หมู่บ้าน Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร่)

Riomaggiore ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง La Spezia โดยจะเป็นป้ายแรกที่รถไฟมาถึง หมู่บ้านนี้มีเอกลักษณ์ตรงบ้านเรือนสีฉูดฉาดที่ปลูกเรียงรายอยู่บนโขดหิน คล้ายๆ กับหมู่บ้าน Manarola คือตั้งอยู่บนเนินผาริมทะเล อาคารบ้านเรือนถูกปลูกลดหลั่นกันลงไปจนถึงชายหาด เพียงแต่โทนสีของหมู่บ้านนี้จะจัดจ้านกว่า

หมู่บ้าน Riomaggiore บ้านเรือนสีสันสดใส

วิวหมู่บ้าน Riomaggiore ริมทะเล

บ้านเรือนบนโขดหิน Riomaggiore

วิวหมู่บ้าน Riomaggiore มุมกว้าง

บรรยากาศหมู่บ้าน Riomaggioreอุโมงค์เชื่อมสถานีรถไฟ ทางเดินสู่หมู่บ้าน Riomaggiore

จากสถานีรถไฟ ต้องเดินลอดอุโมงค์ยาวเพื่อไปยังหมู่บ้านเช่นเดียวกับที่ Manarola

อุโมงค์ยาวสู่หมู่บ้าน Riomaggiore

ทางเดินในอุโมงค์ Riomaggiore

ถนนสายหลักของหมู่บ้านคือถนน Val Colombo ที่เป็นศูนย์รวมของร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร ถ้าเดินลงไปจนสุดถนนที่ท่าเรือแล้วเลี้ยวซ้าย จะเป็นลานชมวิวเล็กๆ บนโขดหินที่ยื่นออกไปในทะเล จากจุดนี้มองย้อนกลับมาที่ตัวเมืองจะเป็นมุมถ่ายภาพมหาชน ที่มองเห็นอาคารบ้านเรือนสีจัดจ้านเรียงรายซ้อนกันไปบนเนินเขา ดูตระการตาไปอีกแบบ

ถนน Val Colombo ริโอมัจจอร์เร่ ลานชมวิวโขดหิน Riomaggiore มุมถ่ายภาพมหาชน Riomaggiore

บ้านเรือนสีจัดจ้านซ้อนเนินเขา

วิวท่าเรือ Riomaggiore

บรรยากาศท่าเรือ Riomaggiore

ร้านค้าถนน Val Colombo ร้านอาหารถนนสายหลัก

ที่บริเวณตลาดใจกลางเมือง มีรถชัตเติลบัสสีขาวที่ให้บริการฟรี (สำหรับผู้ถือบัตร Cinque Terre Card) พานักท่องเที่ยวไปส่งยังแหล่งท่องเที่ยวบนเนินเขาใกล้เคียง

รถชัตเติลบัสฟรี Riomaggiore

รถชัตเติลบัสพาเราไปหย่อนลงที่ Castello di Riomaggiore ซึ่งเป็นป้อมปราการเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือหมู่บ้าน ป้อมปราการมีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงรอบๆ ถูกเสริมด้วยหอคอยทรงกลมขนาดใหญ่สองแห่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1260 โดย Marquises of Turcotti ลอร์ดแห่ง Ripalta สร้างเสร็จโดย Genoese ในศตวรรษที่ 15-16

ในปัจจุบันป้อมแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานและพิธีต่างๆ เนื่องจากมีวิวที่สวยงาม โดยสามารถมองเห็นตัวหมู่บ้าน ตลอดจนหน้าผาหินและแนวชายฝั่งทะเลที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน

ป้อมปราการ Castello di Riomaggiore

กำแพงป้อมปราการ Riomaggiore

หอคอยทรงกลมป้อมปราการ

วิวจากป้อมปราการ Riomaggiore

วิวหมู่บ้านจากป้อมปราการ

วิวชายฝั่งทะเลจากป้อมปราการ

วิวหน้าผาหินจากป้อมปราการ

วิวเมืองเบื้องล่างจากป้อมปราการ

วิวกว้างไกลจากป้อมปราการ

วิวหมู่บ้าน Riomaggiore จากที่สูง

บริเวณใกล้เคียงกับป้อมปราการ มีโบสถ์เล็กๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่ด้วย

โบสถ์เล็กใกล้ป้อมปราการ

ภายในโบสถ์เล็ก Riomaggiore

ด้านหน้าโบสถ์เล็ก Riomaggiore

จากบริเวณป้อมปราการ เดินชมวิวมาเรื่อยๆ ก็จะลงมายังหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างได้

ทางเดินลงจากป้อมปราการ

วิวหมู่บ้านระหว่างทางเดินลง

ทางเดินลงสู่หมู่บ้าน Riomaggiore บรรยากาศทางเดินลงเขา วิวเทือกเขาระหว่างทางลง วิวหมู่บ้านใกล้ถึง กลับถึงตัวหมู่บ้าน Riomaggiore

เดินเที่ยวจนจุใจแล้วก็เดินลอดอุโมงค์กลับไปขึ้นรถไฟเหมือนเดิม…

อุโมงค์ขากลับสู่สถานีรถไฟทางเดินขากลับ Riomaggiore

สถานีรถไฟ Riomaggiore ขากลับ

วิวสุดท้ายหมู่บ้าน Riomaggiore

หมู่บ้าน Vernazza (เวร์นาซซา)

