หุบเขาจิ่วจ้ายโกว (九寨沟 - Jiuzhaigou)

จิ่วจ้ายโกว (九寨沟 - Jiuzhaigou) ความหมาย: “หุบเขาเก้าหมู่บ้าน (Valley of Nine Villages)” เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและอุทยานแห่งชาติ - สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากมีระบบนิเวศป่าที่หลากหลายและทัศนียภาพที่งดงามตลอดทั้งปี เป็นที่รู้จักจากน้ำตกใหญ่น้อยหลายระดับ ทะเลสาบสีฟ้าสดใส ใบไม้หลากสีสัน และยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ หุบเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของหมู่บ้านชาวทิเบต 9 แห่ง นกป่ากว่า 220 สายพันธุ์ ตลอดจนพืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อีกหลายชนิดเช่น แพนด้ายักษ์ ลิงทองคำเสฉวน กล้วยไม้ต่างๆ ฯลฯ ได้รับการประกาศให้เป็น มรดกโลกขององค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ.1992 เป็น สถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAAA ของจีน

หุบเขาจิ่วจ้ายโกวเป็นส่วนหนึ่งของ เทือกเขาหมินซาน (岷山) ตั้งอยู่ที่ความสูงระหว่าง 1,990 ถึง 4,764 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บนขอบที่ราบสูงหิมาลัยของทิเบตในเขตปกครองตนเอง Aba Tibetan และ Qiang ของมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน มีหลักฐานว่ามีคนเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานานถึง 3,000 ปี ผู้คนในท้องถิ่นยังคงยึดมั่นในวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของพวกเขา ปัจจุบันมีประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานประมาณ 110 ครอบครัว จำนวนราว 1,000 คน

ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์และป่าเปลี่ยนสีของจิ่วจ้ายโกว

ผืนน้ำใสสีฟ้าตัดกับใบไม้หลากสีในฤดูใบไม้ร่วง

น้ำตกไหลผ่านแนวป่าในหุบเขาจิ่วจ้ายโกว ทะเลสาบใสมองเห็นต้นไม้ใต้น้ำ

ประวัติศาสตร์ของจิ่วจ้ายโกว

เมื่อสี่ร้อยล้านปีก่อน.. พื้นที่แถบนี้เป็นเพียงทะเลตื้น น้ำอุ่น-ใส และแสงแดดส่องถึงพื้นทะเล สิ่งมีชีวิตโบราณจำนวนมากอาศัยอยู่ที่นี่ กระดูกที่หลงเหลืออยู่จากสัตว์ที่ตายไปวันแล้ววันเล่า เกิดการย่อยสลายกลายเป็นแคลเซียมทับถมอยู่บนพื้นทะเลในรูปของหินคาร์บอเนต เวลาผ่านไปหลายร้อยล้านปี ความหนารวมของหินคาร์บอเนตสูงถึง 4,000 เมตรปกคลุมพื้นผิวของหุบเขาจิ่วจ้ายโกว หินคาร์บอเนตเหล่านี้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับความสวยงามของหุบเขาจิ่วจ้ายโกวในปัจจุบัน..

ธารน้ำไหลผ่านชั้นหินคาร์บอเนตโบราณในหุบเขา

หุบเขาจิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสันเขา Gongganling (弓杠岭) ทางตอนใต้ของเทือกเขาหมินซาน (岷山) มีพื้นที่ประมาณ 720 ตารางกิโลเมตร เป็นที่อยู่อาศัยของชาวทิเบตและเฉียงมานานหลายศตวรรษ พื้นที่ห่างไกลที่ยากต่อการเข้าถึงได้นี้ไม่ค่อยมีใครรู้จัก มีการตัดไม้ทำลายป่าอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งปี 1979 เมื่อรัฐบาลจีนสั่งห้ามกิจกรรมดังกล่าวและ ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวในปี ค.ศ.1982 ต่อมามีการจัดตั้งสำนักบริหารและ เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปี 1984

ในเดือนสิงหาคม 2017 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ขึ้นในเขตพื้นที่จิ่วจ้ายโกว ก่อให้เกิดความเสียหายทางโครงสร้างอย่างมาก ทางการได้สั่งปิดหุบเขาไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ก่อนที่จะเปิดอีกครั้งโดยมีการเข้าถึงที่จำกัด ในวันที่ 3 มีนาคม 2018

ยอดเขาหิมะและหุบเขาจิ่วจ้ายโกวยามเช้า

ทะเลสาบกว้างสะท้อนภูเขาและป่าเปลี่ยนสี

จำนวนนักท่องเที่ยวของจิ่วจ้ายโกวเพิ่มขึ้นทุกปี เริ่มต้นจาก 5,000 คนในปี 1984 เป็น 170,000 คนในปี 1991, 200,000 คนในปี 1997, 1.2 ล้านคนในปี 2002 และยังคงเพิ่มมากขึ้นในทุกปี สถิติล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 จิ่วไจ้โกวมีนักท่องเที่ยวไปเยือนแล้วทั้งสิ้นจำนวนถึง 5.11 ล้านคน (เฉลี่ยต่อวัน 279,700 คน) ทำลายสถิติของปี 2007 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 239,000 คนต่อวัน

การเดินทาง

จิ่วจ้ายโกวอยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 420 กิโลเมตร ก่อนปี ค.ศ.2023 การคมนาคมจากเมืองเฉิงตูไปยังอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวต้องใช้วิธีเดินทางด้วยรถยนต์เท่านั้น ซึ่งกินเวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง แต่ในปัจจุบันสามารถขึ้นรถไฟความเร็วสูงจาก สถานีเฉิงตูตะวันออก (Chengdu East Railway Station) ไปลงที่ สถานีหวงหลงจิ่วไจ้ (Huanglongjiuzhai Railway Station) โดยใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาที หลังจากนั้นสามารถต่อรถชัตเติลบัสหรือใช้บริการรถเช่าเพื่อไปยังอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว (ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 2 ชั่วโมง)

