โดโลไมท์ (Dolomite)
โดโลไมท์ (Dolomite) เป็นชื่อของดินแดนที่ตั้งอยู่ในแคว้น South Tyrol ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี มีเขตแดนติดกับประเทศออสเตรีย ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนซึ่งทอดตัวเป็นแนวกำแพงยาว และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตจังหวัด Belluno, Vicenza, Verona, Trentino, South Tyrol, Udine and Pordenone เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ทัศนียภาพสวยงามแปลกตาและมีชื่อเสียงของอิตาลี ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.2009

พื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของ Dolomite สามารถแบ่งออกได้เป็นสองส่วน:
- ด้านตะวันออก มี base หลักอยู่ที่เมือง Cortina d’Ampezzo ภูเขาหลักของฝั่งตะวันออกคือ Tre Cime di Lavaredo หรือที่เรียกกันว่าภูเขาสามยอดนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ทะเลสาบ Misurina, ทะเลสาบ Braies ฯลฯ
- ด้านตะวันตก มี Odle mountain group เป็นไฮไลต์ เมืองที่เป็นศูนย์กลางของย่านนี้คือ Bolzano ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ และเมืองเล็กๆ ที่มีความน่ารักและสวยงาม อย่าง Ortisei แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในย่านนี้ได้แก่ Alpe di Siusi, Seceda, Resciesa, Val di Funes, ทะเลสาบ Carezza ฯลฯ

การเดินทางสู่โดโลไมท์
วิธีที่สะดวกที่สุดในการเดินทางท่องเที่ยวโดโลไมท์คือการเช่ารถขับ เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อยู่กระจัดกระจายและมีระยะทางไกลกันพอสมควร แต่ถนนหนทางมีสภาพดี โดยสามารถเข้าถึงได้จากหลายทิศทาง เช่น
ทิศเหนือ จากเมืองอินส์บรุค (Innsbruck) ของประเทศออสเตรีย - เมืองออร์ทิเซ่ (Ortisei) ระยะทาง 114 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
ทิศใต้ จากเมืองเวนิส (Venice) - เมือง Cortina D’Ampezzo ระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที
ทิศตะวันตก จากเมืองโบลซาโน (Bolzano) - เมือง Ortisei ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง

ออร์ทิเซ่ (Ortisei)
ออร์ทิเซ่ (Ortisei) เป็นเมืองรีสอร์ทเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา Dolomites Val Gardena โดยมีเทือกเขาต่างๆ อยู่รายล้อม เช่น Seceda, Resciesa, Alpe di Siusi, Monte Piz และ Col de Mesdí ฯลฯ ที่นี่จัดได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวโดโลไมท์ในด้านตะวันตก จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวกิจกรรมหลักก็หนีไม่พ้นการเล่นสกี ส่วนในฤดูร้อนก็เป็นการเดินป่า ปีนเขา ขี่จักรยาน ฯลฯ
Credit: www.valgardena.it
Credit: www.valgardena.it
ผู้คนในแถบนี้ส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมัน นอกจากภาษาอิตาลีแล้ว ยังมีภาษาท้องถิ่นอย่างลาดิน (Ladin) อีกด้วย ป้ายหรือชื่อเรียกสถานที่ต่างๆ บางครั้งจึงมีถึง 3 ภาษา เช่นชื่อเมืองออร์ทิเซ่เองก็มีถึง 3 ชื่อคือ Ortisei (ภาษาอิตาลี), Urtijëi (ภาษาลาดิน) และ St. Ulrich in Gröden (ภาษาเยอรมัน)
Ortisei เป็นเมืองที่มีขนาดเล็ก สามารถเดินเท้าเที่ยวได้ทั่วเมือง ว่ากันว่าทุกคนที่ได้มีโอกาสมาเยือนและค้นหา จะพากันตกหลุมรักเมืองนี้กันทุกคน (รวมถึงตัวเรา.. ^^) จุดเด่นของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ นอกจากจะเป็นชุมทางการเดินทางท่องเที่ยวของโดโลไมท์ในละแวกนี้แล้ว ยังมีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ตลอดจนร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ในเมืองที่ตกแต่งได้อย่างน่ารักและคงเอกลักษณ์ในแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน
นอกจากธรรมชาติอันงดงามแล้ว เมืองออร์ทิเซ่ยังขึ้นชื่อในเรื่องงานฝีมือแกะสลักไม้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยเฉพาะรูปสลักที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา ซึ่งเป็นของฝากของสะสมที่มีชื่อเสียงของที่นี่
ที่จอดรถ: เนื่องจากภายในเมืองมีขนาดเล็ก การหาที่จอดรถตามริมถนนจึงยากเล็กน้อย แนะนำให้ใช้บริการที่จอดรถ (Parking) ที่มีอยู่ 2-3 แห่ง หรือที่สถานีกระเช้า Seceda และ Alpe di Siusi ก็ได้