หมู่บ้าน Vernazza มุมสูง Photo Credit: Jean Michel Mallet

นั่งรถไฟมาไม่นานก็ถึง Vernazza หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามของบ้านเรือนที่อยู่ติดทะเล โดยมีโบสถ์หลังเล็กตั้งเด่นเป็นแลนด์มาร์กอยู่ริมอ่าว

หมู่บ้าน Vernazza ริมอ่าว

บ้านเรือนติดทะเล Vernazza โบสถ์ริมอ่าว Vernazza

ชุมชนของหมู่บ้าน Vernazza นั้นมีขนาดเล็กมาก ส่วนใหญ่กระจุกตัวกันอยู่ตรงบริเวณริมอ่าว มีถนนสายหลักเพียงเส้นเดียวที่ทอดยาวจากหน้าสถานีรถไฟออกไปจนถึงริมทะเล อันเป็นที่ตั้งของจัตุรัส Piazza Marconi ชายหาดที่นี่เป็นเพียงอ่าวแคบๆ และเต็มไปด้วยโขดหิน ไม่เหมาะสมกับการเล่นน้ำเท่าไรนัก

ถนนสายหลัก Vernazza

จัตุรัส Piazza Marconi Vernazza

ชายหาดโขดหิน Vernazza

บรรยากาศริมอ่าว Vernazza ร้านค้าริมจัตุรัส Vernazzaบ้านเรือนสีสัน Vernazza

วิวอ่าว Vernazza มุมกว้าง

บรรยากาศเดินเล่น Vernazza

จากจัตุรัส Marconi มองไปทางซ้ายมือ จะเห็นป้อมหินตั้งอยู่บนเนินสูง ที่นี่คือ หอคอยโดเรีย (Doria Tower) ในอดีตเคยเป็นป้อมของปราสาทโดเรีย (Castello Doria) ใช้สอดส่องระวังภัยจากเรือโจรสลัด สร้างโดยขุนนางตระกูลโดเรีย ผู้ปกครองแคว้นลิกูเรีย (Liguria) ในช่วงศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันตัวปราสาทได้พังไปหมดแล้วเหลือแต่เพียงป้อมที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา

หอคอยโดเรีย Doria Tower

ด้านขวามือของจัตุรัส Marconi คือ โบสถ์ Santa Margherita di Antiochia สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 9 มีหอนาฬิกาแปดเหลี่ยมตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า ถือเป็นแลนด์มาร์กประจำเมือง Vernazza

โบสถ์ Santa Margherita di Antiochia

หอนาฬิกาแปดเหลี่ยมโบสถ์ Santa Margherita รายละเอียดโบสถ์ Santa Margherita

ด้านหน้าโบสถ์ Santa Margherita

บรรยากาศรอบโบสถ์ Vernazza

ไม่ไกลจากโบสถ์ จะมีบันไดทางขึ้นเล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ระหว่างตึก เมื่อเดินตามทางคดเคี้ยวนี้ลัดเลาะขึ้นไปเรื่อยๆ จะพาเรามายังเนินเขาที่อยู่ด้านหลังของโบสถ์ Santa Margherita และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเทรกกิงที่จะไปยังหมู่บ้าน Monterosso หลังจากเดินผ่านจุด Check Point ไปอีกเล็กน้อย จะเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพที่สวยที่สุดของหมู่บ้าน Vernazza

บันไดทางขึ้นเนินเขา Vernazza

ทางเดินคดเคี้ยวขึ้นเนิน

จุด Check Point เส้นทางเทรกกิง

ทางเดินเทรกกิงสู่ Monterosso

วิวหมู่บ้านจากทางเดินเทรกกิง

จากจุดนี้ เราจะสามารถมองเห็นอาคารบ้านเรือนหลากสีที่ตั้งอยู่ลดหลั่น ตัดกับท้องฟ้าสดใสและท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ช่วงเวลาที่เหมาะในการถ่ายภาพคือช่วงบ่ายจนถึงเย็น (เพราะช่วงเช้าจะย้อนแสง) ถ้ามาถึง Vernazza แล้วต้องไม่พลาดที่จะมาชมวิวจากจุดนี้

จุดชมวิวไฮไลต์ Vernazza

บ้านเรือนหลากสีลดหลั่น Vernazza วิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียน Vernazza

วิวหมู่บ้าน Vernazza ยามบ่าย

วิวจุดชมวิวไฮไลต์ Vernazza

วิวอ่าว Vernazza จากจุดชมวิว

วิวบ้านเรือนสีสันจากมุมสูง

วิวทะเลและหมู่บ้าน Vernazza

วิวสุดท้ายหมู่บ้าน Vernazza วิวหมู่บ้านยามเย็น Vernazzaบรรยากาศส่งท้าย Vernazza

เราสัญญากับตัวเองว่า จะหาโอกาสกลับมา Cinque Terre อีกครั้ง เพื่อไปเที่ยวหมู่บ้าน Corniglia (คอร์นีเลีย) ซึ่งไม่มีโอกาสในคราวนี้เนื่องจากเวลาไม่พอ ในการมาครั้งหน้า เราตั้งใจไว้ว่าจะไปเดินเทรกกิงระหว่างหมู่บ้านทั้งห้านี้ด้วย เพื่อนๆ ใครสนใจจะไปร่วมทริปกับเรา ติดต่อหลังไมค์ได้เลยนะครับ… \O_O/

ความสุขคือการเดินทาง มิใช่จุดหมายปลายทาง