สถานีรถไฟเฉิงตูตะวันออกจุดเริ่มต้นการเดินทาง

โถงผู้โดยสารสถานีเฉิงตูตะวันออก รถไฟความเร็วสูงจอดเทียบชานชาลา

วิวภูเขามองจากหน้าต่างรถไฟความเร็วสูง

การจองตั๋วรถไฟสามารถทำได้ผ่านทางเว็บไซต์ 12306 China Railway ซึ่งเป็นของการรถไฟจีน แต่อาจยุ่งยากเรื่องการลงทะเบียนหน่อย อีกวิธีที่สะดวกคือจองผ่านเว็บไซต์ Trip dot Com โดยสามารถจองล่วงหน้าได้ก่อนวันเดินทาง 14 วัน

ลิ้งค์จองตั๋วรถไฟ: https://www.trip.com/t/7t8glMzV6O2

ที่พักในบริเวณใกล้อุทยานฯ

เนื่องจากอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวมีพื้นที่กว้างมาก การเที่ยวอย่างไม่ต้องเร่งรีบต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน จึงควรไปพักค้างคืนด้วย การจัดแผนการเที่ยวที่นิยมคือใช้เวลา 2 คืน 3 วัน โดยวันแรกเป็นการเดินทางจากเฉิงตูแล้วแวะค้างคืนที่โรงแรมบริเวณหน้าอุทยานฯ หลังจากเที่ยวชมอุทยานฯ และค้างคืนที่สองแล้ว สามารถแวะเที่ยวอุทยานแห่งชาติหวงหลง (黃龍國家公園 - Huanglong National Park) ก่อนแล้วจึงค่อยเดินทางกลับเฉิงตูในวันที่สาม (อาจสลับไปเที่ยวหวงหลงตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้)

ปัจจุบันมีโรงแรม-ที่พักที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าอุทยานฯ เป็นจำนวนมาก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อคืน มีร้านค้า-ร้านอาหารมากมาย

ตั๋วเข้าชมอุทยานจิ่วจ้ายโกว

ฤดูท่องเที่ยวหลักของจิ่วจ้ายโกวคือตั้งแต่ 1 เมษายน (ต้นฤดูใบไม้ผลิ) ถึง 14 พฤศจิกายน (ปลายฤดูใบไม้ร่วง) ของทุกปี ช่วงเวลายอดนิยมของนักท่องเที่ยวคือในราว ครึ่งเดือนหลังของเดือนตุลาคม เนื่องจากเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งถือเป็นไฮซีซั่นของที่นี่ ตั๋วอุทยานฯ ราคา 280 หยวน (ค่าเข้า 190 + รถชัตเติลบัสอุทยาน 90 หยวน)

สำหรับช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว ตั้งแต่ 16 พฤศจิกายน (ต้นฤดูหนาว) ถึง 31 มีนาคม ราคาตั๋วลดลงเหลือ 160 หยวน (ค่าเข้า 80 + รถชัตเติลบัสอุทยาน 80 หยวน)

จองซื้อตั๋วรถชัตเติลบัส, ตั๋วเข้าอุทยานฯ: https://www.trip.com/t/sWnjfyghJO2

จองโรงแรมในบริเวณอุทยานจิ่วไจ้โกว: https://www.trip.com/t/PIAgMaQhJO2

เที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว (九寨沟国家公园 - Jiuzhaigou National Park)

ภายหลังเสร็จจากการ เที่ยวในอุทยานแห่งชาติหวงหลง เราออกเดินทางต่อไปยังจิ่วจ้ายโกว ตอนประมาณบ่ายสามโมง (ด้วยรถที่เช่ามาตั้งแต่เช้า) ระยะทางจากหวงหลงถึงจิ่วจ้ายโกวประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงเศษๆ

ถนนจากหวงหลงมุ่งหน้าสู่จิ่วจ้ายโกว วิวหุบเขาระหว่างเส้นทางไปจิ่วจ้ายโกว

ถึงโรงแรมที่พักที่บริเวณหน้าอุทยานฯ ในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น

โรงแรมที่พักบริเวณหน้าอุทยานจิ่วจ้ายโกว

เจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น เราก็ออกเดินจากโรงแรมไปยังทางเข้าอุทยานฯ ซึ่งอยู่ไม่ไกล เนื่องจากจองซื้อตั๋วออนไลน์มาแล้ว ก็เพียงไปต่อแถวสแกนพาสปอร์ต แล้วรอขึ้นรถชัตเติลบัสของอุทยานฯ ได้เลย

ทางเข้าอุทยานจิ่วจ้ายโกวยามเช้า นักท่องเที่ยวต่อแถวสแกนพาสปอร์ตเข้าอุทยาน จุดตรวจตั๋วอัตโนมัติของอุทยาน

คิวรอขึ้นรถชัตเติลบัสภายในอุทยาน

ป้ายและอาคารบริเวณทางเข้าอุทยานจิ่วจ้ายโกว

รถชัตเติลบัสของอุทยานรอรับนักท่องเที่ยว บรรยากาศช่วงเช้าที่คึกคักของไฮซีซั่น

เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น จึงมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่อุทยานฯ ก็มีระบบการจัดการที่ดี ใช้เวลาไม่นานก็ได้ขึ้นรถชัตเติลบัสเพื่อเดินทางไป ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนู่รื่อหลาง (诺日朗游客服务中心 - Nuorilang Tourist Service Center)

ภายในรถชัตเติลบัสมุ่งหน้าเข้าหุบเขา วิวทะเลสาบมองจากรถชัตเติลบัส ป่าเปลี่ยนสีสองข้างถนนภายในอุทยาน

แผนที่อุทยานจิ่วจ้ายโกวแสดงหุบเขาสามแห่งรูปตัว Y Photo Credit: เพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตู

พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวประกอบด้วยหุบเขาสามแห่งที่จัดเรียงเป็นรูปตัว Y โดยเริ่มจาก หุบเขาซู่เจิง (Shuzheng Valley) ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือและเป็นทางเข้าของอุทยานฯ ทอดยาวต่อเนื่องไปทางทิศใต้ แล้วแยกออกเป็นสองทาง ด้านขวาของรูปตัว Y คือ หุบเขาไรเซ่อ (日则沟 - Rize Valley) มีความยาวประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นพื้นที่จุดชมวิวที่สำคัญที่สุดของจิ่วจ้ายโกว มีสถานที่ท่องเที่ยวในหุบเขาด้านนี้มากมาย เช่น ป่าดึกดำบรรพ์ (Virgin Forest), ทะเลสาบและน้ำตกไผ่ลูกศร (Arrow Bamboo Lake/Waterfall), ทะเลสาบแพนด้า (Panda Lake), ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake) ฯลฯ

ด้านซ้ายมือของตัว Y คือ หุบเขาเซชาวะ (则查洼沟 - Zechawa Valley) มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ได้แก่ ทะเลสาบยาว (Long Lake), สระน้ำห้าสี (Colorful Pond)

ด้านล่างรูปตัว Y คือ หุบเขาซู่เจิง (树正沟 - Shuzheng Valley) ยาวประมาณ 13.8 กิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวเช่น ทะเลสาบแรด (Rhinoceros Lake), ทะเลสาบเสือ (Tiger Lake), หมู่บ้านทิเบตซู่เจิง (Shuzheng Village) ฯลฯ

ใจกลางอุทยานซึ่งเป็นจุดบรรจบกันของหุบเขาทั้งสามเป็นที่ตั้งของ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนู่รื่อหลาง (Nuorilang Tourist Service Center) มีร้านอาหาร จุดจอดรถชัตเติลบัส และ น้ำตกนู่รื่อหลาง (Nuorilang Waterfall) อยู่ในบริเวณนี้

ทิวทัศน์หุบเขาและทะเลสาบใจกลางอุทยาน

หุบเขาไรเซ่อ (日则沟 - Rize Valley)

จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เรานั่งรถบัสอุทยานไปทางด้านขวา (หุบเขาไรเซ่อ - Rize Valley) แล้วลงรถที่ป้ายสุดท้าย - ป่าดึกดำบรรพ์ (原始森林 - Virgin / Primeval Forest)

แผนผังจุดท่องเที่ยวในหุบเขาไรเซ่อ

จุดขึ้นรถชัตเติลบัสอุทยานไปหุบเขาไรเซ่อ จุดขึ้นรถชัตเติลบัสอุทยานไปหุบเขาไรเซอร์ (Rize Valley)

รถบัสอุทยานวิ่งเลียบทะเลสาบในหุบเขา วิวป่าเปลี่ยนสีมองจากรถบัส

อุโมงค์ลอดเขาบริเวณทะเลสาบแพนด้า

อุโมงค์ลอดเขาบริเวณทะเลสาบแพนด้า ถนนภายในอุทยานช่วงหุบเขาไรเซ่อ

ทางเข้าเขตป่าดึกดำบรรพ์ป้ายสุดท้ายของหุบเขาไรเซ่อ

ป่าดึกดำบรรพ์ (原始森林 - Virgin Forest)

ป่าดึกดำบรรพ์ (原始森林 - Virgin / Primeval Forest): อยู่ที่ระดับความสูง 2,900 เมตร เป็นป่าเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ด้านหน้ามีทัศนียภาพของภูเขาและหน้าผาโดยรอบ รวมถึงหินดาบรูปใบมีดสูง 500 เมตร (剑岩 - Sword Rock)

ป่าดึกดำบรรพ์และหน้าผาหินดาบ Sword Rock

ยอดเขาและหน้าผาโดยรอบป่าดึกดำบรรพ์

แนวป่าสนโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์

ทางเดินในป่าเป็นสะพานไม้อย่างดี บรรยากาศร่มรื่น

สะพานไม้ทางเดินผ่านป่าดึกดำบรรพ์

บรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มไม้ป่าโบราณ

ต้นไม้ปกคลุมด้วยมอสในป่าดึกดำบรรพ์

ทางเดินไม้ลัดเลาะในป่าเขียวชอุ่ม

แสงแดดส่องผ่านแนวป่าสน

ลำธารเล็กๆ ไหลผ่านพื้นป่า

พืชพรรณหลากชนิดในป่าดึกดำบรรพ์

มุมถ่ายภาพกลางป่าโบราณ

เส้นทางเดินกลับสู่จุดขึ้นรถบัส

ใบไม้เปลี่ยนสีขอบป่าดึกดำบรรพ์

ทิวทัศน์ภูเขามองจากป่าดึกดำบรรพ์

ทะเลสาบและน้ำตกไผ่ลูกศร (箭竹海 - Arrow Bamboo Lake)

จากป่าดึกดำบรรพ์ ขึ้นรถบัสไป 1.2 กิโลเมตร ลงป้าย ทะเลสาบไผ่ลูกศร (箭竹海 - Arrow Bamboo Lake)

ป้ายรถบัสทะเลสาบไผ่ลูกศร

ทะเลสาบไผ่ลูกศรน้ำใสสีฟ้าอมเขียว

ผิวน้ำนิ่งสะท้อนภูเขาและป่าเปลี่ยนสี

ทางเดินเลียบทะเลสาบไผ่ลูกศร แนวต้นไม้ริมทะเลสาบไผ่ลูกศร น้ำใสมองเห็นท่อนไม้ใต้ผิวน้ำ

มีป้ายบอกทางอย่างชัดเจนเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทางเดินชมวิว

ป้ายบอกทางบนเส้นทางเดินชมวิว สะพานไม้ทางเดินเลียบทะเลสาบ ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ท่ามกลางป่าไม้ มุมถ่ายภาพริมทะเลสาบไผ่ลูกศร บรรยากาศฤดูใบไม้เปลี่ยนสีริมทะเลสาบ

