หลังจากท่องเที่ยวโดโลไมท์ด้านตะวันตกไปสองวันแล้ว วันนี้เราจะย้ายจากเมือง Ortisei ไปปักหลักต่อที่เมือง Cortina D’Ampezzo ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางด้านตะวันออกของโดโลไมท์ เส้นทางจาก Ortisei มุ่งสู่เมือง Cortina มีระยะทางประมาณ 74 กิโลเมตร เป็นถนนราดยางแบบสองเลนขนาดไม่ใหญ่นักแต่มีสภาพดี เส้นทางนี้จะตัดผ่านชายขอบของอุทยานแห่งชาติ Parco Naturale หรือ Puez Odle Naturpark จึงต้องขึ้นๆ ลงๆ ไปตามภูมิประเทศที่เป็นภูเขาอยู่ตลอดเวลา การขับรถจึงทำความเร็วไม่ได้มากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพราะตลอดทางจะมีวิวสวยๆ ให้จอดถ่ายรูปอยู่เป็นระยะๆ ควรเผื่อเวลาเดินทางไว้สัก 2-3 ชั่วโมง เราบอกตัวเองว่า ความสุขคือการเดินทาง มิใช่จุดหมายปลายทาง… ^^

แผนที่เส้นทาง Ortisei สู่ Cortina

ทิวทัศน์เทือกเขาโดโลไมท์ระหว่างทาง

วิวถนนคดเคี้ยวระหว่างทาง

วิวทุ่งหญ้าและภูเขาระหว่างทาง

เราขับผ่าน Santa Cristina Val Gardena และ Selva di Val Gardena อันเป็นเมืองรีสอร์ทเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงอีกสองแห่งของหุบเขา Dolomites Val Gardena นอกจาก Ortisei

เมือง Santa Cristina Val Gardena

เมือง Selva di Val Gardena

วิวเทือกเขาระหว่างเมืองรีสอร์ท

Gardena Pass

ประมาณ 20 กิโลเมตรจะถึง ปาสโซ่ การ์เดนา (Passo Gardena) หรือ Gardena Pass ซึ่งเป็นชื่อเรียกเส้นทางคดเคี้ยวผ่านภูเขาในเส้นทางสาย Great Dolomite Road ที่งดงามอลังการด้วยทิวทัศน์ทุ่งหญ้าและภูเขาสูงใหญ่แห่งเทือกเขาโดโลไมท์ อยู่สูง 1,235 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล

มีจุดชมวิวซึ่งเป็นเนินเตี้ยๆ (ตั้งอยู่ใกล้กับ Rifugio Frara) สามารถจอดรถได้ที่ลานซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

จุดชมวิว Gardena Pass ใกล้ Rifugio Frara วิวทุ่งหญ้า Gardena Pass

วิวเทือกเขาจาก Gardena Pass

วิวหุบเขา Gardena Pass มุมกว้าง

วิวยอดเขาโดโลไมท์ Gardena Pass

วิวเส้นทาง Great Dolomite Road

วิวทัศนียภาพ Gardena Pass

วิวถนนคดเคี้ยว Gardena Pass

วิวทุ่งหญ้าเขียวขจี Gardena Pass

วิวเทือกเขาสูงตระหง่าน Gardena Pass

วิวกว้างไกล Gardena Pass

วิวจุดชมวิวเนินเตี้ย Gardena Pass

วิวยอดเขาแหลมคม Gardena Pass วิวหุบเขา Gardena Pass อีกมุม

วิวทุ่งหญ้าและก้อนหิน Gardena Pass วิวทัศนียภาพกว้างไกล Gardena Pass

เราออกเดินทางต่อ ขับรถไปอีกสักพักก็เข้าเขต Corvara in Badia อันเป็นเมืองรีสอร์ทอีกแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก Cortina D’Ampezzo ทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร

เมือง Corvara in Badia

บรรยากาศเมือง Corvara in Badia

วิวเทือกเขารอบ Corvara in Badia

วิวถนนสู่ Cortina D'Ampezzo

วิวเทือกเขาระหว่างทางสู่ Cortina วิวหุบเขาระหว่างทาง วิวป่าไม้ระหว่างทางสู่ Cortina วิวยอดเขาระหว่างทางสู่ Cortina

วิวทิวทัศน์ใกล้ถึง Cortina

วิวเทือกเขาก่อนถึงเมือง Cortina

วิวถนนใกล้เมือง Cortina D'Ampezzo

วิวเมือง Cortina D'Ampezzo จากระยะไกล วิวเทือกเขารอบเมือง Cortina

เมือง Cortina D’Ampezzo

Cortina D’Ampezzo เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และดูทันสมัยกว่า Ortisei ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเวนิสไปทางเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางด้านตะวันออกของโดโลไมท์ เคยใช้เป็นสถานที่ในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี ค.ศ.1956 (จะจัดอีกครั้งในปี 2026 โดยเป็นเจ้าภาพร่วมกับเมืองมิลาน) มีภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในเมืองนี้ในอดีตหลายเรื่อง เช่น The Pink Panther (1963), เจมส์บอนด์ 007 ตอน For Your Eyes Only (1981) และ Cliffhanger (1993)

