ดูบรอฟนิก ไข่มุกแห่งเอเดรียติก

Dubrovnik เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทางตอนใต้ของโครเอเชีย ตั้งอยู่ริมชายฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) เป็นเมืองท่าและสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ที่นี่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจากบรรยากาศและสิ่งปลูกสร้างของย่านเมืองเก่า ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ภาพของอาคารบ้านเรือนที่มีหลังคากระเบื้องสีส้ม ตัดกับฉากหลังที่เป็นน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ล้อมรอบด้วยป้อมและกำแพงเมืองที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เป็นส่วนผสมที่ลงตัว สวยงาม และน่าหลงใหล ในปี ค.ศ.1979 ดูบรอฟนิกได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก

ดูบรอฟนิกมุมสูง

บ้านเรือนหลังคาสีส้มดูบรอฟนิก

ทิวทัศน์เมืองเก่าดูบรอฟนิก

ดูบรอฟนิกก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 7 ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนี้ในอดีตขึ้นอยู่กับการค้าทางทะเล ในฐานะเมืองหลวงของสาธารณรัฐรากูซา ดูบรอฟนิกได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16

ในช่วงสงครามประกาศเอกราชโครเอเชีย เมืองดูบรอฟนิกถูกทหารชาวเซอร์เบียและมอนเตเนโกรของกองทัพประชาชนยูโกสลาเวียล้อมอยู่เจ็ดเดือน และได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกโจมตี แต่หลังจากนั้นก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990-2000 จนกลับมาอยู่ในสภาพเดิมเหมือนดังเช่นในอดีต และกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในแถบเมดิเตอร์เรเนียนอีกครั้ง

เคเบิลคาร์ดูบรอฟนิก

Dubrovnik เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ซีรีส์ยอดนิยม “Game of Thrones” โดยเป็นฉากของเมือง King’s Landing (เมืองหลวงของ Seven Kingdoms) สำหรับผู้ที่เคยดูซีรีส์เรื่องนี้ การไปเที่ยวดูบรอฟนิกจึงยิ่งเพิ่มรสชาติความสนุกสนาน กับการออกค้นหาและตามรอยสถานที่ที่เคยใช้ในฉากของภาพยนตร์ ส่งผลให้กิจการ Game of Thrones Filming Location Walking Tour ที่นี่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยว

ฉากถ่ายทำ Game of Thrones ที่ดูบรอฟนิก Photo Credit: www.gameofthrones.fandom.com

การเดินทางสู่ดูบรอฟนิก

การเดินทาง: ดูบรอฟนิกตั้งอยู่ห่างจากเมืองซาเกร็บ (เมืองหลวงของโครเอเชีย) ไปทางใต้ประมาณ 605 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถบัสโดยสาร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง เราใช้สูตรนั่งรถ night bus ทั้งไปและกลับ ประหยัดค่าโรงแรมไปได้ 2 คืน :D

รถบัส night bus สู่ดูบรอฟนิก บรรยากาศเดินทางด้วยรถบัส

สถานีรถบัสของดูบรอฟนิกจะอยู่ห่างจากเมืองเก่าประมาณ 4 กิโลเมตร สามารถใช้บริการรถเมล์สาธารณะ (City Line Bus) ได้

สถานีรถบัสดูบรอฟนิก รถเมล์สาธารณะ City Line Bus บรรยากาศสถานีรถบัส ป้ายรถเมล์ City Line

ติดกับสถานีรถบัสเป็นท่าจอดเรือสำราญขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงความนิยมในการมาเที่ยวดูบรอฟนิกของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

ท่าจอดเรือสำราญดูบรอฟนิก เรือสำราญขนาดใหญ่

แผนที่เมืองดูบรอฟนิก Photo Credit: www.GoDubrovnik.com

แผนที่เมืองเก่าดูบรอฟนิก Photo Credit: www.korculainfo.com

เมืองเก่า Old City of Dubrovnik

พิเล่เกต (Pile Gate): เป็นประตูทางเข้าหลักของ เมืองเก่า (Old City) บริเวณนี้ถือเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะรถเมล์แทบทุกสายต่างก็ต้องวิ่งผ่านมาที่นี่ นอกจากนั้นยังเป็นจุดที่รถทัวร์จะมาส่งนักท่องเที่ยวแล้วรวมพลเพื่อเตรียมตัวเข้าไปเที่ยวกันต่อในเมืองเก่า บริเวณนี้จึงคึกคักและจอแจด้วยรถราและผู้คนตลอดทั้งวัน

