เช้าวันอากาศแจ่มใสที่ชาโมนิกซ์

ตื่นขึ้นมาเช้าวันนี้ สิ่งแรกที่ทำคือโผล่ออกไปดูท้องฟ้าและสภาพอากาศ เพราะวันนี้เรามีโปรแกรมขึ้นไปชมยอดเขามองต์-บลังซ์ ดูเหมือนแต้มบุญที่สะสมไว้ยังพอมีเหลืออยู่ ปรากฏว่าท้องฟ้าและอากาศในเช้าวันนี้แจ่มใสมาก ผิดจากเมื่อวานที่สภาพอากาศปิด มีฝนและเมฆหมอกตลอดทั้งวัน.. :D

ท้องฟ้าแจ่มใสยามเช้าที่ชาโมนิกซ์

ที่พักของเราอยู่ที่หมู่บ้าน Passy ซึ่งห่างจาก Chamonix ประมาณ 18 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 15 นาที สาเหตุที่ต้องออกมาพักนอกเมืองก็เนื่องจากที่พักใน Chamonix เต็มเกือบหมดและมีราคาแพงมากในช่วงไฮซีซั่นแบบนี้

หมู่บ้าน Passy ที่พักใกล้ชาโมนิกซ์

บรรยากาศหมู่บ้าน Passy ยามเช้า วิวเทือกเขาแอลป์จากหมู่บ้าน Passy

ถนนจาก Passy สู่ชาโมนิกซ์

ระหว่างทางที่เดินไปยังสถานีกระเช้า เดินผ่านป้ายรถเมล์ที่เรายกให้เป็น “ป้ายรถเมล์ที่มีวิวสวยที่สุด” ^^

ป้ายรถเมล์วิวสวยที่สุดในชาโมนิกซ์ วิวเทือกเขาแอลป์จากป้ายรถเมล์

บรรยากาศยามเช้าที่เงียบสงบในบริเวณตัวเมือง

บรรยากาศเงียบสงบยามเช้าเมืองชาโมนิกซ์

สถานีเคเบิลคาร์ L’Aiguille du Midi

ถึงสถานีเคเบิลคาร์ราวเจ็ดโมงเช้า มีนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วขึ้นไปรอบ 07:30 มายืนรอกันแล้ว

สถานีเคเบิลคาร์ L'Aiguille du Midi

คิวนักท่องเที่ยวรอขึ้นเคเบิลคาร์

บรรยากาศหน้าสถานีเคเบิลคาร์ยามเช้า

จุดจำหน่ายตั๋วเคเบิลคาร์ Aiguille du Midi

นักท่องเที่ยวเตรียมอุปกรณ์เล่นสกี ในรอบของเราเวลา 08:00 พบว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่เตรียมตัวขึ้นไปเล่นสกีกันเป็นจำนวนมาก แต่ละคนหอบหิ้วอุปกรณ์กันพะรุงพะรัง

นักเล่นสกีเตรียมขึ้นเคเบิลคาร์

คิวขึ้นเคเบิลคาร์ Aiguille du Midi

ภายในตู้เคเบิลคาร์มีขนาดใหญ่มาก สามารถจุผู้โดยสารได้มากถึง 75 คน

ภายในตู้เคเบิลคาร์ Aiguille du Midi

วันนี้สภาพอากาศดี สามารถมองเห็นยอดเขา Aiguille du Midi (ด้านขวามือ) ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเราอยู่ไกลๆ

วิวยอดเขา Aiguille du Midi จากเคเบิลคาร์

วิวเทือกเขาแอลป์ระหว่างขึ้นเคเบิลคาร์

สถานี Plan de l’Aiguille

การเดินทางสู่ยอดเขา Aiguille du Midi แบ่งออกเป็นสองตอนด้วยเคเบิลคาร์สองช่วงที่เป็นอิสระจากกัน โดยช่วงแรกจากสถานีด้านล่างที่ Chamonix (ระดับความสูง 1,038 เมตร) ถึง สถานี Plan de l’Aiguille (ระดับความสูง 2,317 เมตร)

สถานี Plan de l'Aiguille

สถานีกลางทาง Plan de l’Aiguille ด้านหลังไกลๆ คือยอดเขา Aiguille du Midi ซึ่งอยู่ที่ระดับความสูง 3,842 เมตร