เมือง Cortina D'Ampezzo

บรรยากาศเมือง Cortina D'Ampezzo

ถนนเมือง Cortina D'Ampezzo

เราพักที่เมืองนี้สองคืน เพื่อเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวของโดโลไมท์ในแถบนี้ อันได้แก่ ทะเลสาบ Braies, ทะเลสาบ Misurina และการเดินเทรลเพื่อเที่ยวชมภูเขาสามยอดที่ยิ่งใหญ่ หรือ Tre Cime อันเป็นไฮไลต์

บรรยากาศเมือง Cortina ยามเย็น

วิวเทือกเขารอบเมือง Cortina

ถนนกลางเมือง Cortina D'Ampezzo

บรรยากาศร้านค้าเมือง Cortina

วิวเมือง Cortina ยามค่ำ บรรยากาศถนนคนเดิน CortinaLake Braies หรือ Lago di Braies (ในภาษาอิตาลี, Pragser Wildsee - ภาษาเยอรมัน) เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในแถบโดโลไมท์ตะวันออก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Fanes-Sennes-Prags Nature Park ที่ความสูง 1,469 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม น้ำในทะเลสาบใสสะอาดสีเทอร์ควอยซ์ (ฟ้าเขียว) โดยมีภูเขา Seekofel เป็นฉากหลัง ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

ทะเลสาบ Braies

ทะเลสาบ Braies สีเทอร์ควอยซ์

การเดินทาง: ขับรถจากเมือง Cortina D’Ampezzo ไปทางเหนือ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50 นาที มีลานจอดรถขนาดใหญ่ใกล้กับทะเลสาบ

ลานจอดรถทะเลสาบ Braies

วิวทะเลสาบ Braies จากลานจอดรถ

วิวเทือกเขา Seekofel เหนือทะเลสาบ

ที่ริมทะเลสาบมีโรงแรมเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1899 ชื่อ Hotel Lago di Braies ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นี่เคยใช้เป็นที่พักของตัวประกัน 139 คนซึ่งล้วนเป็นบุคคลสำคัญจาก 17 ประเทศในยุโรปหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากค่ายกักกันของนาซี

โรงแรม Lago di Braies เก่าแก่

ริมทะเลสาบ Braies หน้าโรงแรม

วิวโรงแรมและทะเลสาบ Braies

ถ้ามีเวลาสามารถเดินเที่ยวได้รอบทะเลสาบ โดยใช้เวลาราว 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง

ทางเดินรอบทะเลสาบ Braies

ภาพของ Lago di Braies จากบนเขา Seekofel

ทะเลสาบ Braies มองจากยอดเขา Seekofel Credit: Wikipedia.Com

วิวทะเลสาบ Braies สีเทอร์ควอยซ์

วิวเทือกเขาสะท้อนทะเลสาบ Braies

วิวทะเลสาบ Braies มุมกว้าง

กิจกรรมยอดฮิตอีกอย่างของนักท่องเที่ยวที่นี่คือ การเช่าเรือแคนูพายเล่นในทะเลสาบ โดยมีราคาชั่วโมงละ 28 ยูโร

เรือแคนูให้เช่าที่ทะเลสาบ Braies

นักท่องเที่ยวพายเรือแคนู Braies

เรือแคนูสีสันสดใสทะเลสาบ Braies

บรรยากาศพายเรือทะเลสาบ Braies

วิวทะเลสาบ Braies และเรือแคนู

ปกติแล้วน้ำในทะเลสาบจะมีสีฟ้าเขียวสดใสเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในวันที่อากาศดี ฟ้าใส และมีแดดจ้า เสียดายว่าในวันที่เราไปอากาศครึ้ม เมฆเต็มท้องฟ้าเลย การวางแผนมาเที่ยวจึงควรคำนึงถึงปัจจัยข้อนี้ด้วย.. ^^

ทะเลสาบ Braies วันฟ้าครึ้ม วิวสุดท้ายทะเลสาบ Braies

ทะเลสาบ Misurina

ขากลับเราแวะทะเลสาบ Misurina หรือ Lago di Misurina ซึ่งเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากเมือง Cortina D’Ampezzo ไปทางตะวันออกประมาณ 15 กิโลเมตร ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสเก็ตน้ำแข็งประเภทความเร็ว (Speed Skating) ของกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว (Winter Olympics) ในปี ค.ศ.1956 ด้วย

Lago di Misurina ตั้งอยู่สูงระดับ 1,754 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความยาวรอบทะเลสาบ 2.6 กิโลเมตร และมีความลึกสูงสุดประมาณ 5 เมตร รอบๆ บริเวณมีโรงแรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่หลายแห่ง สะท้อนถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี..

ทะเลสาบ Misurina

โรงแรมริมทะเลสาบ Misurina วิวทะเลสาบ Misurina มุมกว้าง

วิวเทือกเขารอบทะเลสาบ Misurina เช้าวันรุ่งขึ้นเราแวะไปเยี่ยมเยียนทะเลสาบ Misurina อีกครั้ง เนื่องจากเป็นทางผ่านของเส้นทางขับรถไปยัง Tre Cime เนื่องจากอากาศที่แจ่มใสมีแดดจ้า ทำให้ภาพบรรยากาศของทะเลสาบดูสดใสกว่าเมื่อวาน (ที่ฟ้าครึ้มไม่มีแดด) เยอะเลย… \O_O/

ทะเลสาบ Misurina ยามเช้าแดดจ้า