🌄 สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งเสฉวนตะวันตก

ปี้เผิงโกว (毕棚沟) - Bipenggou เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เป็นพื้นที่สาธิตการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของมณฑลเสฉวน ได้รับฉายา “Little Switzerland” แห่งเสฉวนตะวันตก เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่งดงามราวกับยุโรป โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี-ฤดูหนาว (อันนี้คอนเฟิร์ม.. ที่นี่วิวสวยจริงอะไรจริง ^^)

ยอดเขาหิมะและป่าเปลี่ยนสีของปี้เผิงโกว

ทิวทัศน์ราวกับยุโรปของสวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งเสฉวน

ปี้เผิงโกวมีสถานะเป็น อุทยานแห่งชาติระดับ AAAA เป็นหุบเขาที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของกลุ่มเทือกเขาอันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติซื่อกูเหนียงซาน (ภูเขาสี่ดรุณี) มีความสูงของยอดเขา 2,915 ถึง 5,922 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ของอุทยานประมาณ 613.8 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศธรรมชาติในหุบเขาบริสุทธิ์และเรียบง่าย ประกอบไปด้วยทะเลสาบ ป่าดงดิบ ลำธาร น้ำตก ทุ่งหญ้าอัลไพน์ ป่าหลากสี ฯลฯ โดยมียอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะเป็นฉากหลัง ที่สำคัญสามารถเที่ยวได้สะดวก มีรถบัสเวียน-รถกอล์ฟไฟฟ้าของอุทยานคอยให้บริการ เส้นทางเดินชมธรรมชาติก็จัดทำไว้เป็นอย่างดี

มีคนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า ระหว่างอุทยานแห่งชาติซื่อกูเหนียงซาน และ ปี้เผิงโกว ที่ไหนสวยกว่ากัน? ที่ไหนน่าเที่ยวกว่ากัน? อันที่จริงเราคิดว่าเอาไปเปรียบเทียบกันยากนะ เพราะสถานที่แต่ละแห่งต่างก็มีเอกลักษณ์ จุดเด่น-จุดด้อย ฯลฯ แตกต่างกันไป จริตและรสนิยมของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ถ้าเปลี่ยนเป็นพูดว่า เราชอบที่ไหน? ก็น่าจะใกล้เคียงกว่า (หรือเปล่า..)

ยอดเขาหิมะของอุทยานสี่ดรุณีหุบเขาชวงเฉียวโกว อุทยานแห่งชาติสี่ดรุณี - หุบเขาชวงเฉียวโกว

ป่าสนแดงเปลี่ยนสีที่หุบเขาชวงเฉียวโกว อุทยานแห่งชาติสี่ดรุณี - หุบเขาชวงเฉียวโกว

ในความเห็นของเรา ถ้าใครมีเวลาก็ควรหาโอกาสไปเที่ยวชมเสียทั้งสองแห่งเลย ไหนๆ ก็ข้ามน้ำข้ามทะเล ลางานมาเที่ยวแล้วทั้งที ^^ ในด้านความสะดวกสบายของการเดินทางเที่ยวชม ทั้งสองแห่งต่างมี (ดี) พอๆ กัน แต่อุทยานฯ ซื่อกูเหนียงซานจะมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่า ทัศนียภาพจึงหลากหลายกว่า ขณะที่ปี้เผิงโกวจะได้เห็นภูเขาในระยะใกล้-ประชิดตัว จึงได้อารมณ์ความรู้สึกอลังการมากกว่า อย่างไรก็ตามโดยรวมก็ถือว่าสวยงามน่าประทับใจทั้งสองแห่ง.. :D

แผนที่อุทยานปี้เผิงโกวแสดงจุดท่องเที่ยวหลัก

🚌 การเดินทาง

อุทยานแห่งชาติปี้เผิงโกวอยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมงเศษๆ สามารถขึ้นรถบัสโดยสารประจำทางจากเมืองเฉิงตู สถานีฉาเตี้ยนจื่อ (茶店子车站) - Chadianzi Bus Station เส้นทางไปลงเมือง Lixian (理县)