เดินเที่ยวชมเมืองออร์ทิเซ่
โบสถ์ Saint Ulrich ตั้งอยู่บนเนินทางด้านทิศเหนือของเมือง สถาปัตยกรรมสวยงามในสไตล์เรอเนซองส์และประติมากรรมบาโรก
อาคารหลังใหญ่ที่อยู่ติดกับโบสถ์ Saint Ulrich เป็นที่ตั้งของ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว (Tourist Information Center) เราสามารถซื้อพาสท่องเที่ยวต่างๆ ได้ที่นี่ด้วย





ออกจากศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว เลี้ยวซ้ายลงเนิน จะเป็นย่านใจกลางเมืองที่มีร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ตั้งอยู่ อาคารแต่ละหลังต่างมีเอกลักษณ์และตกแต่งได้อย่างน่ารัก สวยงาม เป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นและจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก บางคนยกย่องให้เป็นถนนคนเดินสายช็อปปิ้งที่สวยงามที่สุดของโดโลไมท์เลยทีเดียว







มีมุมน่ารักๆ ให้นั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม ชิมโฮมเมดเค้กอันแสนอร่อย หรือเดินชมสินค้าของที่ระลึกต่างๆ ที่วางขายอยู่ทั่วไป


งานไม้แกะสลักของเมืองนี้ เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมายาวนาน


เดินไปจนเกือบสุดปลายอีกด้านของถนนจะเจอ โบสถ์ Saint Anthony’s ภายในมีภาพวาดหน้าต่างกระจกสีและรูปปั้นแสดงฉากจากชีวิตของนักบุญแอนโธนี


ด้านขวามือเป็นถนนที่นำไปยัง สถานีกระเช้า Alpe di Siusi ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลทางตอนใต้ของเมือง

ด้านหลังโบสถ์ Saint Anthony’s เป็นลานจัตุรัสขนาดย่อม มีร้านค้าร้านอาหาร และป้ายรถบัสอันเป็นป้ายหลักสำหรับการเดินทางระหว่างออร์ทิเซ่กับเมืองอื่นๆ ในแถบนี้ นอกจากนี้ยังมีจุดจอดแท็กซี่อีกด้วย




ด้านซ้ายมือของจัตุรัสเป็นจุดเริ่มต้นของ อุโมงค์ทางเชื่อม (“La Curta”) ที่ทอดขึ้นเนินไปยัง สถานีกระเช้า Seceda ที่ตั้งอยู่สูงขึ้นไปประมาณ 60 เมตร ประกอบไปด้วยบันไดเลื่อน 6 ตัวและอุโมงค์ทางเดินเลื่อน 4 แห่ง มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 295 เมตร สำหรับนักท่องเที่ยว การเดินทางไป-มาระหว่างสถานีกระเช้า Seceda และ Alpe di Siusi จึงมีความสะดวกสบายมาก







จากบริเวณสถานีกระเช้า Seceda ที่อยู่บนเนิน สามารถมองเห็นสถานี Alpe di Siusi ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเมืองได้อย่างชัดเจน



ข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อมูลเพิ่มเติม:
ในตอนต่อไปเราจะเริ่มต้นการเดินทาง เพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพอันสวยงามของ Dolomites Val Gardena กัน… \O_O/