ทางเดินชมวิวด้านในของทะเลสาบจะขนานไปกับถนนที่รถบัสวิ่ง มองเห็นได้ไกลๆ

ทางเดินชมวิวขนานกับถนนรถบัส ผืนน้ำกว้างของทะเลสาบไผ่ลูกศร

เงาสะท้อนป่าเปลี่ยนสีบนผิวทะเลสาบ น้ำใสสีฟ้าเขียวริมฝั่งทะเลสาบ

ทะเลสาบไผ่ลูกศร / แอร์โรว์แบมบูเลค (箭竹海 - Arrow Bamboo Lake) ครอบคลุมพื้นที่ 170,000 ตารางเมตร เป็นทะเลสาบตื้นที่มีความลึก 6 เมตร ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,618 เมตร เคยเป็นโลเคชั่นสำคัญในการถ่ายทำ ภาพยนตร์จีนเรื่อง Hero เมื่อปี 2002

ทะเลสาบไผ่ลูกศรโลเคชั่นถ่ายทำภาพยนตร์ Hero ผิวน้ำเรียบใสของทะเลสาบไผ่ลูกศร แนวเขาและป่าสะท้อนบนทะเลสาบ มุมกว้างทะเลสาบไผ่ลูกศรกับขุนเขา

ทางเดินริมทะเลสาบมุ่งหน้าสู่น้ำตก

ธารน้ำเริ่มไหลจากทะเลสาบสู่น้ำตก สายน้ำไหลผ่านแนวหินและพุ่มไม้ ธารน้ำแตกสายผ่านป่าเปลี่ยนสี น้ำใสไหลผ่านโขดหินเล็กใหญ่ เส้นทางเดินข้ามธารน้ำบรรยากาศธารน้ำท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี

น้ำตกไผ่ลูกศรไหลลดหลั่นเป็นชั้น

สายน้ำตกกระจายผ่านแนวหินทราเวอร์ทีน

น้ำตกไผ่ลูกศร (箭竹海瀑布 - Arrow Bamboo Waterfall) ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,629 เมตร มีความกว้าง 150 เมตร สูง 2-5 เมตร น้ำตกนี้เกิดจากการยุบตัวของหินทราเวอร์ทีนและแอ่งน้ำตื้นด้านล่างก่อตัวเป็นชั้นๆ ที่สวยงามเชื่อมโยงกัน

น้ำตกไผ่ลูกศรกว้าง 150 เมตร

ม่านน้ำตกไหลผ่านแนวป่า สายน้ำตกและแอ่งน้ำตื้นด้านล่าง จุดชมวิวหน้าน้ำตกไผ่ลูกศร

ธารน้ำไหลต่อจากน้ำตกลงสู่หุบเขา

จากจุดนี้จะกลับไปขึ้นรถบัสอุทยาน หรือเดินต่ออีก 685 เมตรไปยังทะเลสาบแพนด้าก็ได้ (เราเลือกเดินชมวิวต่อ ^^)

เส้นทางเดินเท้าต่อไปยังทะเลสาบแพนด้า

สะพานไม้ทางเดินผ่านแนวป่า ธารน้ำใสไหลเลียบเส้นทางเดิน

ป่าเปลี่ยนสีสองข้างทางเดิน

ทางเดินเริ่มกลับขึ้นไปสู่ถนนตรงบริเวณอุโมงค์รถลอด

ทางเดินขึ้นสู่ถนนบริเวณอุโมงค์รถลอด

ทะเลสาบที่เห็นเริ่มมีสีฟ้า-เขียว (สีเทอร์ควอยซ์) ดูสวยงามขึ้นเรื่อยๆ

ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์สดใสระหว่างทาง

ผืนน้ำสีฟ้าเขียวตัดกับป่าเปลี่ยนสี

แสงแดดส่องผิวน้ำเป็นประกาย

ต้นไม้ใต้น้ำมองเห็นชัดผ่านน้ำใส ทะเลสาบและแนวเขามุมกว้าง ริมฝั่งทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ ใบไม้แดงส้มริมผืนน้ำสีฟ้า บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงของหุบเขาไรเซ่อ

เส้นทางเดินเลียบทะเลสาบช่วงสวยที่สุด

รถบัสอุทยานวิ่งผ่านหน้าไปหลายคัน แต่เราคิดว่าการได้ลงเดินแบบนี้แม้ว่าจะเหนื่อยบ้าง แต่แลกกับการได้ชมวิวสวยๆ และเก็บไว้ในความทรงจำ มันก็คุ้มกันอยู่นะ :D

ทางเดินเท้าเลียบธารน้ำและป่าเปลี่ยนสี

วิวทะเลสาบมุมสวยระหว่างเดินเท้า

ธารน้ำไหลผ่านแนวต้นไม้ริมทาง น้ำใสสีฟ้าเขียวมองเห็นพื้นทะเลสาบ แนวป่าสนและทะเลสาบเบื้องล่าง ผิวน้ำสะท้อนท้องฟ้าและขุนเขา มุมถ่ายภาพระหว่างทางสู่ทะเลสาบแพนด้า

ทะเลสาบแพนด้า (熊猫海 - Panda Lake)

ทะเลสาบแพนด้า (熊猫海 - Panda Lake) เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีน้ำเป็นสีฟ้า-เขียวอันสวยงาม ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,574 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีความยาว 670 เมตร กว้าง 109-237 เมตร ความลึกเฉลี่ย 15.6 เมตร ทะเลสาบแห่งนี้ได้ชื่อมาจากแพนด้ายักษ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งกล่าวกันว่าเคยมากินน้ำที่นี่ ในช่วงน้ำขึ้นสูง น้ำจะไหลล้นจนกลายเป็นน้ำตกแพนด้า (Panda Waterfall)

ทะเลสาบแพนด้าน้ำสีฟ้าเขียวสวยงาม ผืนน้ำใสของทะเลสาบแพนด้า แนวเขาสะท้อนบนผิวทะเลสาบแพนด้า มุมชมวิวริมทะเลสาบแพนด้า

จากทะเลสาบแพนด้า ขึ้นรถบัสอุทยานฯ อีกครั้งเพื่อไปยังจุดหมายถัดไป..