อีกวิธีคือใช้บริการรถบัสโดยสารที่ไปถึงยังหน้าอุทยานเลย (ดำเนินการโดยเอกชน) โดยสามารถ ซื้อตั๋วโดยสารแบบออนไลน์ ได้จากแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ เช่น Trip.com ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบาย

ถ้ามีสมาชิกเพื่อนร่วมทาง 4-6 คน สามารถเช่ารถพร้อมคนขับจากเฉิงตู หรือจากซื่อกูเหนียงซานไปปี้เผิงโกว ซึ่งถือเป็นวิธีที่สะดวกและคุ้มค่า เพราะสามารถแวะเที่ยวตามจุดต่างๆ รายทางได้

ในกรณีเดินทางแค่หนึ่งหรือสองคนหรือมีเวลาน้อย สามารถซื้อ แพ็คเกจจอยทัวร์ (Joined Tour) ซึ่งมีทั้งแบบวันเดียวและหลายวัน จากเอเย่นต์ที่เมืองไทย เช่น คุณ Kook Sunsanee ข้อดีคือสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกเท เพราะตัวแทนที่เมืองไทยจะคอยดูแลและช่วยประสานงาน (กับทางฝั่งทัวร์จีน) ให้กับเราด้วยจนจบ ติดขัดอะไรก็สามารถติดต่อทีมงานได้ตลอดเวลา

รถตู้มารับถึงหน้าโรงแรมตอนตีห้า

แพ็คเกจทัวร์รวมบริการรถมารับถึงหน้าโรงแรมตอนเวลาตี 5 เพื่อพาไปขึ้นรถบัสที่จุดนัดหมาย

ถนนยามเช้ามืดผ่านจัตุรัสเทียนฟู่

ผ่านจัตุรัสเทียนฟู่ (Tianfu Square) ประมาณ 20 นาทีก็ถึงจุดหมายปลายซึ่งอยู่บริเวณถนนวงแหวนที่ 3 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเฉิงตู ใกล้กับโรงแรม Chengdu Guangyuan Hotel (成都广元宾)

จุดรวมพลขึ้นรถบัสริมถนนวงแหวนที่ 3

จุดรวมพลเพื่อรอขึ้นรถบัสอยู่บริเวณริมถนน หน้าร้านหม้อไฟ 迎门口 老灶火锅 ที่นี่เป็นจุดรอขึ้นรถของเดย์ทัวร์ต่างๆ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ทางตอนเหนือเฉิงตู เช่น อุทยานฯ สี่ดรุณี (ซื่อกูเหนียงซาน), ปี้เผิงโกว ฯลฯ

บรรยากาศจุดรวมพลหน้าร้านหม้อไฟยามเช้ามืด

นักท่องเที่ยวรอขึ้นรถบัสเดย์ทัวร์

รถบัสทัวร์ทยอยเข้ามารับลูกทัวร์

บรรยากาศคึกคักครื้นเครง มีพ่อค้ามาตั้งแผงขายอาหารเช้าประเภทโจ๊ก-ซาลาเปา-น้ำเต้าหู้ด้วย

แผงขายอาหารเช้าโจ๊กซาลาเปาริมถนน

พ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ให้นักท่องเที่ยว

ประมาณหกโมงเช้า รถบัสก็ทยอยเข้ามาจอดเพื่อรับลูกทัวร์ โดยมีจำนวนหลายคันมาก จึงจำเป็นต้องจดจำหมายเลขรถของเราให้ดี เพื่อจะขึ้นรถได้ถูกคัน..

