ทะเลสาบพลิตวิเช่ แห่งโครเอเชีย
เราเคยเห็นภาพจากในโพสต์ของเพจการท่องเที่ยวภาพหนึ่ง ที่สวยสะดุดตาจนต้องเซฟเก็บไว้ในรายชื่อของ “สถานที่ต้องไปเที่ยวให้ได้สักครั้งในชีวิต (ถ้ามีโอกาส)” เป็นภาพของทะเลสาบสีมรกตและน้ำตกน้อยใหญ่ ในอ้อมกอดของหุบเขาที่เต็มไปด้วยสีสันของป่าในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ผ่านไปสิบปี ฝันนั้นก็กลายเป็นจริง เพราะในที่สุดเราก็มีโอกาสดั้นด้นไปสัมผัสสถานที่นั้นด้วยตัวเอง แม้ว่าจะไม่เหมือนกับภาพที่เคยเห็นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังคงสร้างความประทับใจได้เต็มเปี่ยม..

ทะเลสาบพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes หรือ Plitvicka Jezera) เป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐโครเอเชีย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภูเขาทางตอนกลางของประเทศ ระหว่างเทือกเขา Mala Kapela และเทือกเขา Lička Plješivica ได้รับการยกย่องว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ.1979
อุทยานแห่งชาติ Plitvice Lakes มีระบบนิเวศที่หลากหลาย เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์นานาชนิด รวมถึงสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองและใกล้สูญพันธุ์ ทำให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญในยุโรป นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และรายการทีวีหลายเรื่อง รวมถึง “Game of Thrones” และ “The Chronicles of Narnia”
การเดินทางสู่อุทยานพลิตวิเช่
การเดินทาง: ขึ้นรถบัสโดยสารจากเมืองซาเกร็บ (Zagreb) เมืองหลวงของโครเอเชีย ระยะทาง 135 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง สามารถวางแผนไปเที่ยวแบบเดย์ทริปได้



ถนนหลวงที่รถบัสวิ่งไปถึงจะตัดผ่านด้านตะวันออกของอุทยาน ผ่านประตูทางเข้าหลัก 2 แห่งคือประตูด้านทิศเหนือ และประตูด้านทิศใต้ (อยู่ห่างกัน 3 กิโลเมตร) มีที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งสองแห่ง ป้ายรถเมล์จะตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้า การที่จะเลือกเข้าทางประตูไหนขึ้นอยู่กับการวางแผนในการเดินเที่ยว ในส่วนของเราเลือกที่จะลงรถและเข้าทางประตูแรก (ด้านทิศเหนือ)

เราขึ้นรถโดยสารเที่ยวแรกที่ออกจากซาเกร็บเวลาตีห้าครึ่ง ตอนไปถึงยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการของอุทยานฯ จึงฆ่าเวลาด้วยการเข้าไปสำรวจบริเวณที่เป็นจุดจอดรถยนต์ (สำหรับคนที่ขับมาเอง) พร้อมกับเข้าห้องน้ำและทานอาหารเช้ารองท้องไว้ เพราะวันนี้เป็นการเที่ยวแบบเดินเท้าล้วนๆ :P



พอถึงเวลาก็เดินข้ามสะพานลอยเพื่อเข้าไปยังออฟฟิศของอุทยานฯ



อุทยานแห่งชาติพลิตวิเช่มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 296 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้ มีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้านับรวมกันได้ถึง 16 แห่ง เชื่อมต่อกันด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีกเป็นจำนวนมาก สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือในฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม-มิถุนายน) และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กันยายน-ตุลาคม) ความจริงฤดูร้อนจะเป็นช่วงไฮซีซั่น แต่ก็ต้องพบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งปริมาณน้ำตามน้ำตกจะไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง/ใบไม้เปลี่ยนสี

ทะเลสาบตอนบนและทะเลสาบตอนล่าง
ทะเลสาบขนาดต่างๆ ที่ลดหลั่นเป็นชั้นสวยงามจำนวน 16 แห่งในอุทยาน ก่อตัวขึ้นจากกระบวนการทางชีวไดนามิกที่ซับซ้อนของธรรมชาติ เมื่อน้ำไหลจากทะเลสาบที่อยู่ในระดับสูงไปยังทะเลสาบที่ต่ำกว่า จึงก่อให้เกิดเป็นน้ำตกที่มีขนาดต่างๆ กันเป็นจำนวนมาก