Pile Gate ประตูทางเข้าเมืองเก่า

Pile Gate เป็นหนึ่งในสี่ประตูเมืองเก่า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมือง สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 15 จากปากประตูจะมีสะพานไม้ที่สามารถยกขึ้น-ลงโดยใช้โซ่ชัก เพื่อใช้เปิด-ปิดทางเข้าได้ เชื่อมกับสะพานหินข้ามผ่านคลองเก่า (ปัจจุบันกลายเป็นสวนร่มรื่นไปแล้ว) เหนือประตูทางเข้ามีรูปปั้นของ เซนต์ เบลส (Saint Blase) นักบุญผู้พิทักษ์แห่งเมืองดูบรอฟนิก

รูปปั้นเซนต์เบลสเหนือ Pile Gate Photo Credit: www.wikipedia.com

สะพานไม้ Pile Gate

เข้าประตูเมืองชั้นนอกมาแล้วจะเจอกับกำแพงเมืองชั้นใน ออกจากประตูชั้นในมาก็จะพบถนนกว้างปูด้วยแผ่นหินทอดยาวไปถึงประตู Ploce Gate ที่อยู่อีกฝั่งทางด้านตะวันออกของเมือง ถนนเส้นนี้มีชื่อเรียกว่า สตราดูน (Stradun) มีอายุเก่าแก่ร่วมหลายร้อยปี เป็นถนนสายหลักที่เปรียบเสมือนเป็นพลาซ่าหรือจุดศูนย์รวมธุรกิจและสถานที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมของเมือง มีร้านค้าและร้านอาหารมากมายตั้งอยู่ บรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน

ถนน Stradun สายหลักเมืองเก่า

บรรยากาศถนน Stradun

หลังกำแพงเมืองด้านซ้ายมือจะเป็นหนึ่งในจุดที่สามารถขึ้นไปเดินเที่ยวรอบกำแพงเมือง (City Wall Walking Tour) ได้ (ต้องซื้อบัตร) ติดกันคือ โบสถ์ St. Saviour และ พระอารามฟรานซิสกัน (Franciscan Church and Monastery)

โบสถ์ St. Saviour

พระอารามฟรานซิสกัน

ภายในพระอารามฟรานซิสกัน

น้ำพุโบราณโอโนฟริโอ (The Large Fountain of Onofrio): อยู่หน้าโบสถ์ St. Saviour สร้างโดย Onofrio Giordano della Cava สถาปนิกชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นผู้ออกแบบระบบส่งน้ำและประปาของเมืองในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1436 ถึง 1442 หลังจากสร้างระบบส่งน้ำเสร็จ Onofrio della Cava ได้สร้างน้ำพุ Big Onofrio’s Fountain หน้าโบสถ์ St. Saviour และ Small Onofrio’s Fountain ใต้หอระฆังถัดจากอาคารผู้พิทักษ์เมือง

น้ำพุโบราณนี้มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มีโดมอยู่ด้านบน มีช่องปล่อยน้ำหรือหัวก๊อกทั้งหมด 16 ด้านซึ่งสร้างจากหินแกะสลักเป็นรูปใบหน้าต่างๆ ที่ไม่ซ้ำกัน 16 ด้าน ในอดีตเป็นที่สำหรับกักเก็บน้ำฝนเอาไว้ใช้เพื่อการบริโภคของชาวเมือง

น้ำพุโบราณโอโนฟริโอ

รายละเอียดน้ำพุโอโนฟริโอ

หัวก๊อกแกะสลักน้ำพุโอโนฟริโอ

บรรยากาศรอบน้ำพุโอโนฟริโอ

เมืองเก่าดูบรอฟนิกมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ประกอบด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีหลังคาสีส้มสร้างอยู่หนาแน่นเต็มพื้นที่ ถนนแคบๆ และตรอกซอกซอยที่เชื่อมทะลุถึงกันเรียงรายไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งให้ชม สามารถเดินทั่วได้ภายในเวลา 2-4 ชั่วโมง

