คาวาอีเจี้ยน (Kawah Ijen)

เวลาตีหนึ่ง เราออกเดินทางจากที่พักสู่บริเวณเชิงเขาอันเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเท้าขึ้นสู่ปากปล่องภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน มีนักท่องเที่ยวมารอ-เตรียมตัวอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก คณะเราได้ติดต่อลูกหาบไว้เพื่ออำนวยความสะดวก เช่นช่วยแบกขนสัมภาระติดตัว (เป้หลัง, ขาตั้งกล้อง ฯลฯ) และที่เป็นประโยชน์มากที่สุดก็คือเขาจะเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือดูแลเราด้วยตลอดการเดินเท้านี้ ต้องยอมรับและชื่นชมว่าลูกหาบพวกนี้มีความทรหดอดทนและแข็งแรงมาก เราสัมผัสได้ถึงความจริงใจ เอาใจใส่ และห่วงใยในความปลอดภัยของเรา คอยประกบ-ฉุดดึง และชี้เตือนในจุดที่อาจเป็นอันตราย (ซึ่งมีอยู่มากมาย) ให้กับเราตลอดเวลา

จุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นคาวาอีเจี้ยน

ด่านเก็บเงินก่อนเริ่มต้นการเดินขึ้น

ด่านเก็บเงินก่อนเดินขึ้นคาวาอีเจี้ยน

บอดี้การ์ดประจำตัวของเรา^^

ลูกหาบบอดี้การ์ดประจำตัว

เราเริ่มออกเดินในเวลาประมาณตีสาม อุปกรณ์สำคัญที่จำเป็น (ในขณะนี้) คือไฟฉายติดตัว ระยะทางถึงยอดปากปล่องภูเขาไฟประมาณ 3-4 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางเกือบสองชั่วโมง เนื่องจากทางในบางช่วงชันเกือบ 45 องศา ประกอบกับความมืดจึงทำให้ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

เดินเท้าขึ้นเขาในความมืดยามตีสาม

เราก้มหน้าเดินไปในความมืดอย่างไม่ลดละ หยุดพักหายใจเป็นช่วงๆ จำได้ว่าพอขึ้นไปถึงยอดเขา เราต้องเลี้ยวขวาแล้วเดินไปตามสันเขาอีกพักใหญ่ๆ กว่าจะถึงจุดที่แยกลงไปยังปล่องด้านล่างอันเป็นจุดที่มีเหมืองกำมะถันและเปลวไฟสีน้ำเงิน (Blue Flame)

พอรุ่งเช้า เหลียวกลับไปดูก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นภาพของเส้นทางที่ได้เดินมา มันสวยงาม.. แต่ก็อดระทึกใจถึงความอันตราย ถ้าหากมีใครสักคนเสียหลัก-พลัดตกลงไป ”@.@”

เส้นทางเดินขึ้นคาวาอีเจี้ยนมองจากยอดเขา

ทิวทัศน์เส้นทางเดินยามรุ่งเช้า

เส้นทางสันเขาคาวาอีเจี้ยน

บรรยากาศเส้นทางเดินเขา

ทิวทัศน์รอบภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน

วิวเขาคาวาอีเจี้ยนยามเช้า

บรรยากาศทั่วไปคาวาอีเจี้ยน

คาวาอีเจี้ยน (Kawah Ijen) เป็นอีกหนึ่งภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเขตชวาตะวันออก (East Java) มีความสูงประมาณ 2,799 เมตร มีจุดเด่นคือ เปลวไฟสีน้ำเงิน (Blue Flame) จากเหมืองกำมะถันและภาพทิวทัศน์ของทะเลสาบสีเขียวมรกตในปากปล่องภูเขาไฟอันสวยงาม

เนื่องจากในปล่องภูเขาไฟของคาวาอีเจี้ยนนั้นมีแร่ธาตุกำมะถัน (ซัลเฟอร์) อยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก๊าซซัลเฟอร์ถูกดันออกมาจากรอยแตกภายใต้ความดันสูงและที่อุณหภูมิ 600°C เมื่อเจอกับก๊าซออกซิเจนจึงเกิดเป็นเปลวไฟสีน้ำเงิน (Blue Flame หรือ Blue Fire) ซึ่งจะสามารถเห็นได้เฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น

ปริมาณกำมะถันที่มีอยู่เป็นจำนวนมากทำให้เกิดอาชีพขุดเอากำมะถันและลำเลียงออกไปขายโดยชาวบ้านในแถบนั้น จากการสอบถามได้ข้อมูลมาว่าในหนึ่งหาบของกำมะถันที่ชาวบ้านแบกลำเลียงออกมานั้น มีน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม โดยจะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 1,000 รูเปียห์ (ประมาณ 2.60 บาท)

คนงานแบกหาบกำมะถัน

เหมืองกำมะถันในปล่องภูเขาไฟ

คนงานลำเลียงกำมะถัน บรรยากาศเหมืองกำมะถัน คนงานแบกหาบกำมะถันขึ้นจากปล่อง

ก้อนกำมะถันสีเหลืองสด

การลงไปยังเหมืองกำมะถัน จะต้องเดินลงจากปากปล่องอีกเป็นระยะทางประมาณ 700 เมตร (ทางแยกด้านขวามือ)

ทางลงสู่เหมืองกำมะถัน

เส้นทางเดินลงปล่องภูเขาไฟ

ทัศนียภาพปล่องภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน

ในบริเวณปล่องภูเขาไฟ จะมีกลิ่นก๊าซกำมะถันและควันเป็นจำนวนมาก จำเป็นจะต้องสวมหน้ากากและแว่นตาเพื่อความปลอดภัย