ป้ายรถบัสอุทยานบริเวณทะเลสาบแพนด้า

วิวทะเลสาบมองจากถนนรถบัส ป่าเปลี่ยนสีระหว่างเส้นทางรถบัส ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ท่ามกลางขุนเขา ธารน้ำเชื่อมระหว่างทะเลสาบ ใบไม้หลากสีริมผืนน้ำ

ทะเลสาบห้าดอกไม้มองจากจุดชมวิว

ทะเลสาบห้าดอกไม้ (五花海 - Five Flower Lake)

ทะเลสาบห้าดอกไม้ (五花海 - Five Flower Lake) หรือที่บางครั้งเรียกว่า ทะเลสาบนกยูงหรือทะเลสาบห้าสี เป็นทะเลสาบที่มีความยาว 450 เมตร กว้าง 313 เมตร และลึก 9 เมตร เกิดจากการถล่มของดินและเศษซากโคลนที่ขวางกั้นหุบเขาน้ำแข็ง ทะเลสาบแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีสีสันสดใสที่สุดในจิ่วจ้ายโกว สีสันที่งดงามของทะเลสาบห้าดอกไม้เกิดจากการสะท้อนของหินทราเวอร์ทีนใต้ผิวน้ำ, สาหร่าย, หญ้าน้ำ และต้นไม้ที่ตายแล้ว ซึ่งผสมผสานกับแสงอาทิตย์, ท้องฟ้า, และเมฆขาว ทำให้เกิดเงาสะท้อนหลากสีบนผิวน้ำ ทะเลสาบนี้เปรียบเสมือนจี้ขนาดใหญ่ที่มีอัญมณีมากมายฝังอยู่ในหุบเขา เมื่อมองจากมุมสูง ทะเลสาบจะดูคล้ายกับหางนกยูงที่เปล่งประกายด้วยสีสันอันงดงาม

ทะเลสาบห้าดอกไม้สีสันสดใสที่สุดในจิ่วจ้ายโกว

มีทางเดินลัดเลาะและจุดชมวิวหลายแห่งรอบๆ ทะเลสาบ

ทางเดินชมวิวรอบทะเลสาบห้าดอกไม้ น้ำหลากสีฟ้าเขียวเหลืองของทะเลสาบ

ต้นไม้ตายใต้ผิวน้ำใสมองเห็นชัดเจน สีสันหลากหลายบนผิวทะเลสาบห้าดอกไม้ มุมชมวิวยอดนิยมของทะเลสาบห้าดอกไม้

ผิวน้ำสะท้อนแสงเป็นสีเทอร์ควอยซ์เข้ม

แนวป่าเปลี่ยนสีล้อมรอบทะเลสาบ

เงาสะท้อนขุนเขาบนผิวน้ำหลากสี

รายละเอียดสีน้ำอันเป็นเอกลักษณ์

ทะเลสาบห้าดอกไม้คล้ายหางนกยูงเปล่งประกาย

นักท่องเที่ยวชมวิวบนทางเดินริมทะเลสาบ มุมถ่ายภาพสีน้ำสวยที่สุด ผืนน้ำหลากเฉดสีตัดกับป่าไม้

ทิวทัศน์ทะเลสาบห้าดอกไม้มุมกว้าง

ใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนบนผิวน้ำ สีน้ำเงินเขียวไล่เฉดในทะเลสาบ แสงเงาบนผิวทะเลสาบห้าดอกไม้ มุมมองจากทางเดินยกระดับ ธรรมชาติหลากสีสันรอบทะเลสาบ

ต้นไม้จมน้ำและสีน้ำเทอร์ควอยซ์ ริมฝั่งทะเลสาบช่วงแสงสวย ทะเลสาบและแนวเขาเบื้องหลัง สายน้ำไหลออกจากทะเลสาบห้าดอกไม้ บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงรอบทะเลสาบ เฉดสีน้ำแปลกตาจากแร่ธาตุและสาหร่าย มุมชมทะเลสาบจากจุดสูง แนวทางเดินไม้เลียบทะเลสาบ ผิวน้ำใสเห็นรายละเอียดใต้ทะเลสาบ ภาพมุมสุดท้ายก่อนออกจากทะเลสาบห้าดอกไม้

ทะเลสาบห้าดอกไม้ท่ามกลางหุบเขา

ธารไข่มุกและน้ำตกธารไข่มุก (珍珠滩 - Pearl Shoal)

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถบัสอีกครั้งไปลงยัง ธารและน้ำตกธารไข่มุก

ธารไข่มุกสายน้ำไหลผ่านลานหินกว้าง

ธารไข่มุก (珍珠滩 - Pearl Shoal) เป็นพื้นที่กว้างลาดเอียงเล็กน้อยซึ่งมีชั้นหินปูนทับถมอยู่และปกคลุมด้วยสายน้ำที่ไหลผ่านบางๆ แล้วไหลตกลงกลายเป็น น้ำตกธารไข่มุก (珍珠滩瀑布 - Pearl Shoal Waterfall) ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีความสูง 28 เมตรและกว้าง 310 เมตร

สายน้ำบางๆ ไหลผ่านลานหินธารไข่มุก ละอองน้ำกระเซ็นเหมือนไข่มุกบนลานหิน ทางเดินข้ามธารไข่มุก ธารน้ำกว้างไหลลาดลงสู่น้ำตก