Plan de l'Aiguille กับยอดเขา Aiguille du Midi Photo Credit: Par Calips — Travail personnel, CC BY-SA 3.0 www.wikipedia.org

ที่สถานี Plan de l’Aiguille เป็นจุดที่สามารถเดินเทรกกิงไปยังสถานีรถไฟ Montenvers (ความสูง 1,913 เมตร) ที่มีธารน้ำแข็ง Mer de Glace และถ้ำน้ำแข็งให้เที่ยวชมได้

ทางเดินเทรกกิงจาก Plan de l'Aiguille

วิวเทือกเขาจากสถานี Plan de l'Aiguille

บรรยากาศสถานี Plan de l'Aiguille

สถานี Aiguille du Midi

ช่วงที่สองจาก Plan de l’Aiguille ขึ้นเคเบิลคาร์อีกคัน ไต่ระดับต่อถึงความสูง 3,777 เมตรที่ สถานี Aiguille du Midi ความพิเศษเฉพาะของเคเบิลคาร์ช่วงนี้คือ สลิงที่ขึงระหว่างสถานีกลาง Plan de l’Aiguille และสถานียอดเขา Aiguille du Midi เป็นสลิงที่ไม่มีเสากลางรับน้ำหนักเลย ข้อเสียคือเวลาที่มีลมแรงมากๆ อาจทำให้ตัวเคเบิลคาร์แกว่งได้ โดยเฉพาะตอนที่ผ่านใกล้หน้าผาและโขดหิน การหยุดให้บริการเคเบิลคาร์ช่วงนี้ในภาวะที่มีลมกรรโชกแรงมากๆ (เช่นความเร็วลมสูงถึง 100 กม./ชม. แม้ในสภาพอากาศดี) จึงอาจเกิดขึ้นได้ตามมาตรการความปลอดภัย

เคเบิลคาร์ช่วงที่สองสู่ Aiguille du Midi

เคเบิลคาร์ช่วงที่สองนี้มีขนาดเล็กลงมาหน่อย จุผู้โดยสารได้ 66 คน

ภายในเคเบิลคาร์ช่วงที่สอง

วิวระหว่างเคเบิลคาร์ช่วงที่สอง

วิวหน้าผาระหว่างทางขึ้นเคเบิลคาร์

วิวเทือกเขาแอลป์จากเคเบิลคาร์

สายเคเบิลไร้เสากลางรับน้ำหนัก

สถานี Aiguille du Midi บนยอดเขา Photo Credit: CC-BY-SA-2.5-from-Wikimedia-Commons

อาคารสถานี Aiguille du Midi มีระเบียงและดาดฟ้าชมวิวหลายแห่งที่เรียกว่า Panoramic Terrace

ระเบียงชมวิว Panoramic Terrace

วิวเทือกเขาแอลป์จาก Panoramic Terrace

ไปตามอุโมงค์ทางเดินที่ภายในมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของเหล่านักปีนเขา และการก่อสร้างของสถานที่แห่งนี้ในอดีตให้ชม

อุโมงค์ทางเดินภายในสถานี Aiguille du Midi

ป้ายข้อมูลประวัตินักปีนเขาในอุโมงค์

ทางเดินภายในอุโมงค์ Aiguille du Midi

ผ่านช่องอุโมงค์ทางออกของคนที่เตรียมตัวไปเล่นสกีลงมาตาม ธารน้ำแข็ง Vallée Blanche

Vallée Blanche เป็นธารน้ำแข็งในเทือกเขามองต์-บลังซ์ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่นี้มีต้นกำเนิดที่ Col du Midi ระหว่างเขา Aiguille du Midi และ Mont Blanc du Tacul ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่นี้มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกและมาบรรจบกับ Glacier du Géant ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นธารน้ำแข็ง Glacier du Tacul แล้วรวมตัวกับธารน้ำแข็ง Leschaux อีกจนกลายเป็นธารน้ำแข็ง Mer de Glace