ตรอกซอกซอยเมืองเก่าดูบรอฟนิก

ร้านค้าและร้านกาแฟเมืองเก่า

บ้านเรือนหลังคาสีส้มหนาแน่น

บรรยากาศถนนแคบเมืองเก่า

ทิวทัศน์เมืองเก่าดูบรอฟนิก

จัตุรัสลูซ่าและสถานที่สำคัญ

จัตุรัสลูซ่า (Luža Square) ตั้งอยู่สุดปลายถนน Stradun ด้านตะวันออก มีสถานที่สำคัญตั้งอยู่ในบริเวณนี้หลายแห่ง เช่น หอระฆัง (Bell Tower), พระราชวังสปอนซา (Sponza Palace), Rector’s Palace, อาสนวิหารดูบรอฟนิก (Dubrovnik Cathedral) และ โบสถ์เซนต์เบลส (St. Blaise Church)

จัตุรัสลูซ่า Luža Square

ขวามือในภาพคือโบสถ์เซนต์เบลส (St. Blaise Church) ปิดบูรณะอยู่..

โบสถ์เซนต์เบลสปิดบูรณะ

มองจากปลายจัตุรัส Luža กลับไปทางหอระฆัง จะเห็นเขา Srd (Mount Srđ) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีเคเบิลคาร์อยู่ไม่ไกล

เขา Srd มองจากจัตุรัส Luža

หอระฆัง (Dubrovnik’s Bell Tower) บางครั้งก็เรียกว่าหอนาฬิกา ความสูง 31 เมตร มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ตั้งอยู่สุดถนน Stradun ติดกับพระราชวัง Sponza ในจัตุรัส Luža ระฆังที่อยู่บนหอมีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของคนตีระฆัง ‘เซเลนซี’ (ฝาแฝดสีเขียว) ซึ่งมีชื่อว่ามาโรและบาโร ในตอนเที่ยงวันระฆังจะถูกตีจนได้ยินเสียงที่ไพเราะดังกังวาลไปทั่วบริเวณ

หอระฆัง Dubrovnik's Bell Tower

รูปปั้นทองสัมฤทธิ์คนตีระฆัง Photo Credit: www.google.com

พระราชวังสปอนซา (Sponza Palace) อยู่ติดกับหอนาฬิกา สร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 15 ในตอนแรกมันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นกรมศุลกากรและโรงกษาปณ์ของเมือง ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุแห่งรัฐ Dubrovnik และพิพิธภัณฑ์ของผู้พิทักษ์ Dubrovnik

พระราชวังสปอนซา Sponza Palace

Rector’s Palace ตั้งอยู่ในทางใต้ของจัตุรัส Luža เป็นอาคารที่สร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 13 ที่นี่เคยเป็นที่ทำการของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Town Museum และคอนเสิร์ตฮอลล์

Rector's Palace

The Cathedral of the Assumption of the Virgin Mary หรือ อาสนวิหารดูบรอฟนิก (Dubrovnik Cathedral) อยู่ถัดจาก Rector’s Palace โบสถ์นิกายโรมันคาธอลิก เป็นที่ประทับของสังฆมณฑลดูบรอฟนิก (ช่วงที่เราไปโดมของโบสถ์กำลังอยู่ในระหว่างซ่อมแซม)

อาสนวิหารดูบรอฟนิก Dubrovnik Cathedral Photo Credit: JoJan - Own work, wikimedia.org

ภายนอกอาสนวิหารดูบรอฟนิก

สถาปัตยกรรมอาสนวิหารดูบรอฟนิก

บรรยากาศรอบอาสนวิหาร

ทิวทัศน์อาสนวิหารดูบรอฟนิก

ภายในอาสนวิหารดูบรอฟนิก รายละเอียดภายในอาสนวิหาร โดมอาสนวิหารระหว่างซ่อมแซม

ตลาด Gundulic และตรอกซอกซอยเมืองเก่า

Gunduliceva Poljana Market จาก Dubrovnik Cathedral เดินย้อนกลับมาทาง Rector’s Palace แล้วเลี้ยวซ้าย จะพบ จัตุรัส Gundulic ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดผักและผลไม้ยามเช้ายอดนิยม (ยกเว้นวันหยุด) มีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงขายของกันมากมาย ในตอนเช้าจัตุรัสแห่งนี้จะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ในขณะที่ช่วงบ่ายและเย็นจะกลับมาเงียบสงบเหมือนเดิม