ผู้โดยสารบนรถของเราส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน มีไกด์คอยดูแล-เช็คชื่อ และให้ข้อมูลต่างๆ ตลอดการเดินทาง (เป็นภาษาจีน)

ภายในรถบัสทัวร์มุ่งหน้าสู่ปี้เผิงโกว

วิวภูเขาสองข้างทางช่วงเช้า

เส้นทางเลียบแม่น้ำสู่เขตเขาสูง

ถนนไต่ระดับผ่านหุบเขา

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปปี้เผิงโกว

รถจอดพักครั้งหนึ่งที่เมือง Wenchuan ได้มีโอกาสพบกับห้องน้ำในตำนาน (เสียที ^^) จุดที่รถจอดแวะเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ มีของขายมากมาย (นักท่องเที่ยวก็มากด้วย รถบัสเกือบทุกคันจะแวะจอดที่นี่หมด)

จุดพักรถเมือง Wenchuan ร้านค้าขนาดใหญ่

สินค้าและของกินมากมายที่จุดพักรถ

นักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะพักที่นี่

บรรยากาศร้านค้าจุดแวะพักกลางทาง

ของฝากท้องถิ่นที่จุดพักรถ Wenchuan

อาหารว่างและผลไม้ท้องถิ่นวางขาย

รู้สึกได้ว่าขึ้นมาอยู่บริเวณที่สูงขึ้น สังเกตได้จากตัวชี้วัดคือถุงขนมที่นำติดตัวมาด้วยมีสภาพบวมเป่งเลย :P

ถุงขนมบวมเป่งจากความกดอากาศบนที่สูง

ประมาณสิบโมงเช้าก็ถึงบริเวณหน้าอุทยาน ไกด์ประจำรถได้ช่วยเอาพาสปอร์ตของเราไปแลกเป็นตั๋วให้ แต่ไม่ได้เข้าไปในอุทยานกับเราด้วย เพียงแต่นัดแนะเวลาให้กลับมาเจอกันที่รถในเวลาประมาณบ่ายสามโมง (มีเวลาเดินเที่ยวประมาณ 5 ชั่วโมง)

บริเวณหน้าอุทยานแห่งชาติปี้เผิงโกว

นักท่องเที่ยวหน้าทางเข้าอุทยานช่วงสาย

🏞️ อุทยานแห่งชาติปี้เผิงโกว (毕棚沟 - Bipenggou)

ป้ายหินอุทยานปี้เผิงโกวหน้าทางเข้า

อาคารบริการนักท่องเที่ยวหน้าอุทยาน

จุดตรวจตั๋วเข้าอุทยานปี้เผิงโกว

ราคาตั๋วอุทยานปี้เผิงโกว: ราคารวม 190 CNY แยกเป็น [ค่าเข้า 70 CNY + ค่ารถบัสอุทยาน 60 CNY + ค่ารถกอล์ฟไฟฟ้าอีกสองทอด 30+30 CNY] วิธีที่สะดวกที่สุดคือจองซื้อออนไลน์จากแพลตฟอร์ม Trip.com

ป้ายราคาตั๋วเข้าอุทยานปี้เผิงโกว

คิวรอขึ้นรถบัสอุทยาน

รถบัสอุทยานพานักท่องเที่ยวเข้าหุบเขา

วิวหุบเขามองจากรถบัสอุทยาน

จุดท่องเที่ยวหลักๆ ภายในอุทยานปี้เผิงโกวจะมีอยู่ 4 จุด แต่ละจุดมีเส้นทางเดินอย่างดี ส่วนมากจะเป็นทางราบ ระยะเวลาที่ใช้ในการเที่ยวชมประมาณ 4-6 ชั่วโมง แต่ถ้ามีเวลาเพียงพอ แนะนำให้วางแผนไปพักค้างคืนที่บริเวณหน้าอุทยาน แล้วเข้าไปเดินเที่ยวตั้งแต่เช้าจะดีที่สุด

แผนผังจุดท่องเที่ยวปี้เผิงโกวฉบับภาษาไทย Credit: เพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตู

ธรรมชาติในหุบเขาปี้เผิงโกวช่วงแรก

ป่าเปลี่ยนสีสะท้อนผืนน้ำใส

📍 หลงหวังไห่ (龙王海)