น้ำตกธารไข่มุกสูง 28 เมตรกว้าง 310 เมตร

ม่านน้ำตกธารไข่มุกไหลผ่านหน้าผา สายน้ำตกกระจายเป็นริ้วสีขาว

จุดชมวิวหน้าน้ำตกธารไข่มุก

ทางเดินเลียบน้ำตกธารไข่มุก สายน้ำเชี่ยวไหลลงหุบเขาเบื้องล่าง ธารน้ำไหลต่อจากน้ำตกผ่านแนวป่า บรรยากาศเส้นทางเดินหลังน้ำตก

หิน 8.8: เมื่อเวลา 21:19 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม 2017 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ที่จิ่วจ้ายโกว ซึ่งส่งผลให้เกิดดินถล่มในระดับสูง หินปูนโดโลไมต์ก้อนนี้มี ความสูง 9.2 เมตร ปริมาตร 163 ลูกบาศก์เมตร และน้ำหนัก 522 ตัน ก่อตัวขึ้นในสภาพแวดล้อมเมื่อประมาณ 320 ล้านปีก่อน โดยเดิมอยู่ที่ระดับความสูง 2,654 เมตร ก่อนที่จะเกิดการแตกออกจากภูเขาและ ตกลงไปในหุบเขาเป็นระยะทาง 272 เมตร ทำลายพืชพรรณและสร้างร่องหลุมขนาดใหญ่ตามเส้นทางที่ตกลงมา ตัวเลข 8.8 ที่สลักไว้บนหินนั้นก็เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้เรารู้จักเคารพธรรมชาติ

หิน 8.8 หินยักษ์ 522 ตันจากเหตุแผ่นดินไหวปี 2017

เส้นทางเดินผ่านบริเวณหิน 8.8 ธารน้ำใสไหลผ่านแนวหิน ป่าเปลี่ยนสีริมเส้นทางเดิน ทางเดินไม้มุ่งหน้าสู่ทะเลสาบกระจก บรรยากาศหุบเขาช่วงบ่าย

ทะเลสาบกระจก (镜海 - Mirror Lake)

ทะเลสาบกระจก (镜海 - Mirror Lake) เป็นทะเลสาบเงียบสงบที่สะท้อนภาพอันงดงามของบริเวณโดยรอบด้วยน้ำที่เรียบนิ่งดุจกระจกเงา

ทะเลสาบกระจกผิวน้ำเรียบนิ่งสะท้อนภูเขา เงาสะท้อนป่าไม้บนผิวน้ำดุจกระจกเงา ทิวเขาสะท้อนบนทะเลสาบกระจก ความเงียบสงบของทะเลสาบกระจก มุมถ่ายภาพเงาสะท้อนสมบูรณ์แบบ ทะเลสาบกระจกจุดสุดท้ายของหุบเขาไรเซ่อ

ทะเลสาบกระจกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายของเส้นทางหุบเขาไรเซ่อ ป้ายถัดจากนี้คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Nuorilang Tourist Center) เราจะหยุดพักทานข้าวเที่ยงกันที่นี่ด้วย

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนู่รื่อหลาง (诺日朗游客服务中心 - Nuorilang Tourist Service Center)

ที่นี่เป็นศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวของอุทยานจิ่วจ้ายโกว มีจุดจอดรถชัตเติลบัสเพื่อไปยังหุบเขาทั้งสาม ตลอดจนร้านค้าและศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่นั่งมีทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์

อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนู่รื่อหลาง

จุดจอดรถชัตเติลบัสไปหุบเขาทั้งสาม

ศูนย์อาหารขนาดใหญ่ภายในศูนย์บริการ

เคาน์เตอร์อาหารหลากหลายให้เลือก โซนที่นั่งทานอาหารแบบอินดอร์ อาหารมื้อเที่ยงในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เมนูอาหารท้องถิ่นเสฉวน โซนที่นั่งเอาท์ดอร์ท่ามกลางธรรมชาติ ร้านค้าและของฝากในศูนย์บริการ บรรยากาศนักท่องเที่ยวพักเที่ยง

แผนผังจุดท่องเที่ยวของอุทยานจิ่วจ้ายโกว

หุบเขาเซชาวะ (则查洼沟 - Zechawa Valley)

หุบเขาเซชาวะ (则查洼沟 - Zechawa Valley) เป็นหุบเขาด้านซ้ายของตัว Y มีความยาว 18 กิโลเมตร ชื่อเรียกหุบเขามาจากชื่อหมู่บ้านชนเผ่าทิเบตเก่าแก่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ

ทิวทัศน์หุบเขาเซชาวะ

แผนผังจุดท่องเที่ยวในหุบเขาเซชาวะ

หลังอาหารเที่ยง เราขึ้นรถบัสอุทยานสายหุบเขาเซชาวะ ปลายทางคือ ทะเลสาบยาว (长海 - Long Lake)

รถบัสอุทยานสายหุบเขาเซชาวะ

วิวระหว่างทางขึ้นสู่ทะเลสาบยาว

ทะเลสาบยาว (长海 - Long Lake)

ทะเลสาบยาว (长海 - Long Lake) เป็นทะเลสาบที่มีรูปร่างคล้ายตัว “S” ซึ่งตั้งอยู่สูงที่สุด ลึกที่สุด และใหญ่ที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้งหมดของจิ่วจ้ายโกว โดยมีระดับความสูงถึง 3,101 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีความยาว 4,350 เมตร กว้าง 300 เมตร และลึกถึง 90 เมตร ปริมาณน้ำในทะเลสาบนี้มีมากถึง 45 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำในทะเลสาบยาวเกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขา และไม่มีทางน้ำไหลออก นอกจากการระเหยโดยตรง น้ำยังสามารถรั่วซึมผ่านรอยแยกใต้ดินไปยังแอ่งน้ำอื่นๆ ด้านปลายน้ำ เช่น สระน้ำหลากสี (Multi-colored Pond) และทะเลสาบต่างๆ ในหุบเขาไรเซ่อ (Rize Valley) ซึ่งทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำควบคุมสำหรับพื้นที่หลัก