น้ำในทะเลสาบมีต้นกำเนิดมาจากสายน้ำในภูเขามาลา คาเปล่า (Mala Kapela) ที่กัดเซาะชั้นหินปูนมาเป็นระยะเวลานานหลายพันปี หินปูนที่ถูกกัดเซาะไหลไปกองรวมกันเป็นระยะจนเกิดการทับถมของตะกอน กลายเป็นคราบหินปูนที่ก่อตัวเป็นแนวกั้นและเกิดเป็นทะเลสาบน้อยใหญ่ที่ต่างระดับ-ลดหลั่นกันถึง 16 แห่ง รวมไปถึงทะเลสาบขนาดเล็กที่ไม่มีชื่ออีกจำนวนหนึ่ง

เนื่องจากสภาพพื้นผิวทางธรณีวิทยา (Geology) และอุทกวิทยา (Hydrology) ที่มีลักษณะเฉพาะ ทะเลสาบในอุทยานฯ จึงถูกแบ่งออกเป็น ทะเลสาบตอนบน (Upper Lakes) และ ทะเลสาบตอนล่าง (Lower Lakes)
ทะเลสาบ 12 แห่งที่ก่อตัวเป็น Upper Lakes คือ Prošćansko jezero, Ciginovac, Okrugljak, Batinovac, Veliko jezero, Malo jezero, Vir, Galovac, Milino jezero, Gradinsko jezero, Burgeti และ Kozjak ทะเลสาบเหล่านี้ก่อตัวขึ้นบนหินโดโลไมต์ที่น้ำผ่านไม่ได้และมีขนาดใหญ่กว่า มีชายฝั่งที่เว้าแหว่งและนุ่มนวลกว่าทะเลสาบตอนล่าง
ทะเลสาบตอนล่าง 4 แห่งประกอบด้วย Milanovac, Gavanovac, Kaluđerovac และ Novakovića Brod ก่อตัวขึ้นในชั้นหินปูนที่ซึมผ่านได้ ถูกตัดเป็นหุบเขาลึกที่มีหน้าผาสูงชัน
น้ำทะเลสาบสิ้นสุดที่น้ำตก Sastavci แล้วไหลลงสู่แม่น้ำ Korana ในที่สุด

โปรแกรมการเดินเที่ยวในอุทยาน:
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าทางประตู 1 (ด้านทิศเหนือ) มีให้เลือก 4 เส้นทาง โดยมี เครื่องหมายสีเขียว บนป้ายข้อมูล เส้นทางทั้งสี่นี้ถ้าเริ่มต้นที่ประตูทางเข้า 2 (ด้านทิศใต้) จะมี เครื่องหมายสีส้ม
นักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือไฟฟ้าที่ทะเลสาบ Kozjak และรถไฟบริการของนักท่องเที่ยวได้ ฟรีโดยแสดงตั๋วเข้าอุทยาน

เส้นทางเดินเที่ยวโปรแกรม C
เส้นทางเดินเที่ยว: ในอุทยานมีเส้นทางเดินที่ปูด้วยแผ่นไม้ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ลัดเลาะไปตามลำน้ำเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามของทะเลสาบและน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด ส่วนเส้นทางที่ผ่านพื้นที่ป่าและเนินเขาก็ได้รับการตัดเป็นถนนหรือทำบันไดเพื่ออำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี
เราเลือกโปรแกรมเส้นทาง C ซึ่งมีระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 4-8 ชั่วโมง

เส้นทางนี้มีจุดเริ่มต้นที่ ประตูทางเข้าด้านทิศเหนือของอุทยาน การเที่ยวชมเป็นแบบวงกลมในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ ทะเลสาบตอนล่าง (Lower Lakes) และ ทะเลสาบตอนบน (Upper Lakes) เป็นการผสมผสานระหว่าง การเดินและการนั่งเรือไฟฟ้า โปรแกรมนี้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับความงามของ น้ำตกใหญ่ (Veliki Slap) รวมไปถึงน้ำตกขนาดเล็กต่างๆ อีกนับไม่ถ้วนตลอดเส้นทาง

เจอสามแยก เลี้ยวขวาไปน้ำตกใหญ่ Veliki Slap


ใช้เวลาไม่นานจากจุดเริ่มต้น ก็ถึงน้ำตก Veliki Slap

น้ำตกใหญ่ Veliki Slap
น้ำตก Veliki Slap มีความสูงถึง 78 เมตร เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโครเอเชีย ตั้งอยู่บริเวณปลายสุดของทะเลสาบล่าง (Lower Lakes) น่าเสียดายตอนช่วงที่เราไปเที่ยว มีปริมาณน้ำน้อยไปหน่อย ไม่เหมือนกับภาพที่เคยจินตนาการเอาไว้ :P
Photo Credit: www.np-plitvicka-jezera.hr
หลังจากนั้นก็เดินย้อนกลับทางเดิมเล็กน้อยจนถึงทางแยกที่เคยเลี้ยวขวามา คราวนี้เดินตรงไป เป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามทะเลสาบ วิวสวยงามมากก..