มีความหมายว่า ทะเลสาบเทพมังกร (Dragon King Lake) เป็นจุดแรกที่รถบัสอุทยานจอดให้ลงเที่ยว ที่นี่เป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสดุจดังกระจก ว่ากันว่าราชาแห่งมังกรอาศัยอยู่ที่ก้นทะเลสาบ อันเป็นที่มาของชื่อ “ทะเลสาบเทพมังกร”

หอนิทรรศการทรัพยากรระบบนิเวศ Bipenggou

หอนิทรรศการทรัพยากรระบบนิเวศ Bipenggou

ทะเลสาบหลงหวังไห่น้ำใสดุจกระจก

ผิวน้ำสะท้อนภูเขาหิมะและป่าเปลี่ยนสี

ทางเดินเลียบทะเลสาบเทพมังกร

แนวต้นเมเปิ้ลแดงริมทะเลสาบ

ใบไม้เหลืองทองสะท้อนบนผืนน้ำ

บรรยากาศฤดูใบไม้เปลี่ยนสีรอบทะเลสาบ

มุมถ่ายภาพยอดนิยมริมหลงหวังไห่

เงาสะท้อนสมบูรณ์แบบบนทะเลสาบเทพมังกร

ทิวทัศน์ทะเลสาบและยอดเขาหิมะ

ในช่วงที่เราไปเที่ยวเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีพอดี วิวที่เห็นต้นเมเปิ้ลสีแดงและไม้ใบสีเหลืองสะท้อนกับผืนน้ำนั้น สวยงามราวกับภาพวาดสีน้ำมันหรือโปสเตอร์ท่องเที่ยวเลย ^^

ป่าหลากสีสะท้อนผืนน้ำราวภาพวาดสีน้ำมัน

ต้นเมเปิ้ลแดงตัดกับน้ำสีเขียวมรกต

สีสันฤดูใบไม้ร่วงรอบทะเลสาบ

มุมมองทะเลสาบหลงหวังไห่ราวโปสเตอร์ท่องเที่ยว

📍 ชิงฉวนหู (清泉湖)

ทางเดินเที่ยวชม (Eco Route) จะแบ่งทะเลสาบออกเป็นสองส่วน ด้านขวามือคือ ทะเลสาบหลงหวังไห่ (Long Wang Hai Lake) ซ้ายมือของทางเดินเป็นทะเลสาบขนาดเล็กที่ชื่อว่า ชิงฉวนหู (清泉湖) - Clear Spring Lake มีน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากด้านหนึ่งของทะเลสาบสู่แอ่งน้ำด้านล่าง ถ้ามองจากระยะไกลน้ำในทะเลสาบจะเป็นสีเขียวจนดูเหมือนหยก เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นน้ำใสนิ่งจนมองเห็นก้นทะเลสาบได้