ทะเลสาบยาวมีความพิเศษตรงที่น้ำไม่เคยล้นในช่วงฤดูฝน และไม่เคยแห้งเหือดแม้ในฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังมีนิทานพื้นบ้านที่เล่าขานกันว่ามีสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่ในส่วนลึกของทะเลสาบอีกด้วย

ทะเลสาบยาวทะเลสาบใหญ่ที่สุดของจิ่วจ้ายโกวกับยอดเขาหิมะ

ผืนน้ำสีน้ำเงินเข้มของทะเลสาบยาว

ยอดเขาหิมะเบื้องหลังทะเลสาบยาว

จุดชมวิวทะเลสาบยาวที่ความสูง 3,101 เมตร

นักท่องเที่ยวถ่ายภาพริมทะเลสาบยาว

ทางเดินชมวิวเป็นสะพานยาวลัดเลาะไปตามริมทะเลสาบ

สะพานทางเดินเลียบริมทะเลสาบยาว

ทางเดินไม้ท่ามกลางป่าสนริมทะเลสาบ

วิวทะเลสาบยาวมุมกว้างจากทางเดิน

แนวเขาและผืนน้ำสีน้ำเงินเข้ม

บรรยากาศริมทะเลสาบยาวช่วงบ่าย ผิวน้ำสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย

ทะเลสาบยาวรูปตัว S ท่ามกลางขุนเขา

มุมถ่ายภาพริมทะเลสาบ ทางเดินชมวิวช่วงปลายทะเลสาบยาว

ทิวทัศน์ทะเลสาบและป่าสนโดยรอบ

ห่างไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น ตู้ขายขนม-เครื่องดื่ม, สถานีชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ ตลอดจนถึงร้านให้เช่าชุด-แต่งหน้า และพร็อพแต่งตัวสำหรับสาวๆ ก็ยังคงตามมาให้บริการ ^^

ตู้ขายขนมเครื่องดื่มอัตโนมัติริมทะเลสาบ

จุดบริการเช่าชุดและพร็อพถ่ายภาพ

บริการต่างๆ ครบครันแม้อยู่บนความสูงสามพันเมตร

สระน้ำห้าสี (五彩池 - Colorful Pond)

จากทะเลสาบยาว เดินอีกราว 800 เมตรข้ามไปอีกฟากของถนนที่รถบัสวิ่งมา เพื่อไปยัง สระน้ำห้าสี (五彩池 - Colorful Pond)

เส้นทางเดินจากทะเลสาบยาวไปสระน้ำห้าสี

ทางเดินผ่านแนวป่าสนสู่สระน้ำห้าสี บันไดทางเดินลงสู่จุดชมสระน้ำ

สระน้ำห้าสีดวงตาแห่งจิ่วไจ้โกว

น้ำใสสีฟ้าเขียวสดของสระน้ำห้าสี

สระน้ำห้าสี (五彩池 - Colorful Pond) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,010 เมตร มีความยาวประมาณ 100 เมตร กว้าง 60 เมตร และลึก 6.6 เมตร เป็นแหล่งน้ำที่มีขนาดเล็กที่สุดในจิ่วจ้ายโกว ได้รับฉายา “ดวงตาแห่งจิ่วไจ้โกว” เนื่องจากน้ำใต้ดิน (จากทะเลสาบยาว) ช่วยเติมเต็ม น้ำในสระจึงไม่แข็งตัวในฤดูหนาว นอกจากนี้แสงแดด สาหร่าย หินทราเวอร์ทีน และปัจจัยอื่นๆ ทำให้น้ำในสระมีสีสันสดใส-สวยงาม

สีสันสดใสของสระน้ำห้าสี ผิวน้ำหลากเฉดสีฟ้าเขียว มุมชมสระน้ำห้าสีจากทางเดิน

น้ำใสมองเห็นพื้นสระและกิ่งไม้ใต้น้ำ แสงแดดส่องผ่านผิวน้ำหลากสี จุดถ่ายภาพยอดนิยมของสระน้ำห้าสี

สระน้ำห้าสีท่ามกลางแนวป่า มุมสุดท้ายของสระน้ำห้าสีก่อนเดินทางต่อ

บนเส้นทางของหุบเขาเซชาวะ ยังมี ทะเลสาบสี่ฤดู (季节海 - Seasonal Lakes) ซึ่งเป็นกลุ่มทะเลสาบ 3 แห่ง (ล่าง, กลาง และบน) เรียงรายอยู่ริมถนนสายหลัก น้ำในทะเลสาบเหล่านี้จะแห้งในช่วงฤดูร้อนและมีน้ำเต็มในฤดูฝน นอกจากนี้บริเวณใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนู่รื่อหลาง มี หมู่บ้านทิเบตเซชาวะ (Zechawa Village) ตั้งอยู่

หุบเขาซู่เจิง (树正沟 - Shuzheng Valley)

เป็นหุบเขาที่เริ่มต้นจากทางเข้าอุทยานทางทิศเหนือ ทอดยาวลงไปทางใต้ มีความยาว 14.5 กิโลเมตร บรรจบกับปลายของอีกสองหุบเขา (เซชาวะ และไรเซ่อ) ซึ่งถือเป็นจุดกึ่งกลางของอุทยานฯ เป็นที่ตั้งของ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนู่รื่อหลาง (诺日朗游客服务中心 - Nuorilang Tourist Service Center) สถานที่ท่องเที่ยวในหุบเขาซู่เจิงมีหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกนู่รื่อหลาง ทะเลสาบแรด ทะเลสาบเสือ หมู่บ้านทิเบตซู่เจิง ฯลฯ

ทิวทัศน์หุบเขาซู่เจิง

แผนผังจุดท่องเที่ยวหุบเขาซู่เจิงธารน้ำและป่าเปลี่ยนสีในหุบเขาซู่เจิง

เส้นทางน้ำไหลผ่านหุบเขาซู่เจิง

ธารน้ำใสเชื่อมระหว่างทะเลสาบ

น้ำตกนู่รื่อหลาง (诺日朗瀑布 - Nuorilang Waterfall)

