“กิ่วแม่ปาน”

คือหนึ่งในเป้าหมายยอดนิยมของนักเดินทางบนเส้นทางท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จุดเด่นของที่นี่คือเป็นจุดชมอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามในตอนเช้าซึ่งสามารถเดินทางมาได้ง่าย ไม่ต้องบากบั่นดั้นด้นไปไกลอย่างเช่นดอยอ่างขาง, ห้วยน้ำดัง ฯลฯ จุดชมอาทิตย์ขึ้นของกิ่วแม่ปานจะอยู่ตรงบริเวณกิโลเมตรที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ตรงข้ามกับที่ทำการและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ประมาณ 700 เมตร และห่างจาก ยอดดอยอินทนนท์ เพียง 4.7 กิโลเมตรเท่านั้น

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานดอยอินทนนท์

ทิวเขาเรียงรายมองจากกิ่วแม่ปาน

ทะเลหมอกยามเช้าที่กิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปานเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีสภาพธรรมชาติที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบชื้น กับ ทุ่งหญ้าบนยอดเขา

คำว่า “กิ่ว” ในภาษาไทยถิ่นเหนือหมายถึง เส้นทางเล็ก ๆ ที่มีขนาดแคบ ส่วนคำว่า “แม่ปาน” หมายถึง ลำห้วยแม่ปาน

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน (Kew Mae Pan Nature Trail) คือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น มีเส้นทางเดินเป็นวงรอบระยะทางประมาณ 2.8 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินประมาณ 2–3 ชั่วโมง

จุดเริ่มต้นเส้นทางเดินวงรอบกิ่วแม่ปาน ป้ายเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปานเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่ประมาณ เดือนพฤศจิกายน จนถึง เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยจะปิดในช่วงฤดูฝนเพื่อให้ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู (คล้ายๆกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึง) ช่วงเวลาที่ดีในการเดินทางไปเที่ยวคือประมาณเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งอากาศจะหนาวเย็นและธรรมชาติยังคงสมบูรณ์จากการได้พักฟื้นฟูมาตั้งแต่ในช่วงฤดูฝน การรอชมอาทิตย์ขึ้นอันสวยงามในตอนเช้าท่ามกลางอากาศสดชื่นและทะเลหมอกในหุบเขาเบื้องหน้า ปิดท้ายด้วยการออกแรงเดินเท้าไปเที่ยวชมธรรมชาติ (ในระยะทางและความยากที่ไม่เกินความท้าทาย) ผ่านป่าใหญ่และทุ่งหญ้าสีเขียวเพื่อไปยัง จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อันเป็นไฮไล้ท์ของเส้นทางนี้

การมาเที่ยวชมที่นี่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ได้สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอด ได้ชมวิวอันงดงามและพันธุ์ไม้หายาก แม้ว่าที่นี่จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอลังการ แต่ธรรมชาติสามารถเยียวยาและเติมพลังให้แก่ชีวิตเราได้เป็นอย่างดีเสมอ..

ทุ่งหญ้าสีเขียวกิ่วแม่ปานดอยอินทนนท์

รู้จักกับ “กิ่วแม่ปาน”

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้เริ่มเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแก่นักท่องเที่ยว ทั่วไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 แต่ยังไม่มีบุคลากรรับผิดชอบการให้บริการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 อุทยานฯ ได้เริ่มสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน (ชาวเขาเผ่าม้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง) โดยการจัดฝึกอบรมการเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เปลี่ยนชุมชนจากผู้ล่าเป็นผู้เล่า จนวิถีของการทำไร่ฝิ่นและการลักลอบล่าสัตว์เริ่มลดลง

ในปี พ.ศ.2550 มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดยบริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก้ (EGCO) ได้สานต่องานการพัฒนาเส้นทางฯ กิ่วแม่ปานให้สมบูรณ์ มีมาตรฐาน กลมกลืนกับธรรมชาติ ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว โดยร่วมพัฒนาและบำรุงรักษาเส้นทางฯ ร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์อย่างต่อเนื่อง

พัฒนาการเส้นทางกิ่วแม่ปานโดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า

ปี พ.ศ.2561 หลังจากกิ่วแม่ปานถูกใช้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติมานาน พบว่าระบบนิเวศและธรรมชาติในเส้นทางฯ ได้รับผลกระทบและมีการเปลี่ยนแปลง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และมูลนิธิไทยรักษ์ป่า จึงร่วมวางแผนฟื้นฟูและปรับปรุงเส้นทางฯ อีกเป็นครั้งใหญ่ โดยพัฒนาทางเดินเท้า (Board Walk) ในจุดที่จำเป็น รวมระยะทาง 520 เมตรเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และซ่อมแซมจุดต่างๆ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบสื่อความหมาย (ป้าย-สัญลักษณ์) ในเส้นทางฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น และเยาวชนจิตอาสา

