Chamonix Mont-Blanc
ชาโมนิกซ์ มองต์-บลังซ์ (Chamonix Mont-Blanc) หรือชื่อที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “ชาโมนิกซ์” เป็นเมืองสกีรีสอร์ทเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาแอลป์ ติดกับชายแดนอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์ ชาโมนิกซ์เคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกในปี ค.ศ.1924
เมืองชาโมนิกซ์อยู่สูง 1,035 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ติดกับทางด้านทิศเหนือของมองต์บลังซ์ (Mont Blanc) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์และยุโรปตะวันตก มีความสูงถึง 4,810 เมตร และมีหิมะปกคลุมยอดอยู่ตลอดทั้งปี Chamonix จะมีหิมะตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน ส่วนในหน้าร้อน บริเวณหุบเขาอากาศจะร้อนและฟ้าโปร่ง และอากาศจะเย็นขึ้นในพื้นที่ซึ่งสูงขึ้นไป กิจกรรมที่นี่สามารถมาเล่นสกีและสโนว์บอร์ดในหน้าหนาว หรือปีนเขาและเดินป่าในหน้าร้อน จึงคับคั่งไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจากการเป็นสถานที่จัดงานวิ่งมาราธอนอัลตร้าเทรลระดับโลก UTMB (Ultra Trail Du Mont Blanc) ซึ่งจัดกันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี
Photo Credit: https://montblanc.utmb.world
Photo Credit: https://onceinlife.co
Photo Credit: https://montblanc.utmb.world
การเดินทาง
ชาโมนิกซ์อยู่ห่างจากปารีสประมาณ 650 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถไฟและรถยนต์ มีรถประจำทางของ Flixbus วิ่งไปถึงด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางจากเมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีพรมแดนติดกันไปได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากมีระยะทางห่างกันเพียง 80 กิโลเมตรเท่านั้น




ชาโมนิกซ์เป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก สามารถเดินเท้าเพื่อเที่ยวชมได้ทั่ว มีโรงแรมที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนร้านให้เช่าอุปกรณ์เล่นสกีและสโนว์บอร์ดอยู่มากมาย บรรยากาศคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินกันขวักไขว่ ทั้งที่มาเล่นสกีและมาพักผ่อนท่องเที่ยว
กว่าจะเดินทางถึงชาโมนิกซ์ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว เราจอดรถไว้ที่ลานจอด Saint-Michel ด้านทิศเหนือของเมือง เดินผ่าน Paroisse Saint Bernard du Mont-Blanc ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักบุญเบอร์นาร์ด นักบุญอุปถัมภ์ของเทือกเขาแอลป์ ตัวโบสถ์ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธา เงียบสงบ เป็นกันเอง โดยมีประตูที่เปิดอยู่ตลอดทั้งวัน


Tourist Information Center Office
เลยจากโบสถ์ Paroisse Saint Bernard du Mont-Blanc อาคารด้านขวามือ (ตึกสีส้ม) เป็นที่ทำการของ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist Information Center Office) เราสามารถเข้าไปขอข้อมูล แผนที่ ตรวจสอบสภาพอากาศข้างบนจากเว็บแคม ตลอดจนซื้อตั๋วเคเบิลคาร์ Aiguille du Midi เพื่อขึ้นไปชมยอดเขามองต์บลังซ์ หรือ Pass ต่างๆ ได้ที่นี่
สำหรับคนที่มีเวลาเต็มวัน แนะนำให้ซื้อ MONT-BLANC Unlimited Pass แบบหนึ่งวันซึ่งมีราคา 83 ยูโร แทนการซื้อตั๋ว Aiguille du Midi เคเบิลคาร์ (ไป-กลับ ราคา 75 ยูโร) เพราะยังสามารถเอาไปใช้ขึ้น รถไฟสาย Montenvers เพื่อไปเที่ยวชม ธารน้ำแข็ง Mer de Glace และถ้ำน้ำแข็งซึ่งเป็นโปรแกรมยอดนิยมอีกแห่งได้ฟรี หรือถ้าบริหารเวลาได้ดี อาจขึ้นไปเที่ยวบนลานสกี Brévent ได้อีกด้วย





Chamonix City Tour
จาก Tourist Information Center Office มุ่งหน้าตรงไปยังตัวเมือง จะผ่าน Chamonix City Hall (อาคารสีครีมหลังใหญ่) ที่ลานหน้าซิตี้ฮอลล์แห่งนี้คือจุดปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งมาราธอนอัลตร้าเทรล UTMB