ทะเลสาบชิงฉวนหูน้ำสีเขียวดุจหยก

น้ำตกไหลลงสู่แอ่งน้ำของชิงฉวนหู

น้ำใสนิ่งมองเห็นก้นทะเลสาบ

ทางเดิน Eco Route เลียบทะเลสาบ

ป่าเปลี่ยนสีริมชิงฉวนหู

ผืนน้ำสีเขียวหยกตัดกับใบไม้เหลืองแดง

มุมชมวิวทะเลสาบใสสะอาด

แนวเขาและป่าหลากสีรอบหุบเขา

บรรยากาศเส้นทางเดินชมธรรมชาติ

ธารน้ำใสไหลผ่านแนวป่า

ทางเดินไม้ท่ามกลางป่าเปลี่ยนสี

แสงแดดส่องผ่านใบไม้เหลืองทอง

นักท่องเที่ยวถ่ายภาพริมทะเลสาบ

น้ำตกเล็กๆ ริมเส้นทางเดินมุมแนวตั้ง

ธรรมชาติบริสุทธิ์ของหุบเขาปี้เผิงโกว

ทิวทัศน์ทะเลสาบและขุนเขามุมกว้าง

มุมสุดท้ายของชิงฉวนหูก่อนเดินต่อ

เดินตามทางไปเรื่อยๆ จะถึงจุดขึ้นรถบัสอุทยานฯ เพื่อไปยังจุดแวะเที่ยวถัดไป

เส้นทางเดินสู่จุดขึ้นรถบัสอุทยาน

ป้ายบอกทางจุดขึ้นรถบัส

ทางเดินไม้ช่วงท้ายของโซนทะเลสาบ

จุดจอดรถบัสอุทยานโซนหลงหวังไห่

📍 ซั่งไห่จื่อ (上海子)

ซั่งไห่จื่อ (上海子) - Shang Hai Zi ที่นี่เป็นจุดสิ้นสุดของรถบัส อยู่ห่างจากหน้าอุทยานประมาณ 26 กิโลเมตร มีตึกบริการนักท่องเที่ยวและร้านค้า สามารถแวะทานข้าวหรือเข้าห้องน้ำได้ ก่อนที่จะขึ้นรถกอล์ฟไฟฟ้าเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดท่องเที่ยวถัดไป (ทะเลสาบพันหยางไห่ 磐羊海 - Pan Yang Lake) ระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาราว 10 นาที (หากเลือกเดินเองจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที)

อาคารบริการนักท่องเที่ยวซั่งไห่จื่อ

ร้านค้าและจุดพักที่ซั่งไห่จื่อ

จุดขึ้นรถกอล์ฟไฟฟ้าท่อนแรก

รถกอล์ฟไฟฟ้าพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ที่สูง

วิวภูเขาหิมะระหว่างนั่งรถกอล์ฟ

📍 ทะเลสาบพันหยางไห่ (磐羊海)

บางครั้งเรียกว่า Argali Lake วิ่งมาได้สักพัก รถกอล์ฟจะจอดแวะให้ลงแล้วไปดักรอเราข้างหน้า เดินไปทางด้านซ้ายมือ จะเป็นเส้นทางเดินชมวิวซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงามมม…มากก… นักท่องเที่ยวคราคร่ำ-จอแจด้วยความตื่นตาตื่นใจ แต่ให้เดินต่อไปเรื่อยๆ ยังมีมุมสวยงามรอเราอยู่อีกมากมายทั่วทั้งบริเวณนี้