ทางออกอุโมงค์สู่ธารน้ำแข็ง Vallée Blanche

นักเล่นสกีมุ่งหน้าสู่ธารน้ำแข็ง Vallée Blanche

ธารน้ำแข็ง Vallée Blanche จากมุมสูง

วิวธารน้ำแข็งและเทือกเขารอบ Aiguille du Midi

วิวหิมะขาวรอบยอดเขา Aiguille du Midi

วิวเทือกเขาแอลป์รอบด้าน

วิวหุบเขาและธารน้ำแข็ง

วิวยอดเขาโดยรอบ Aiguille du Midi

วิวหิมะและหน้าผาเทือกเขาแอลป์

วิวธารน้ำแข็งกว้างไกล

วิวยอดเขาและหิมะจาก Aiguille du Midi

วิวทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์

วิวหุบเขาลึกจากจุดชมวิว

วิวยอดเขาไกลสุดสายตา

ถัดไปอีกเล็กน้อย เป็นจุดเริ่มต้นของสถานีกระเช้าลอยฟ้า Panoramic Mont-Blanc ซึ่งเปิดบริการเฉพาะในช่วงฤดูร้อน (ระหว่างปลายเดือนพฤษภาคม-ปลายเดือนกันยายน)

Panoramic Mont-Blanc เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่เคลื่อนตัวในแนวนอนระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จาก Aiguille du Midi ไปยัง Helbronner Point ซึ่งเป็นจุดชมวิวบนเขาในฝั่งพรมแดนอิตาลีซึ่งมีความสูง 3,466 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในหนึ่งขบวนประกอบด้วยกระเช้าสีแดงขนาดเล็กจำนวน 3 ตู้เคลื่อนที่ไปพร้อมกัน โดยจะผ่านไปเหนือธารน้ำแข็ง Vallée Blanche, Giant Glacier และ Mer de Glace อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวิวของยอดเขา Mont-Blanc ได้อย่างใกล้ชิดจากระดับความสูงกว่าสามพันเมตรในมุมต่างๆ กัน รวมไปถึงเทือกเขาอันสวยงามอื่นๆ ด้วย

สถานีกระเช้า Panoramic Mont-Blanc

จุดเริ่มต้นกระเช้า Panoramic Mont-Blanc

ภาพตัวอย่างของ Panoramic Mont-Blanc

กระเช้า Panoramic Mont-Blanc เหนือธารน้ำแข็ง Photo Credit: Par Zorro2212 CC BY-SA 3.0 https://commons.wikimedia.org

ภาพตัวอย่างของ Panoramic Mont-Blanc

กระเช้า Panoramic Mont-Blanc มุมสูง Photo Credit: www.earthtrekkers.com

ภาพตัวอย่างของ Panoramic Mont-Blanc

วิวจากกระเช้า Panoramic Mont-Blanc Photo Credit: www.earthtrekkers.com

(ภาพตัวอย่าง) จุดชมวิว Helbronner Point ที่ฝั่งประเทศอิตาลี

จุดชมวิว Helbronner Point ประเทศอิตาลี Photo Credit: www.earthtrekkers.com

เดินต่อไปตามระเบียงทางเดินชมวิวที่ทำด้วยโครงเหล็ก มองเห็นทัศนียภาพสวยงามของเทือกเขารอบๆ ได้อย่างกว้างไกล

ระเบียงทางเดินโครงเหล็กชมวิว

วิวเทือกเขาจากระเบียงทางเดิน

วิวหุบเขากว้างไกลจากระเบียงชมวิว

วิวยอดเขาโดยรอบจากระเบียงชมวิว

ในหุบเขาเบื้องล่างไกลๆ คือเมือง Chamonix

วิวเมือง Chamonix จากยอดเขา Aiguille du Midi

วิวหุบเขาชาโมนิกซ์จากมุมสูง

วิวเทือกเขาแอลป์รอบชาโมนิกซ์

วิวหิมะเทือกเขาแอลป์

วิวยอดเขาไกลสุดสายตาอีกมุม

วิวทิวทัศน์รอบยอดเขา Aiguille du Midi

วิวหุบเขาและยอดเขาโดยรอบ

วิวเทือกเขาแอลป์กว้างไกล

Le Tube หรือเรียกว่า The Pipe เป็นท่อเหล็กขนาดใหญ่ ความยาว 33 เมตรที่ทำเป็นทางเดินเชื่อมไปยังโถงอาคารส่วนล่างของยอดเขา Aiguille du Midi

ทางเดินท่อเหล็ก Le Tube

ภายในท่อเหล็ก The Pipe

ทางเดินภายในท่อเหล็ก ปลายทางเดินท่อเหล็ก

โถงอาคารส่วนล่างยอดเขา Aiguille du Midi

ที่โถงชั้นล่างมีลิฟต์ขึ้นไปยังด้านบนอีก 66 เมตร จึงจะถึงยอดบนสุดของ Aiguille du Midi