สวมหน้ากากป้องกันควันกำมะถัน

[su_image_carousel source=“media: 20095,20094,20093,20092,20091,20090,20097,20101,20102,20103,20104,20105,20106,20107,20108,20109,20110,20111,20112,20113,20114,20115,20116,20117,20118” limit=“25” slides_style=“photo” align=“center” max_width=“100%” random=“yes”]

เปลวไฟสีน้ำเงินยามค่ำคืน

เปลวไฟสีน้ำเงินจากเหมืองกำมะถัน

ตอนเราไปถึงเป็นเวลาเกือบสว่างแล้ว ยังคงได้เห็นเปลวไฟสีน้ำเงินบ้างแต่เป็นจำนวนไม่มากนัก

เปลวไฟสีน้ำเงินยามใกล้รุ่ง

เปลวไฟสีน้ำเงินคาวาอีเจี้ยน (Photo Credit: OnosanPhotograph)

เปลวไฟสีน้ำเงินในปล่องภูเขาไฟ

บรรยากาศเปลวไฟสีน้ำเงิน

ควันกำมะถันและเปลวไฟสีน้ำเงิน

เปลวไฟสีน้ำเงินยามใกล้สว่าง

เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องในตอนรุ่งเช้า ภาพแห่งความงดงามและยิ่งใหญ่ของคาวาอีเจี้ยน ก็ปรากฏขึ้นสู่สายตาของนักท่องเที่ยว..

ทะเลสาบสีเขียวมรกตในปล่องคาวาอีเจี้ยน

ทิวทัศน์ยอดคาวาอีเจี้ยนยามเช้า

วิวปากปล่องภูเขาไฟยามรุ่งเช้า

[su_image_carousel source=“media: 20185,20191,20190,20189,20188,20186,20177,20176,20178,20179,20181,20182,20183,20184,20175,20172,20174,20171,20169,20167” limit=“25” slides_style=“photo” align=“center” max_width=“100%” random=“yes”]

จากจุดที่เดินลงไปยังเหมืองกำมะถัน เราสามารถเดินลัดเลาะไปตามขอบปล่องภูเขาไฟอีกหน่อย เพื่อไปยังจุดชมวิวอันสวยงามได้

ขอบปล่องภูเขาไฟคาวาอีเจี้ยน จุดชมวิวขอบปล่องภูเขาไฟ

ทิวทัศน์จากขอบปล่องคาวาอีเจี้ยนวิวทะเลสาบมรกตจากมุมสูงบรรยากาศยามเช้าบนยอดเขาวิวคาวาอีเจี้ยนมุมกว้าง ดื่มด่ำกับความสวยงามของทิวทัศน์และอากาศยามเช้าที่สดชื่นจนหนำใจแล้วเราก็เตรียมตัวเดินลงเขา ระหว่างทางยังคงได้ชื่นชมกับธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เป็นความประทับใจที่ต้องจดจำไปอีกนาน…

เส้นทางเดินลงจากยอดคาวาอีเจี้ยน

บรรยากาศเดินลงเขา

[su_image_carousel source=“media: 20141,20142,20143,20144,20138,20139,20134,20133,20132,20131,20130,20129,20128,20127,20126,20124,20125,20123” limit=“25” slides_style=“photo” align=“center” max_width=“100%” random=“yes”]

ทิวทัศน์ยามเช้าระหว่างทางลงเขา

ธรรมชาติระหว่างทางลงเขา

บรรยากาศทางลงเขาคาวาอีเจี้ยน

ทิวทัศน์ป่าเขาระหว่างทางลง

จุดแวะพักกลางทาง มีเครื่องดื่ม ชา-กาแฟบริการ

จุดพักกลางทางบริการชา-กาแฟ

ร้านขายเครื่องดื่มระหว่างทาง บรรยากาศจุดพักระหว่างทาง นักท่องเที่ยวพักดื่มกาแฟ

บริการ “แท็กซี่” สำหรับผู้ที่เดินไม่ไหว สามารถเรียกใช้ได้ตลอดตามรายทาง (ใช้บริการได้ทั้งขึ้นและลงเขา)

แท็กซี่รถเข็นบริการนักท่องเที่ยว บริการแท็กซี่ขึ้น-ลงเขา คนงานให้บริการแท็กซี่รถเข็น

บรรยากาศทางลงเขาช่วงท้าย ทิวทัศน์ใกล้จุดเริ่มต้น

เส้นทางลงเขาใกล้เชิงเขา

จุดสิ้นสุดเส้นทางเดินเท้า

บรรยากาศเชิงเขาคาวาอีเจี้ยนจุดจอดรถเชิงเขาคาวาอีเจี้ยน

คาวาอีเจี้ยน จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม น่าทึ่ง การเดินทางไม่ยากลำบากจนเกินไป การได้มาพิชิตและยืนสูดอากาศสดชื่นบนปากปล่องภูเขาไฟ (รวมไปถึงการได้สัมผัสเปลวไฟสีน้ำเงิน) สักครั้งหนึ่งในชีวิต นับเป็นประสบการณ์และความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน.. “O_O”

Credit Video: Viewfinder Thailand

ชมคลิปวิดีโอ: บรรยากาศเปลวไฟสีน้ำเงิน คาวาอีเจี้ยน

ตอนต่อไป: โบรโม่ ลมหายใจของเทพเจ้า (ที่รอวันตื่น)