เส้นทางเดินชมวิวภูเขาหิมะระยะประชิด

ยอดเขาหิมะตัดฟ้าครามเหนือแนวป่า

ธารน้ำใสไหลผ่านหุบเขาสูง

นักท่องเที่ยวถ่ายภาพกับวิวสุดอลังการ

ป่าเปลี่ยนสีเชิงเขาหิมะ

ทิวทัศน์ราว Little Switzerland

แนวเทือกเขาหิมะมุมกว้าง

สายธารและทุ่งหญ้าอัลไพน์

บรรยากาศหุบเขาสูงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

มุมถ่ายภาพยอดเขาหิมะสะท้อนน้ำ

ธรรมชาติสวยงามรอบเส้นทางเดิน

แสงแดดส่องยอดเขาหิมะสีขาว

ทางเดินเลียบธารน้ำท่ามกลางขุนเขา

หลังจากนั้นก็ไปต่อคิวขึ้นรถกอล์ฟเพื่อเดินทางต่อ

คิวรอขึ้นรถกอล์ฟไฟฟ้า

รถกอล์ฟไฟฟ้าวิ่งผ่านหุบเขาสูง

วิวระหว่างทางบนรถกอล์ฟ

ลงรถกอล์ฟแล้วต้องเดินไปอีกเล็กน้อยจึงจะถึงทะเลสาบพันหยางไห่

ทางเดินสู่ทะเลสาบพันหยางไห่

ทะเลสาบพันหยางไห่กลางหุบเขาสูง

ผิวน้ำสะท้อนยอดเขาหิมะ

แนวป่าสนริมทะเลสาบอัลไพน์

บรรยากาศเงียบสงบของพันหยางไห่

ทะเลสาบและภูเขาหิมะมุมกว้าง

น้ำใสสีเขียวมรกตของทะเลสาบ

มุมถ่ายภาพริมทะเลสาบพันหยางไห่

เงาสะท้อนภูเขาบนผิวน้ำนิ่ง

ธรรมชาติรอบทะเลสาบบนที่สูง

ทางเดินชมวิวรอบพันหยางไห่

ยอดเขาหิมะเหนือทะเลสาบ

ทิวทัศน์สุดท้ายก่อนเดินทางต่อ

📍 เหยี่ยเลี่ยงวาน (月亮湾)

จากทะเลสาบพันหยางไห่ เดินต่ออีกประมาณ 300 เมตรไปขึ้นรถกอล์ฟไฟฟ้าท่อนที่ 2 ตรงจุด เหยี่ยเลี่ยงวาน (月亮湾 / Moon Bay) เพื่อเดินทางไปยัง เยี่ยนจื่อเหยียน (燕子岩) - Yan Zi Yan ระยะทางอีก 4.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที (หากเดินเท้าจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง)

จุดขึ้นรถกอล์ฟท่อนที่สองที่เหยี่ยเลี่ยงวาน

ธารน้ำโค้งรูปพระจันทร์ของ Moon Bay

ทุ่งหญ้าและธารน้ำที่เหยี่ยเลี่ยงวาน

วิวหุบเขากว้างบริเวณ Moon Bay

ธารน้ำคดเคี้ยวผ่านทุ่งหญ้าอัลไพน์

ในช่วงฤดูร้อนมีการล่องแพยางได้ด้วย

จุดล่องแพยางช่วงฤดูร้อน

สายน้ำใสไหลผ่านหุบเขา Moon Bay

บรรยากาศธรรมชาติรอบเหยี่ยเลี่ยงวาน

📍 หงเหยียนปอ (紅岩坡)

ก่อนถึงเยี่ยนจื่อเหยียน รถแวะให้ลงเที่ยวชมวิวอีกจุดหนึ่งที่ หงเหยียนปอ (紅岩坡) - Red Rock Slope ที่นี่ก็เป็นจุดถ่ายภาพที่สวยตะลึงอีกแห่ง

จุดชมวิวหงเหยียนปอ Red Rock Slope

ยอดเขาหิมะมุมแนวตั้งจากหงเหยียนปอ

ทิวทัศน์สวยตะลึงของ Red Rock Slope

แนวเขาหิมะและหุบเขาเบื้องล่าง

ไม่ว่าจะมาไกลแค่ไหน จุดทิ้งขยะและห้องน้ำยังตามมาให้บริการเสมอ แหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAA ไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ นะเอ้อ.. ชอบๆๆ

ห้องน้ำบริการนักท่องเที่ยวบนที่สูง

จุดชมวิวและทางเดินที่หงเหยียนปอ

นักท่องเที่ยวถ่ายภาพกับฉากภูเขาหิมะ

หินสีแดงเอกลักษณ์ของ Red Rock Slope

ธารน้ำไหลผ่านลานหินสีแดง

ยอดเขาหิมะระยะใกล้จากจุดชมวิว

บรรยากาศหุบเขาสูงที่หงเหยียนปอ

ทิวทัศน์อลังการของเทือกเขาหิมะ

มุมพาโนรามาหุบเขาปี้เผิงโกว

แสงเงาบนยอดเขาหิมะยามบ่าย

ขึ้นรถกอล์ฟที่มาดักรออยู่แล้วไปต่อ

รถกอล์ฟรอรับนักท่องเที่ยวไปจุดถัดไป

เส้นทางรถกอล์ฟเลียบหุบเขาสูง

วิวภูเขาหิมะระหว่างทางช่วงสุดท้าย

ธรรมชาติสองข้างทางสู่เยี่ยนจื่อเหยียน

📍 เยี่ยนจื่อเหยียน (燕子岩)