ลิฟต์ขึ้นสู่ยอดบนสุดของ Aiguille du Midi

The Terrace 3842

ออกจากลิฟต์มาก็จะพบกับลานชมวิว The Terrace 3842 ในวันที่อากาศดีจะสามารถมองเห็นยอดเขา Mont-Blanc ที่มีความสูง 4,810 เมตรได้อย่างชัดเจนจากจุดชมวิวแห่งนี้

ลานชมวิว The Terrace 3842

วิวยอดเขา Mont-Blanc จาก The Terrace 3842

วิวเทือกเขาแอลป์จากลานชมวิว

วิวหิมะขาวโพลนรอบลานชมวิว

วิวยอดเขาโดยรอบ The Terrace 3842

นักท่องเที่ยวชมวิวที่ The Terrace 3842

ที่ระดับความสูง 3,842 เมตร (เหนือระดับน้ำทะเล) แห่งนี้คือ จุดสูงสุดของยอดเขา Aiguille du Midi บนยอดอาคารเป็นหอคอยซึ่งมีเสาอากาศโทรคมนาคมและเครื่องส่งสัญญาณไมโครเวฟติดตั้งอยู่

หอคอยเสาอากาศบนยอด Aiguille du Midi

จุดสูงสุดของยอดเขา Aiguille du Midi

Mont-Blanc แม้จะได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์และยุโรปตะวันตก แต่ด้วยเหตุที่มันไม่มีอะไรเป็นเอกลักษณ์พอที่จะเป็นแลนด์มาร์ก-ไฮไลต์ให้คนได้จดจำ (ประมาณว่าถ้าอยู่ตรงหน้าก็ยังไม่รู้ว่านี่คือ Mont-Blanc ถ้าไม่มีคนบอก :D) คนส่วนใหญ่จึงได้แต่เพียงรู้จัก Mont-Blanc แค่ในนามของยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์เท่านั้น

รูปทรงของยอดเขา Mont-Blanc มีลักษณะเป็นโดมเล็กๆ เมื่ออยู่ท่ามกลางยอดเขาที่มีความสูงใกล้เคียงกัน เช่น Mont Maudit (4,465 เมตร), Mont Blanc du Tacul (4,248 เมตร) จึงทำให้ไม่โดดเด่น เมื่อเทียบกับยอดเขายอดฮิตอื่นๆ เช่น Matterhorn (เมือง Zermatt, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) ที่มีรูปทรงสวยงามและตั้งตระหง่านโดดเด่นจนเป็นที่รู้จัก-จดจำได้จากนักท่องเที่ยวมากกว่า

ยอดเขา Mont-Blanc รูปทรงโดม Mont-Blanc คือยอดเขารูปทรงโดมด้านขวามือสุดของภาพ

วิวยอดเขา Mont-Blanc จากระยะไกล

ในวันที่เราไปเที่ยว แม้ว่าอากาศจะดี แต่ยอด Mont-Blanc ก็ยังคงขี้อาย ไม่ได้เผยโฉมให้เราได้เห็น แม้ว่าจะรออยู่ตั้งนาน.. :P

หมอกบดบังยอดเขา Mont-Blanc

ภาพจากเว็บแคมยอดเขา Mont-Blanc วันอากาศแจ่มใส ภาพจากเว็บแคมบน Aiguille du Midi ในวันที่อากาศแจ่มใส

ด้านในของชั้นบนนี้ยังมีไฮไลต์อีกอันที่เรียกว่า Pas Dans Le Vide (ภาษาอังกฤษ: “Step into the Void” แปลว่า “ก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่า”) เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ. 2013 ลักษณะเป็นห้องที่มีผนัง เพดาน และพื้นเป็นกระจกใส ตั้งอยู่บนระเบียงชั้นบนสุดของ Aiguille du Midi ที่ระดับความสูง 3,842 เมตร เมื่อไปยืนบนห้องกระจกนี้ นักท่องเที่ยวจะรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่บนอากาศ ห่างจากพื้นดินและภูเขาใต้เท้าเบื้องล่างกว่า 1,000 เมตร ทิวทัศน์รอบตัวคือเทือกเขาน้อยใหญ่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งและประทับใจ