การปรับปรุงเส้นทางเดินไม้ Board Walk กิ่วแม่ปาน Photo Credit: https://mgronline.com

ทางเดินไม้ Board Walk ที่ปรับปรุงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ประกาศเปิดให้บริการเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานที่ปรับปรุงเสร็จแล้วแก่นักท่องเที่ยวอีกครั้งในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 โดยเริ่มนำระบบบริหารจัดการมัคคุเทศก์มาใช้ ได้แก่ ให้นักท่องเที่ยวเริ่มลงทะเบียนเพื่อจองมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในการเดินนำทางตั้งแต่เวลา 05.30 น. โดยรับ 50 กลุ่มต่อวัน กำหนดช่วงเวลาการเดิน 5 กลุ่ม/ชั่วโมง กลุ่มละไม่เกิน 10 คน มีรอบเวลาการเดินห่างกันทุกสิบนาที เช่น 06.10 น./ 06.20 น./ 06.30 น./ 06.40 น./ 06.50 น./ 07.10 น./ 07.20 น. … ไปจนถึงรอบสุดท้าย 15.50 น. รวมทั้งหมด 50 กลุ่ม/วัน

เดือนมกราคม 2565 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ประกาศระเบียบการเข้าเดินเที่ยวในเส้นทางศึกษาธรรมชาติฯ กำหนดให้การเที่ยวชมจะต้องมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเป็นผู้นำทางด้วยเสมอ โดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่นำทางนั้น นอกจากจะมีความชำนาญเส้นทางและความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพืชพรรณธรรมชาติตลอดเส้นทางแล้ว ยังได้รับการอบรมและมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเป็นอย่างดี เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย

ปัญหาที่พบในช่วงแรกๆคือ การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 50 กลุ่มต่อวัน (ใช้มัคคุเทศก์วันละ 50 คน) ทำให้ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากกว่า (บางครั้งนักท่องเที่ยวมากันเป็นกลุ่มเล็กๆ ทำให้ต้องใช้มัคคุเทศก์มากขึ้น) จนทำให้การเข้าไปเดินฯ ต้องมีคิวยาวเพื่อรอมัคคุเทศก์ เช่น บางคนลงทะเบียนตอนเจ็ดโมงแต่กว่าจะได้ออกเดินก็ประมาณเก้าโมงเช้า ฯลฯ หลังจากมีการปรับปรุง (เพิ่มจำนวนมัคคุเทศก์ ฯลฯ) ก็ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นในเวลาต่อมา

ระบบลงทะเบียนไกด์นำทางกิ่วแม่ปาน

จากการพูดคุยกับไก้ด์ (มัคคุเทศก์) ในระหว่างเดินเที่ยว เราได้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีจำนวนไก้ด์เพิ่มมากขึ้นถึงร้อยกว่าคนแล้ว ส่วนใหญ่คือชาวเขาม้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งได้ผ่านการอบรมมาแล้วเป็นอย่างดี มีการบริหารอย่างเป็นระบบผ่านโครงสร้างในรูปแบบคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมา

ไกด์ท้องถิ่นชาวเขาม้งนำทางเดินกิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปานเคยเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยเรื่อง สุขสันต์วันโสด (2020) หากใครต้องการได้อรรถรส (ประมาณว่าเราเป็นพระเอก-นางเอก) แนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้ปูพื้นไว้ก่อนออกเดินทาง :D

กิ่วแม่ปานโลเคชั่นภาพยนตร์สุขสันต์วันโสด

การเตรียมตัวและการเดินทาง

กิ่วแม่ปาน สามารถบรรจุเป็นโปรแกรมเดียวร่วมกับการท่องเที่ยวดอยอินทนนท์ได้เลย ถ้าต้องการชมอาทิตย์ขึ้นและเดินเที่ยวในเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วย สามารถเลือกพักค้างคืนได้ตามบ้านพักต่างๆในระแวกใกล้เคียง เช่นบริเวณ บ้านแม่กลางหลวง หรือ หมู่บ้านขุนกลาง (ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กม.31, โครงการหลวงฯ และน้ำตกสิริภูมิ) หรือพักค้างคืนในเเถบอำเภอจอมทอง (แล้วขับรถแต่เช้ามืดเพื่อขึ้นไปยังดอยอินทนนท์)

