภาพชีวิตที่เราจะไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถไฟฟ้า ตึกรามสูงใหญ่ ฯลฯ ในปัจจุบัน









แวะไหว้พระที่ตลาดน้ำวัดสะพาน ราชพฤกษ์
เรือจะแวะให้เราขึ้นเดินเที่ยวและไหว้พระที่ ตลาดน้ำวัดสะพาน ราชพฤกษ์





ตลาดน้ำวัดสะพาน ราชพฤกษ์ เป็นตลาดน้ำขนาดไม่ใหญ่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 โดยความร่วมมือกันของชาวบ้าน ชาวสวนในชุมชนบางกอกน้อยและวัดสะพาน นอกจากเที่ยวชมตลาดน้ำแล้ว เรายังมีโอกาสไหว้สักการะ ขอพร หลวงพ่อโต หลวงพ่อกลาง และหลวงพ่อดำ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารโถง ซึ่งเป็นวิหารโล่งไม่มีผนังแห่งวัดสะพาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอีกด้วย






จุดแวะฟาร์มกล้วยไม้และบ้านสวนโบนัส
หลังจากนั้นเราก็แล่นเรือต่อไปยังจุดแวะแห่งที่สอง




ที่นี่เป็นฟาร์มกล้วยไม้ แม้ว่าจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีกล้วยไม้สวยๆ ให้ชมมากมาย




ที่อยู่ติดกัน เป็นโฮมสเตย์น่ารักๆ ชื่อ บ้านสวนโบนัส เรื่องราวความเป็นมาของที่นี่น่าสนใจทีเดียว โดยเจ้าของเล่าว่า..
”… ที่นี่เกิดจากมนุษย์เงินเดือนใกล้เกษียณคนหนึ่ง ที่มีความฝันอยากมีบ้านสักหลังอยู่ริมคลอง สำหรับพักผ่อนให้มีความสุขอยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนๆ ที่แวะมาหาเรา มีเวลาพูดคุยสนุกสนานตามประสาเพื่อนฝูง ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ มีที่ดินเหลือทำสวนผักเกษตรอินทรีย์ ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ได้ผลผลิตที่เราตั้งใจปลูกปราศจากสารพิษ ปลอดภัยทุกขั้นตอน นำมาทำอาหารทานกันเอง มีเหลือก็แบ่งปัน ดีต่อสุขภาพ มีเวลาเหลือๆ ก็ปั่นจักรยานชมวิถีชุมชนพูนบำเพ็ญ ชาวบ้านที่นี่น่ารักมาก มีกิจกรรมดีๆ ให้เที่ยวชมกัน หรือไปล่องเรือชมวิถีคนชาวบางเชือกหนัง แวะตลาดน้ำ หรือลงไปกราบไหว้พระวัดต่างๆ ที่เรือผ่านไป ก็จะทำให้สบายใจ…”






เดินทางกลับและปิดท้ายทริป
หลังจากเดินเที่ยวจนอิ่มแล้ว เรือก็พาเรากลับมาส่งยังตลาดน้ำคลองลัดมะยมเหมือนเดิม



ขึ้นจากเรือได้เวลาใกล้เที่ยง เลยถือโอกาสเติมพลังอีกครั้ง ก่อนจะอำลาตลาดน้ำคลองลัดมะยมไปด้วยความอิ่มเอม ทั้งกายและใจ..\O_O/






การเดินทาง

นอกจากการขับรถยนต์ไปเองแล้ว วิธีที่น่าสนใจอีกแบบก็คือการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ โดยทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ร่วมกับเครือข่ายตลาดน้ำเขตตลิ่งชัน ทดลองเดิน รถบัสไฟฟ้า BMA Feeder ในเส้นทางส่งเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าบางขุนนนท์ (MRT สายสีน้ำเงิน) กับการเดินทางระหว่าง 4 ตลาดน้ำในเขตตลิ่งชันเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาการขาดแคลนรถสาธารณะที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะหลักอย่างรถเมล์และรถไฟฟ้า ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา 09.00-16.45 น. (เวลาจากสถานีบางขุนนนท์) เริ่มวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป
สำหรับ “รถบัสไฟฟ้าฟรี เที่ยว 4 ตลาดน้ำ” มีจุดจอดรับ-ส่ง ทั้งหมด 6 จุด ได้แก่
สถานีรถไฟฟ้าบางขุนนนท์ ระหว่างทางออก 2 และ 3
ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน
ตลาดน้ำตลิ่งชัน
สถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ตลิ่งชัน
ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
และตลาดน้ำวัดสะพาน
ทั้งนี้ รถบัสไฟฟ้าขนาด 20 ที่นั่งของกรุงเทพมหานคร มีทางลาดสามารถนำรถเข็นเด็ก หรือรถเข็นคนพิการ ขึ้น-ลง ได้อย่างสะดวก บนรถยังมีเข็มขัดนิรภัย wifi ฟรี จุดชาร์จโทรศัพท์ และสามารถเช็กตำแหน่งรถในเส้นทางได้ผ่านแอปพลิเคชัน ViaBus