ตลาด Gunduliceva Poljana

แผงขายผักผลไม้ตลาด Gundulic

บรรยากาศตลาด Gundulic ยามเช้า

พ่อค้าแม่ค้าตลาด Gundulic แผงขายของตลาด Gundulic

บรรยากาศจัตุรัส Gundulic

ผักผลไม้สดตลาด Gundulic นักท่องเที่ยวเดินตลาด Gundulic

เราเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ในเมือง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จะมีร้านอาหารหรือร้านกาแฟตั้งอยู่เสมอ บางที่ก็เป็นที่พักของนักท่องเที่ยว เรียกว่าจะอยู่ส่วนไหนของเมืองก็ไม่มีเหงา :D

ตรอกซอกซอยเมืองเก่าดูบรอฟนิก

ร้านอาหารในตรอกเมืองเก่า

บรรยากาศตรอกซอกซอย

ที่พักในตรอกเมืองเก่า

และแน่นอน มีร้านขายของที่ระลึกจากซีรีส์ Game of Thrones ด้วย

ร้านขายของที่ระลึก Game of Thrones

ของที่ระลึก Game of Thrones สินค้าธีม Game of Thrones

บรรยากาศร้านค้าของที่ระลึก

จากประตู Ploce ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเก่า (ใกล้กับหอระฆัง) เป็นทางออกไปยังอ่าวและท่าเรือที่อยู่ด้านนอก เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาขึ้น-ลงเรือกัน เดินเที่ยวในเมืองจนเมื่อยแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งพัก สูดอากาศสดชื่น รับลมเย็นๆ แล้วค่อยกลับไปเดินเที่ยวต่อ :D

ประตู Ploce ทางออกสู่อ่าว

ท่าเรือนอกประตู Ploce

บรรยากาศอ่าวนอกเมืองเก่า วิวทะเลจากประตู Ploce นักท่องเที่ยวพักผ่อนริมทะเล

กำแพงเมืองเก่า Walls of Dubrovnik

กำแพงเมืองดูบรอฟนิก เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองดั้งเดิมสร้างขึ้นเมื่อช่วงศตวรรษที่ 7 ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิ์ไบแซนไทน์ยังปกครองดินแดนแถบนี้อยู่ แรกเริ่มได้สร้างจากไม้ ตัวกำแพงที่เห็นในปัจจุบันนี้เป็นผลมาจากการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงศตวรรษที่ 12-17 ซึ่งเปลี่ยนจากกำแพงไม้มาเป็นหินขนาดใหญ่เรียงซ้อนกันอย่างมั่นคงแข็งแรง พร้อมป้อมปราการและหอคอยที่ถูกต่อเติมขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 14-15 กำแพงนี้ยืนตระหง่าน โอบล้อม และป้องกันตัวเมืองจากการรุกรานของข้าศึกได้ตลอดมากว่าพันปี แม้จะได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ (แผ่นดินไหว) และภัยของสงครามบ้าง แต่ตัวกำแพงเมืองเก่าก็ยังคงสภาพสมบูรณ์และสวยงามมาได้ตลอดอย่างไม่น่าเชื่อ

การ เดินเที่ยวรอบกำแพงเมืองเก่า (City Wall Walking Tour) เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ซื้อตั๋วในราคา 200 คูน่า (Kn) ซึ่งใช้เข้าชม ป้อม Lovrijenac ได้ด้วย เราเลือกจุดเริ่มต้นที่ด้านประตูทางเข้า Pile Gate (หมายเลข 9 ในแผนที่)

แผนที่กำแพงเมืองดูบรอฟนิก

กำแพงเมืองนี้มีความยาวโดยรอบทั้งสิ้น 1,940 เมตร ประกอบด้วยกำแพงเมืองหลัก หอคอย ป้อมปราการ เขื่อนกันคลื่น สะพานชัก ฯลฯ ความสูงเฉลี่ยของกำแพงประมาณ 25 เมตร มีความกว้างประมาณ 4–6 เมตรบนฝั่งดิน และ 1.5-3 เมตรด้านที่ติดกับทะเล

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขึ้นมาเดินเที่ยวกำแพงเมืองเก่านี้คือในตอนเช้า ซึ่งนักท่องเที่ยวยังมีจำนวนไม่มากและอากาศยังไม่ร้อน (เวลาเปิด 08:00-18:00)

กำแพงเมืองดูบรอฟนิกยามเช้า

ประตูทางเข้า Pile Gate ยามเช้าในมุมมองจากบนกำแพงเมือง

Pile Gate มองจากกำแพงเมือง

ทางเดินบนกำแพงเมืองดูบรอฟนิก

ถนน Stradun ทอดยาวจาก Pile Gate ไปยังจัตุรัสลูซ่า (Luža Square) ทางทิศตะวันออก มองเห็นหอระฆังอยู่ไกลๆ