แผนที่ท่องเที่ยวดอยอินทนนท์

ถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์เป็นถนนลาดยางอย่างดี ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ตรง ด่านตรวจจุดที่ 1 กิโลเมตรที่ 8 มีลานจอดรถกว้างขวาง สามารถแวะเข้าห้องน้ำและซื้อบัตรค่าบริการอุทยานฯได้ที่นี่

ด่านตรวจจุดที่ 1 กิโลเมตรที่ 8 ดอยอินทนนท์

ลานจอดรถกว้างขวางที่ด่านตรวจ

จุดซื้อบัตรค่าบริการอุทยานฯ

ปัจจุบันมีระบบการจองและซื้อบัตรผ่านเข้าอุทยานฯ แบบออนไลน์ผ่านแอพ QueQ ได้แล้ว สามารถสแกน QR code จากในแอพกับนายตรวจที่ด่านได้เลย สะดวกสบายกว่าการลงจากรถเพื่อไปเข้าคิวซื้อที่เค้าท์เตอร์จากเจ้าหน้าที่ โดยสามารถจอง-ซื้อล่วงหน้าได้ 15 วันก่อนเดินทาง (ด่านเปิด 05.00-17.30 น.)

แอพ QueQ สำหรับจองบัตรเข้าอุทยานฯ ออนไลน์

สแกน QR code ผ่านเข้าอุทยานฯ

ที่พักของเราคืนนี้อยู่ที่บริเวณบ้านขุนกลาง ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (กิโลเมตรที่ 31) ห่างจากกิ่วแม่ปานเพียง 11 กิโลเมตร ปัจจุบันมีบ้านพักเปิดให้บริการในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก(กว่าสมัยที่เราเคยมาเมื่อหลายปีก่อน.. :D)

ที่พักบริเวณบ้านขุนกลางใกล้กิ่วแม่ปาน

บ้านพักที่บ้านขุนกลาง

บรรยากาศบ้านพักขุนกลางยามเย็น

บรรยากาศเย็นสบายก่อนออกเดินทาง

มื้อเย็นสูตรมาตรฐาน.. หมูกะทะท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็น :P

หมูกะทะมื้อเย็นท่ามกลางอากาศหนาวเย็น

บรรยากาศมื้อเย็นหมูกะทะที่บ้านขุนกลาง

เดินป่าสู่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน

เช้าวันรุ่งขึ้นเราออกเดินทางจากที่พักตั้งแต่ตีห้าเศษๆ ใช้เวลาเดินทาง(ขับรถ) ประมาณ 20 นาที สำหรับคนที่เลือกพักในตัวอำเภอจอมทอง อาจต้องออกเช้ากว่านี้ เพราะในช่วงที่เป็นไฮซีซั่นจะมีนักท่องเที่ยวและรถที่ไปรอขึ้นในตอนเช้ามืดเป็นจำนวนมาก

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ริมถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ตรงบริเวณกิโลเมตรที่ 42 เปิดตั้งเเต่เวลาประมาณ 06:00 มีลานจอดรถกว้างขวาง ห้องน้ำสะอาดมาตรฐาน มีร้านค้าร้านอาหารมาเปิดขายตั้งแต่เช้าตรู่ (บรรยากาศคล้ายๆกับที่จุดชมวิวบนดอยอ่างขาง)

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน

ลานจอดรถศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน

ร้านค้าร้านอาหารเปิดขายตั้งแต่เช้าตรู่

บรรยากาศศูนย์บริการนักท่องเที่ยวยามเช้ามืด

05:30 เจ้าหน้าที่แจ้งเราว่าไม่ต้องจองคิวไก้ด์ (เนื่องจากมีจำนวนเพียงพอ) ให้มาลงทะเบียนและจับคู่กับไก้ด์ในเวลา 06:00 ได้เลย ค่าบริการไก้ด์นำทางมีราคา 200 บาทต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งกลุ่ม

ก่อนออกเดิน สามารถหยิบไม้เทรล(ฟรี) ติดมือไปใช้ด้วยได้ มันสามารถผ่อนแรงและช่วยให้เราเดินได้สะดวกสบายขึ้นจริงๆนะ :D

ไม้เทรลฟรีสำหรับนักท่องเที่ยว

คุณเมธี ไก้ด์คุณภาพและใจดีของคณะเรา

คุณเมธีไกด์ท้องถิ่นคุณภาพของคณะเรา

เราเลือกที่จะไม่รอชมอาทิตย์ขึ้นตรงบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จึงเริ่มออกเดินตั้งเเต่เวลาหกโมงเช้าเลย ในช่วงแรกจึงแอบได้สัมผัสบรรยากาศการเดินป่าในตอนกลางคืนด้วย :P