ห้องกระจก Pas Dans Le Vide

นักท่องเที่ยวยืนบนห้องกระจก Pas Dans Le Vide

วิวจากห้องกระจก Pas Dans Le Vide

Pas Dans Le Vide ได้รับแรงบันดาลใจจาก “สกายวอล์ค” ซึ่งเป็นทางเดินกระจกขนาดใหญ่ที่มองเห็นแกรนด์แคนยอนในรัฐแอริโซนาของสหรัฐอเมริกา แนวคิดเริ่มแรกคือการสร้างทางเดินลอยฟ้าขึ้นรอบๆ แพลตฟอร์มด้านบน แต่แนวคิดนี้ไม่สามารถเป็นไปได้เนื่องจากเหตุผลทางด้านสิ่งแวดล้อม จึงได้ลดขนาดโครงการลงเหลือเพียงเท่านี้

กระจกโครงสร้าง Pas Dans Le Vide กระจกทั้ง 5 แผ่นมีความหนา 12 มม. แต่ละแผ่นประกอบด้วยกระจกสามชั้นซึ่งยึดติดกันและมีโครงโลหะรองรับ กระจกแต่ละบานถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษด้วยมาตรฐานสูงสุดทั้งด้านความแข็งแรงและความปลอดภัย โดยใช้กระจกคุณภาพสูงและกระบวนการยึดติดที่ปรับความโปร่งใสของกระจกให้เหมาะสมที่สุดเพื่อให้มีความชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โครงสร้างสามารถทนต่อลมความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้ 60°C

การก่อสร้างได้รับการออกแบบโดย Pierre-Yves Chays โครงการนี้ใช้เวลา 3 ปีตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนแล้วเสร็จ และเป็นนวัตกรรมทางเทคนิคที่โดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้

[su_custom_gallery source=“media: 26218,26219,26220,26221,26222,26223,26224,26150” limit=“8” link=“lightbox” target=“blank” width=“360” height=“200” align=“center”]

บรรยากาศยอดเขา Aiguille du Midi

วิวเทือกเขาแอลป์จากแกลเลอรี

วิวหิมะเทือกเขาแอลป์อีกมุม

วิวยอดเขาโดยรอบจากแกลเลอรี

วิวธารน้ำแข็งจากแกลเลอรี

วิวทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์จากแกลเลอรี

วิวหุบเขากว้างไกลจากแกลเลอรี

วิวยอดเขาสุดท้ายในแกลเลอรี

ชมวิว-ถ่ายรูปบรรยากาศจนจุใจแล้วจึงลงลิฟต์ไปยังเคเบิลคาร์เพื่อเดินทางกลับสู่ Chamonix ต่อไป

ลิฟต์ลงจากยอดเขา Aiguille du Midi

เคเบิลคาร์ขากลับสู่ Chamonix

วิวขากลับจาก Aiguille du Midi บรรยากาศเคเบิลคาร์ขากลับ

สถานีเคเบิลคาร์ขากลับสู่ Chamonix

โปรแกรมช่วงบ่าย เราจะไปนั่งรถไฟ Montenvers เพื่อขึ้นเขาไปชมธารน้ำแข็ง Mer de Glace สถานีรถไฟ Montenvers ตั้งอยู่ห่างออกไปเพียงระยะเดินประมาณ 10 นาที.. \O.O/

ทางเดินสู่สถานีรถไฟ Montenvers

ทางเลือกการเดินทาง

นอกจากการซื้อบัตรหรือตั๋วเข้าชมต่างๆ จากจุดจำหน่ายบัตรของสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ประหยัด และปลอดภัย คือการซื้อจากเอเย่นต์ผู้เป็นตัวกลางจำหน่ายรายใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงและมาตรฐาน เช่น KKday ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะได้บัตรที่ถูกต้อง แท้จริง และเป็นทางการจากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น บ่อยครั้งที่เราจะได้ราคาที่ประหยัดกว่าไปซื้อเองที่หน้างาน นอกเหนือจากความสะดวกสบายที่ไม่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวให้วุ่นวายและเสียเวลาอีกด้วย…

รถบัสจากเมืองเจนีวา-ชาโมนิกซ์ มองต์-บลังซ์ + ตั๋วกระเช้าขึ้น Aiguille du Midi

รถบัสเจนีวา-ชาโมนิกซ์ พร้อมตั๋วกระเช้า Aiguille du Midi