ถนน Stradun มองจากกำแพงเมือง

หอระฆังมองจากกำแพงเมือง

จาก Pile Gate เดินไปทางซ้ายมือ (ทวนเข็มนาฬิกา) จะมองเห็น ป้อมโบการ์ (Bokar Fortress) อยู่สุดปลายกำแพงทางด้านทิศใต้ และ ป้อม Lovrijenac ห่างออกไปอีกเล็กน้อย (ด้านขวามือ)

ป้อมโบการ์ Bokar Fortress

ป้อม Lovrijenac มองจากกำแพงเมือง

ทิวทัศน์ทะเลจากกำแพงเมือง

วิวป้อมปราการจากกำแพงเมือง

ป้อม Lovrijenac ตั้งอยู่บนเนินหินนอกเมือง ทำหน้าที่ป้องกันข้าศึกเคียงคู่กับป้อม Bokar

ป้อม Lovrijenac บนเนินหิน

รายละเอียดป้อม Lovrijenac

ทิวทัศน์ป้อม Lovrijenac และทะเล

กำแพงด้านทิศใต้ที่ติดกับทะเล

กำแพงด้านทิศใต้ติดทะเล

ทิวทัศน์กำแพงเมืองด้านทิศใต้

วิวทะเลจากกำแพงเมืองทิศใต้

มุมมองจากบนกำแพงเมืองด้านทิศใต้: เห็นแนวกำแพงที่กั้นเขตเมืองเก่าด้านตะวันตกและด้านเหนือ มีภูเขา Srd อยู่ข้างหลังเป็นแบ็คกราวนด์

มุมมองกำแพงเมืองและภูเขา Srd

ทิวทัศน์เมืองเก่าจากกำแพง

วิวหลังคาสีส้มจากกำแพงเมือง

บรรยากาศเดินบนกำแพงเมือง

ทิวทัศน์กำแพงเมืองมุมกว้าง

แผนที่กำแพงเมืองดูบรอฟนิก Photo Credit: https://dpds.hr

แผนภาพกำแพงเมืองดูบรอฟนิก Photo Credit: https://dpds.hr

ทิวทัศน์รอบกำแพงเมือง

แผนภาพประวัติกำแพงเมือง Photo Credit: https://dpds.hr

บรรยากาศบนกำแพงเมือง

ทิวทัศน์ป้อมปราการบนกำแพง

ป้อม Ivan ตั้งอยู่ติดกับอ่าวทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้ป้องกันการรุกรานของโจรสลัดหรือข้าศึกทางทะเล

ป้อม Ivan ริมอ่าว

รายละเอียดป้อม Ivan

ทิวทัศน์ป้อม Ivan และทะเล

วิวอ่าวจากป้อม Ivan

บรรยากาศป้อม Ivan

บริเวณป้อม Ivan (มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ป้อม St.John) เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ทางทะเล (Maritime Museum) ด้วย

พิพิธภัณฑ์ทางทะเลที่ป้อม Ivan

ภายในพิพิธภัณฑ์ทางทะเล

จัดแสดงพิพิธภัณฑ์ทางทะเล

รายละเอียดพิพิธภัณฑ์ทางทะเล

บรรยากาศพิพิธภัณฑ์ทางทะเล

ทิวทัศน์จากป้อม Ivan

ป้อม Luka เป็นป้อมที่อยู่ริมอ่าวเคียงคู่กับป้อม Ivan ตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ใกล้กับ ประตู Ploce Gate

ป้อม Luka ริมอ่าว

ที่นี่เป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นและลงจากกำแพงเมืองได้

จุดขึ้นลงกำแพงเมืองที่ป้อม Luka

Dominican Monastery อยู่ใกล้กับประตู Ploce เป็นอีกหนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ประจำเมือง มีจุดเด่นคือบันไดทางขึ้นที่สวยงาม ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสมบัติล้ำค่าของเมืองดูบรอฟนิก