เดินป่ากิ่วแม่ปานในความมืดตอนเช้ามืด

ทางเดินป่าดิบชื้นช่วงเช้ามืด

ทางเดินลาดชันขึ้นไปตามเนินมีบันไดพัฒนาไว้อย่างดี เส้นทางช่วงแรกเป็นทางเดินลาดชันขึ้นไปตามเนิน แต่เป็นทางที่ได้รับการพัฒนาไว้แล้วเป็นอย่างดี มีบันไดสลับกับทางเดินไว้อำนวยความสะดวกตลอดทาง บรรยากาศในช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้น (บางครั้งเรียกว่า ป่าเมฆ - Cloud Forest) มีมอสและเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามลำต้นของไม้ใหญ่ที่แข่งขันกันเติบโตเพื่อรับแสงอาทิตย์

มอสและเฟิร์นขึ้นหนาแน่นในป่าดิบชื้น

ป่าเมฆ Cloud Forest บนเส้นทางกิ่วแม่ปาน

ทะเลหมอกในวันที่สภาพอากาศเป็นใจ ในวันที่สภาพอากาศเป็นใจ เราจะมีโอกาสได้เห็นภาพนี้.. [Photo Credit: https://mgronline.com]ทะเลหมอกงดงามเหนือหุบเขากิ่วแม่ปาน ในวันที่สภาพอากาศเป็นใจ เราจะมีโอกาสได้เห็นภาพนี้.. [Photo Credit: https://mgronline.com]แผนที่ท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน

หลังจากผ่านดงทึบของป่าดิบชื้น จะทะลุออกสู่ ทุ่งหญ้าบนเขา ที่มีบรรยากาศโปร่ง โล่ง เย็นสบาย เห็นไอหมอกเมฆไหลมาอยู่เบื้องหน้า ซึ่งคาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่หลังม่านอันหนาทึบของป่าที่เพิ่งเดินผ่านมา หากสังเกตดีๆตามทางเดินเราอาจพบมูลหรือร่องรอยขุดคุ้ยหาอาหารของสัตว์ป่าอยู่ด้วย ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ (Alpine Savana) นี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวขจีในช่วงหลังฤดูฝนไปเป็นสีน้ำตาลอ่อน (บางคนเรียกว่าสีทอง) อย่างพรั่งพร้อมในช่วงฤดูแล้ง

ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์บนเส้นทางกิ่วแม่ปาน ทุ่งหญ้าสีน้ำตาลอ่อนช่วงฤดูแล้ง

บรรยากาศโปร่งโล่งทุ่งหญ้าบนเขากิ่วแม่ปาน

ทางเดินผ่านทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์

หลังจากนั้นไม่นานก็ถึง จุดชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามา (พระเอกของเส้นทางนี้ :-) ซึ่งสามารถมองเห็นทิวเขาน้อยใหญ่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นทะเลหมอกสีขาวทอดตัวอยู่เหนือหุบเขาเบื้องล่างด้วย

เนื่องจากเป็นวันธรรมดาและเราไปถึงแต่เช้า บริเวณจุดชมวิวยังมีนักท่องเที่ยวไม่มาก สามารถอ้อยอิ่งถ่ายภาพได้ตามสบาย..

ข่าวดี: เรามี (เเต้ม) บุญได้เห็นทะเลหมอก / ข่าวร้าย: แต้มน้อยไปหน่อย :P

จุดชมวิวทิวทัศน์พาโนรามากิ่วแม่ปาน

ทิวเขาน้อยใหญ่เรียงรายจากจุดชมวิว

ทะเลหมอกทอดตัวเหนือหุบเขาเบื้องล่างนักท่องเที่ยวถ่ายภาพจุดชมวิวพาโนรามา บรรยากาศจุดชมวิวยามเช้ากิ่วแม่ปาน

จุดชมวิวกิ่วแม่ปานตั้งอยู่ที่ระยะทางประมาณ 1 ใน 3 ของเส้นทางนี้ เมื่อออกเดินทางต่อจะเริ่มเป็นการลงเนินมากขึ้น เส้นทางช่วงแรกเป็นการลัดเลาะไปตามไหล่เขา ด้านขวามือยังคงเป็นวิวของทิวเขา(และทะเลหมอก) อันสวยงาม ระหว่างทางจะพบ ต้นกุหลาบพันปีแดง ขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็นดงกว้างจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ ซึ่งจะพากันผลิดอกเบ่งบานในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้