ชมคลิปวิดีโอ: บรรยากาศจุดปล่อยตัวนักวิ่ง UTMB หน้า Chamonix City Hall
ที่บริเวณจัตุรัสกลางเมือง มีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของชายซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและพิชิตยอดเขามองต์-บลังซ์ โดยมีเรื่องเล่ากันว่า ในปี ค.ศ.1760 ฮอเรซ เบเนดิกต์ เดอ โซซูร์ (Horace Bénédict de Saussure) ขุนนางชาวเจนีวา ซึ่งเป็นนักธรณีวิทยา นักฟิสิกส์ และนักเดินทางบนเทือกเขาแอลป์ ได้เสนอรางวัลแก่ใครก็ตามที่สามารถพิชิตยอดเขามงบล็องเป็นครั้งแรกได้ จนกระทั่งวันที่ 8 สิงหาคม ปี ค.ศ.1786 ชายชาวเมืองชาโมนิกซ์สองคน ชื่อบัลมัต (Jacques Balmat) และ ดร.แพ็คการ์ด (Michel Gabriel Paccard) แพทย์ชาวชาโมนิกซ์ จึงสามารถพิชิตยอดเขามองต์-บลังซ์ได้เป็นผลสำเร็จ
ต่อมารูปปั้นทองสัมฤทธิ์ได้ถูกสร้างขึ้นที่บริเวณจัตุรัสกลางเมืองในปี ค.ศ.1886 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของการพิชิตยอดเขา Mont Blanc ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อมองรูปปั้นนี้จากด้านหลัง จะเป็นภาพของชายสองคนหันหน้าออกไปทางเทือกเขาที่อยู่ไกลสุดสายตา คนหนึ่งชี้ไปที่ยอดเขามองต์-บลังซ์พร้อมแขนที่ยื่นออกมา สัมผัสได้ถึงการเฉลิมฉลองที่มีอยู่ในท่าทางนั้น แต่เมื่อเดินไปรอบๆ และมองจากด้านหน้า จะพบว่ารูปปั้นนี้ไม่ใช่ของ Balmat และ Paccard แต่กลับเป็นของ Balmat และ Saussure ซึ่งเป็นคนที่สนับสนุนเงินรางวัลให้กับคนที่สามารถพิชิตยอดเขาได้แทน นั่นเป็นเพราะเรื่องราวการพิชิตยอดเขาแห่งนี้ถูกบิดเบือนมายาวนาน จนกระทั่งเมื่อครบรอบสองร้อยปีในปี ค.ศ.1986 รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ชิ้นที่สองจึงได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ดร.Paccard ซึ่งเป็นผู้พิชิตยอดเขาอีกคนหนึ่งด้วย รูปปั้นของ Paccard ตั้งอยู่ด้านหลังตรงขอบจัตุรัส ห่างจากรูปปั้นเดิมประมาณ 150 เมตร
Photo Credit: https://wikipedia.org
รูปปั้นของ Jacques Balmat and Horace Bénédict de Saussure
รูปปั้นของ ดร.Michel Gabriel Paccard






สถานีเคเบิลคาร์ Téléphérique Aiguille du Midi
ทางด้านทิศใต้ของเมืองชาโมนิกซ์ เป็นที่ตั้งของ สถานีเคเบิลคาร์ Téléphérique Aiguille du Midi เพื่อขึ้นไปเที่ยวชมยอดเขามองต์-บลังซ์ ตลอดจนลานสกีต่างๆ ด้านบนด้วย
วันนี้เราแค่มาสำรวจและดูลาดเลาเท่านั้น เนื่องจากได้ซื้อพาสสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้แล้วจาก Tourist Information Center จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาเข้าคิวต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วอีก โดยเลือกขึ้นกระเช้าในรอบเวลา 08:00 ตามพยากรณ์ สภาพอากาศจะสดใสกว่าวันนี้ ซึ่งทัศนวิสัยไม่ดี มีฝนและหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป ถึงจะขึ้นไปก็มองอะไรไม่เห็นอยู่ดี (ค่าตั๋วมีราคาแพง จึงต้องวางแผนให้ดี :D)

ป้ายบอกทางไปยัง สถานีรถไฟล้อเฟือง Montenvers เพื่อขึ้นเขาไปชมธารน้ำแข็ง Mer De Glace (โปรแกรมวันพรุ่งนี้เช่นกัน) อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ระยะเดินเพียงประมาณ 10 นาที


จากสถานีกระเช้า L’Aiguille du Midi เดินย้อนกลับมายังบริเวณใจกลางเมือง ผ่านย่านร้านค้า ร้านอาหาร ที่มีบรรยากาศคึกคัก อาคารที่นี่ตกแต่งทาสีได้สวยงามคลาสสิก เดินเตร็ดเตร่ชมโน่นชมนี่เกือบทั่วเมืองจนถึงเย็น แล้วจึงกลับไปพักผ่อน เก็บแรงไว้เที่ยววันพรุ่งนี้ต่อไป.. ^^








ทางเลือกการเดินทาง
นอกจากการซื้อบัตรหรือตั๋วเข้าชมต่างๆ จากจุดจำหน่ายบัตรของสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ประหยัด และปลอดภัย คือการซื้อจากเอเย่นต์ผู้เป็นตัวกลางจำหน่ายรายใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงและมาตรฐาน เช่น KKday ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะได้บัตรที่ถูกต้อง แท้จริง และเป็นทางการจากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น บ่อยครั้งที่เราจะได้ราคาที่ประหยัดกว่าไปซื้อเองที่หน้างาน นอกเหนือจากความสะดวกสบายที่ไม่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวให้วุ่นวายและเสียเวลาอีกด้วย…
รถบัสจากเมืองเจนีวา-ชาโมนิกซ์ มองต์-บลังซ์ + ตั๋วกระเช้าขึ้น Aiguille du Midi