ที่เห็นอยู่ไกลๆ คือเส้นทางเดินชมวิวที่อยู่อีกด้านของทะเลสาบ



หลังจากข้ามสะพานนี้แล้ว ก็จะเปลี่ยนมาเป็นทางเดินที่เลาะอีกด้านของทะเลสาบ


มีป้ายบอกทางไป P3 อันเป็นท่าเรือไฟฟ้าล่องทะเลสาบ


ผ่านน้ำตก Milke Trnine ที่มีความสูง 6 เมตร




ทะเลสาบ Milanovac ในเขต Lower Lakes











เลี้ยวขวาข้ามสะพานไปยังท่าเรือ P3



บริเวณ P3 นอกจากจะเป็นท่าเรือล่องทะเลสาบแล้ว ยังมีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และจุดนั่งพักผ่อนอีกด้วย










ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak สู่ Upper Lakes
จากจุด P3 มีบริการ เรือไฟฟ้าข้ามทะเลสาบ Kozjak ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอุทยานพลิตวิเช่ ไปยังจุด P2 และ P1 ซึ่งเป็นจุดใกล้กับประตูทางเข้าที่ 2 ด้านทิศใต้ การเที่ยวตามโปรแกรม C จะให้เราขึ้นฝั่งที่จุด P2 เพื่อออกเดินเที่ยวลัดเลาะไปตามทะเลสาบด้าน Upper Lakes จนถึงจุด St3 แล้วขึ้นรถรางชมวิว ผ่าน St2 (ใกล้กับท่าเรือ P1) แล้วลงรถที่จุด St1 ปิดท้ายด้วยการเดิน (อีกครั้ง) ไปตามเนินเขาสูงด้านทิศตะวันออกของทะเลสาบ Lower Lakes จนไปสิ้นสุดที่ประตูทางเข้า 1 ด้านทิศเหนือ โดยวิวไฮไลต์จะอยู่ตรงเส้นทางเดินช่วงสุดท้ายนี่เอง







หลังจากเดินมาร่วม 2 ชั่วโมง ตอนนี้ก็เป็นเวลาได้นั่งพักสบายๆ ชมวิวสวยๆ จากบนทะเลสาบ.. ก่อนที่จะต้องออกแรงเดินอีกรอบ :D






ท่าเรือที่จุด P2





หลังจากนี้เราจะเริ่มเดินเที่ยวในบริเวณที่เป็นส่วนของ Upper Lakes กัน















หลังจากเดินจนเมื่อยขา-ถ่ายรูปจนเมื่อยมือ ในที่สุดเราก็มาถึงจุด St3



รถไฟชมวิวพาโนรามาและทางเดินสุดท้าย
ถ้าดูจากแผนที่ จุด St3 นี้ตั้งอยู่บริเวณที่ไกลสุดจากประตูทางเข้าด้านทิศเหนืออันเป็นจุดเริ่มต้นของโปรแกรมเส้นทาง C ถ้าเดินกลับไปคงต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง แต่ข่าวดีคือทางอุทยานฯ มีบริการ “รถไฟชมวิวพาโนรามา - Panoramic Train” (ที่จริงคือรถบัสที่ต่อพ่วงกันเป็นขบวน) ไว้บริการรับส่งนักท่องเที่ยว โดยมี จุดจอด St2 ที่บริเวณใกล้กับ ท่าเรือ P1 และ ประตูทางเข้า 2 ด้านทิศใต้ แล้วไปสิ้นสุดที่ St1 อันเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินชมวิวช่วงสุดท้าย






ปลายทางของขบวนรถ (ไฟ) ชมวิวที่จุด St1 เราจะได้ออกกำลังขากันอีกรอบ ด้วยการเดินชมวิวไปตามทางเดินบนเนินเขาเลียบทะเลสาบ Lower Lakes ถึงยังจุดสิ้นสุดของโปรแกรมที่บริเวณ ประตูทางเข้า 1 ด้านทิศเหนือ

ไฮไลต์ของเส้นทางนี้คือเราจะได้มุมมองของวิวจากมุมสูง

มุมมหาชน - ภาพไฮไลต์ที่หลายคนตามหา..



แล้วเราก็กลับมาถึงจุดสิ้นสุดของการเดินเที่ยวที่บริเวณประตูทางเข้า 1 รวมระยะทางที่เดินไปประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาไปกว่า 5 ชั่วโมง หลังจากนั่งพักเอาแรงจนหายเหนื่อยแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับซาเกร็บด้วยรถบัสประจำทางต่อไป..


”.. Take Nothing but Pictures
Leave Nothing but Footprints
and Use Nothing but Time ..”
- Plitvička jezera -
เราขอเพิ่มให้อีกประโยค:
Left nothing but Memories..