ต้นกุหลาบพันปีแดงขึ้นตามหน้าผา

ดงกุหลาบพันปีแดงขนาดใหญ่ริมทาง

ทางเดินลัดเลาะไหล่เขากิ่วแม่ปาน

ทิวทัศน์ทิวเขาจากทางเดินไหล่เขา บรรยากาศเดินป่าลงเนินกิ่วแม่ปาน ทางเดินไหล่เขาวิวทะเลหมอก ต้นกุหลาบพันปีเรียงรายริมทาง

ทิวทัศน์เทือกเขาสวยงามระหว่างทางเดิน

ผาแง่มน้อยและดงกุหลาบพันปีมองจากทางเดิน ผาแง่มน้อย (ซ้าย) และ ดงต้นกุหลาบพันปี (ขวา) - มองเห็นจุดชมวิวบนยอดเขาที่เพิ่งเดินออกมาอยู่ลิบๆ

ทางเดินลงเนินสู่ผาแง่มน้อย

บรรยากาศป่าดิบเขาก่อนถึงผาแง่มน้อย

ผาแง่มน้อยและทางเดินกลับ

ผาแง่มน้อย - สัญลักษณ์ของคู่รักนักท่องเที่ยว เป็นหิน 2 แท่ง ตั้งอยู่คู่กันริมเส้นทางเดินชมธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หินที่ประกอบขึ้นเป็นผาแง่มน้อยได้แก่หินแกรนิตเนื้อปานกลาง (medium granite) ยุคไทรแอสซิก (Triassic) มีอายุประมาณ 200 ล้านปีมาแล้ว

ผาแง่มน้อยหินแกรนิตสัญลักษณ์คู่รัก

หินแกรนิตยุคไทรแอสซิกที่ผาแง่มน้อย

นักท่องเที่ยวถ่ายภาพที่ผาแง่มน้อย

รายละเอียดหินผาแง่มน้อยสองแท่ง

ทิวทัศน์รอบผาแง่มน้อย

บรรยากาศเดินป่าใกล้ผาแง่มน้อย

ทางเดินต่อจากผาแง่มน้อยสู่จุดชมพระธาตุ

ในช่วงหนึ่ง (ยังไม่มีป้ายบอก) มีทางแยกออกไปด้านขวามือ เมื่อเดินไปไม่ไกล จะเป็นจุดชมวิวสองพระธาตุที่มองเห็น พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ในอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งจุดนี้จะสามารถชมพระธาตุได้สวยงามกว่าในช่วงบ่าย (ตอนเช้าถ่ายภาพจะย้อนแสง)

จุดชมวิวสองพระธาตุนภเมทนีดลและนภพลภูมิสิริ

หลังจากนั้นเส้นทางจึงวกกลับเข้าสู่บริเวณ เขตป่าดิบเขา อีกครั้ง เป็นการเดินช่วงสุดท้ายซึ่งจะต้องเดินลงสู่ ลำห้วยแม่ปาน ที่ไหลลดเลี้ยวมาจากบนเขา

ทางเดินสู่เขตป่าดิบเขาช่วงสุดท้าย

ลำห้วยแม่ปานไหลลดเลี้ยวจากบนเขา

ทางเดินลงสู่ลำห้วยแม่ปาน

บรรยากาศป่าดิบเขาช่วงเดินกลับ

ทางเดินเลียบลำห้วยแม่ปาน

ทิวทัศน์ป่าดิบเขาระหว่างเดินกลับ

ทางเดินป่าใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเส้นทาง

แล้วกลับมาบรรจบกับจุดเริ่มต้นอีกครั้งบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ

กลับมาบรรจบจุดเริ่มต้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดสิ้นสุดเส้นทางเดินวงรอบกิ่วแม่ปาน

อำลากิ่วแม่ปาน

ประมาณเก้าโมงเช้าเราก็กลับมาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดการกับอาหารมื้อเช้าที่ร้านค้าบริเวณลานจอดรถ (หมูปิ้งอร่อยมากกกกกกกกก) แล้วจึงอำลากิ่วแม่ปาน ลงดอยกลับสู่เชียงใหม่ด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม..

อาหารเช้าหมูปิ้งที่ร้านค้าลานจอดรถ

บรรยากาศส่งท้ายก่อนลงดอยกลับเชียงใหม่ ทิวทัศน์สุดท้ายที่กิ่วแม่ปาน

ภาพความประทับใจส่งท้ายทริปกิ่วแม่ปาน

ติดตามและเป็นเพื่อนกับเราได้ที่ Facebook Page:Facebook Page Go Touch The Sky