Dominican Monastery

บันไดทางขึ้น Dominican Monastery

ภายใน Dominican Monastery

พิพิธภัณฑ์ Dominican Monastery

รายละเอียด Dominican Monastery

ป้อม Revelin Fortress ตั้งอยู่นอกตัวเมืองตรงประตู Ploce Gate ไม่ได้เชื่อมต่อกับกำแพงเมือง สร้างเมื่อปี ค.ศ.1462 เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันข้าศึกที่จะผ่านเข้ามาทางตะวันออกของเมือง ถือเป็นหนึ่งในสองของป้อมที่อยู่นอกเขตกำแพงเมือง (อีกป้อมคือป้อม Lovrijenac)

ป้อม Revelin Fortress

รายละเอียดป้อม Revelin

ทิวทัศน์ป้อม Revelin

บรรยากาศรอบป้อม Revelin

มุมมองของแนวกำแพงด้านทิศเหนือ ป้อมและหอคอยจะมีขนาดใหญ่โต ดูบึกบึนแข็งแรง

แนวกำแพงด้านทิศเหนือ

หอคอยกำแพงด้านทิศเหนือ

ป้อมปราการด้านทิศเหนือ

หอคอย Minceta เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของตัวเมืองเก่า ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง สร้างเมื่อปี ค.ศ.1463 เพื่อใช้เป็นหอสังเกตการณ์ หอคอยนี้ถือเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดในบรรดาป้อมต่างๆ เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครซีรีส์เรื่อง Game of Thrones ด้วย

จากบนยอดหอคอยมองลงไปจะเห็นตัวเมืองเก่าได้ทั่วอาณาบริเวณไปจนถึงเกาะ Lokrum ที่อยู่ทางใต้ของเมือง ได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในตัวเมืองเก่านี้

หอคอย Minceta สูงที่สุดในเมืองเก่า

วิวเมืองเก่าจากหอคอย Minceta

เกาะ Lokrum มองจากหอคอย Minceta

จากบนหอคอย มองเห็น หอระฆัง (Bell Tower), อาสนวิหารดูบรอฟนิก (Dubrovnik Cathedral) และ โบสถ์เซนต์เบลส (St. Blaise Church)

หอระฆังและอาสนวิหารมองจากหอคอย Minceta

วิวเมืองเก่ามุมสูงจากหอคอย

ทิวทัศน์หลังคาสีส้มจากหอคอย Minceta

วิวมุมกว้างเมืองเก่าดูบรอฟนิก

สถานีเคเบิลคาร์ที่อยู่บนเขา Srd

สถานีเคเบิลคาร์บนเขา Srd

ทิวทัศน์เขา Srd จากกำแพงเมือง

วิวกำแพงเมืองและเขา Srd

บรรยากาศเดินบนกำแพงเมืองต่อ

ทิวทัศน์เมืองเก่ามุมสูง

วิวหลังคาสีส้มเมืองเก่า

บรรยากาศกำแพงเมืองช่วงท้าย

มุมมองแนวกำแพงด้านทิศเหนือ

แนวกำแพงเมืองด้านทิศเหนืออีกมุม

แนวกำแพงด้านทิศตะวันตก (Pile Gate)

แนวกำแพงด้านทิศตะวันตก Pile Gate

แนวกำแพงด้านทิศตะวันตกและทิศใต้

แนวกำแพงทิศตะวันตกและทิศใต้

ทิวทัศน์กำแพงเมืองช่วงสุดท้าย

วิวกำแพงเมืองใกล้ Pile Gate

บรรยากาศกำแพงเมืองใกล้จบทัวร์

ทิวทัศน์สุดท้ายบนกำแพงเมือง

วิวกำแพงเมืองก่อนลงจากทัวร์

ในที่สุดเราก็วนกลับมาถึงประตู Pile Gate เริ่มมีจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวชมมากขึ้นจากเมื่อตอนเช้าที่เราขึ้นมา

กลับมาถึงประตู Pile Gate

นักท่องเที่ยวที่ Pile Gate ช่วงสาย

บรรยากาศจบทัวร์กำแพงเมือง

หลังจากการเดินเที่ยวในเขตเมืองเก่ารวมถึงการทัวร์รอบกำแพงเมือง ตอนหน้าเราจะออกไปเที่ยวต่อกันที่ด้านนอกเขตเมืองเก่าบ้าง โปรแกรมที่เหลือคือ ป้อม Lovrijenac และการขึ้นเคเบิลคาร์ไปชมวิวของดูบรอฟนิกจากมุมสูง รวมถึงการตามรอยสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ชื่อดัง Game of Thrones ..