น้ำตกนู่รื่อหลาง (诺日朗瀑布 - Nuorilang Waterfall) ตั้งอยู่บนระดับความสูง 2,343 เมตร ไม่ไกลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจิ่วไจ้โกว มีความสูงของน้ำตก 24.5 เมตร และกว้างถึง 320 เมตร ถือเป็นน้ำตกหินทราเวอร์ทีนที่กว้างที่สุดในจีน

น้ำตกนู่รื่อหลางน้ำตกทราเวอร์ทีนกว้างที่สุดในจีน

ม่านน้ำตกนู่รื่อหลางกว้าง 320 เมตร

จุดชมวิวน้ำตกนู่รื่อหลาง

สายน้ำตกไหลผ่านหน้าผาทราเวอร์ทีน

ทะเลสาบแรดและทะเลสาบเสือ

จากน้ำตกนู่รื่อหลาง ขึ้นรถบัสคันที่ออกไปยังหน้าอุทยาน ประมาณ 3 กิโลเมตรแวะลงป้าย ทะเลสาบแรด (犀牛海 - Rhinoceros Lake)

ป้ายรถบัสทะเลสาบแรด ทะเลสาบแรดผืนน้ำสีเขียวมรกต เงาสะท้อนภูเขาบนทะเลสาบแรด ทะเลสาบแรด (犀牛海 - Rhinoceros Lake) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองในพื้นที่จิ่วไจ้โกว มีความยาว 2,000 เมตร กว้าง 225 เมตร และลึก 17 เมตร ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,301 เมตร ทะเลสาบแห่งนี้มีผืนน้ำสีเขียวมรกต ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทิวทัศน์ของภูเขาโดยรอบจะสะท้อนผิวน้ำของทะเลสาบ ก่อให้เกิดภาพที่สวยงาม

ทิวทัศน์ทะเลสาบแรดมุมกว้าง

ป่าเปลี่ยนสีสะท้อนบนผิวทะเลสาบแรด

ทางเดินเลียบทะเลสาบแรด ผืนน้ำเขียวมรกตของทะเลสาบแรด แนวเขาและทะเลสาบยามบ่าย มุมถ่ายภาพริมทะเลสาบแรด บรรยากาศเงียบสงบของทะเลสาบแรด ถัดจากทะเลสาบแรดไม่ไกล คือ ทะเลสาบเสือ (老虎海 - Tiger Lake) มีความยาว 310 เมตร กว้าง 194 เมตร และลึก 23 เมตร

ทะเลสาบเสือน้ำใสสีฟ้าเขียว

ทิวทัศน์รอบทะเลสาบเสือ

ผิวน้ำทะเลสาบเสือสะท้อนป่าเปลี่ยนสี ทางเดินชมวิวริมทะเลสาบเสือ

หมู่บ้านทิเบตซู่เจิงและโรงสีพลังน้ำ

หมู่บ้านทิเบตซู่เจิง (Shuzheng Village) อยู่ห่างจากทะเลสาบแรดลงมาประมาณ 1.2 กิโลเมตร สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ มีร้านขายสินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก และขนม-เครื่องดื่ม ด้านหลังหมู่บ้านมีจุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นทะเลสาบฝั่งตรงข้ามได้อย่างสวยงาม

หมู่บ้านทิเบตซู่เจิงในหุบเขาจิ่วจ้ายโกว

บ้านเรือนสไตล์ทิเบตในหมู่บ้านซู่เจิง

ตรงข้ามกับหมู่บ้านทิเบตซู่เจิง มีบันไดลงไปยัง น้ำตกและโรงสีพลังน้ำซู่เจิง

บันไดทางลงสู่น้ำตกและโรงสีพลังน้ำซู่เจิง

ธารน้ำไหลผ่านบริเวณโรงสีพลังน้ำ

โรงสีพลังน้ำซู่เจิงโครงสร้างไม้เหนือธารน้ำ โรงสีพลังน้ำซู่เจิง (树正磨房 - Shuzheng Water-Mill) เป็นโรงสีที่ใช้พลังน้ำในการโม่บดข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี และเมล็ดพืชอื่นๆ ให้เป็นแป้ง เป็นซากแห่งภูมิปัญญาในการสีเมล็ดพืชที่ตกทอดจากคนยุคโบราณ อาคารเป็นโครงสร้างไม้ที่ตั้งอยู่เหนือกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

กังหันน้ำภายในโรงสีพลังน้ำโบราณ

กระแสน้ำเชี่ยวไหลใต้อาคารโรงสี

บรรยากาศรอบโรงสีพลังน้ำซู่เจิง

ใกล้ๆ กันคือ น้ำตกซู่เจิง (Shuzheng Waterfall)

น้ำตกซู่เจิงไหลลดหลั่นผ่านแนวป่า สายน้ำตกซู่เจิงและแอ่งน้ำเบื้องล่าง

ธารน้ำใสไหลต่อจากน้ำตกซู่เจิง

ปิดท้ายทริปจิ่วจ้ายโกว

จากนั้นก็ขึ้นรถบัสกลับไปยังทางออกของอุทยานฯ วันนี้เราใช้เวลาไปร่วม 12 ชั่วโมงในการเดินทาง-ท่องเที่ยว แม้ว่าจะเหนื่อยบ้าง แต่ความทรงจำอันสวยงามจะอยู่กับเราตลอดไป ผ่านภาพถ่ายที่บันทึกไว้กว่าสองพันรูปและบทความนี้… \O.O/

บรรยากาศทางออกอุทยานช่วงเย็น แสงเย็นสุดท้ายของวันที่จิ่วจ้ายโกว … ทุกทริปทุกสถานที่ๆ เราเคยไป วันหนึ่งจะกลายเป็นเรื่องเล่าในความทรงจำ…