หรือในชื่อภาษาอังกฤษ Swallow’s Stone Nest Scenic Area เป็นปลายทางของรถกอล์ฟช่วงที่ 2 ตั้งอยู่ที่ความสูง 3,837 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จุดนี้จะมองเห็นวิวภูเขาหิมะได้แบบใกล้ชิดมากๆ นอกจากนี้ยังจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสวยงามของทุ่งหญ้ากว้าง ลำธาร และน้ำตก ฯลฯ อีกด้วย

เยี่ยนจื่อเหยียนจุดชมภูเขาหิมะระยะประชิด

ป้ายข้อมูล Swallow's Stone Nest Scenic Area

คำแปลข้อมูลของ 燕子岩 - Swallow’s Stone Nest Scenic Area จากป้าย: พื้นที่ชมทัศนียภาพ รังหินนกนางแอ่น (燕子岩) อยู่ห่างจากหน่วยบริการ ซั่งไห่จื่อ (上海子) 10 กิโลเมตร และตั้งอยู่บนระดับความสูงจากน้ำทะเล 3,837 เมตร ภายในพื้นที่มีทัศนียภาพธรรมชาติอันสวยงามและทัศนียภาพทางนิเวศน์ที่สวยงามไร้ที่ติ เช่น ป่าดึกดำบรรพ์ ทะเลสาบและทุ่งหญ้าอัลไพน์ น้ำตก ยอดเขาสูงชัน และโขดหิน ฯลฯ ภูเขาที่สง่างามมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่กระต่ายหยกไปจนถึงลิงหิน รวมถึงภูเขาที่ดูเหมือนพระสนมเอก อู่เจ๋อเทียน แห่งราชวงศ์ถังซึ่งนั่งอยู่บนยอดเขาพร้อมกับมวยผมอันเป็นเอกลักษณ์บนศีรษะและชุดยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของยุคนั้น เมื่อเสริมด้วยท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาว ภูเขาเหล่านี้ดูสูงตระหง่านอย่างโดดเด่น น้ำตกที่รังหินของนกนางแอ่นมีความสูงประมาณ 500 เมตรและกว้างประมาณ 12 เมตร เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดของจีนที่ขึ้นชื่อในเรื่องความแตกต่างของความสูงอย่างมหาศาล ด้านบนของน้ำตกพ่นน้ำออกมาจากหน้าผาสูงชันซึ่งพ่นเป็นหมอกในอากาศก่อนจะตกลงมาเป็นสายไข่มุก บนทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ในหุบเขา ดอกไม้ป่าหลากสีแข่งขันกันเพื่อดึงดูดความสนใจ ในขณะที่ต้นไซเปรสและต้นซีควอยาที่ตั้งตรงอย่างเงียบเชียบในบริเวณโดยรอบ ยอดเขา ทุ่งหญ้า ป่าอัลไพน์ และน้ำที่ไหลสร้างภาพวาดที่งดงามราวภาพวาด พื้นที่ดังกล่าวยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานที่แรกๆ ที่จะได้เห็นใบไม้สีแดงในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี ซึ่งจะเห็นได้เร็วที่สุดในช่วงปลายเดือนกันยายน

ยอดเขาหิมะสูงตระหง่านที่เยี่ยนจื่อเหยียน

ทุ่งหญ้าอัลไพน์และแนวเขาหิมะ

ธารน้ำไหลผ่านทุ่งหญ้าบนความสูง 3,837 เมตร

บรรยากาศทุ่งกว้างท่ามกลางขุนเขา

แนวป่าสนและภูเขาหิมะฉากหลัง

วิวพาโนรามาสุดอลังการของเยี่ยนจื่อเหยียน

ไฮไลต์ของที่นี่คือจุดชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันสวยงามและใกล้ชิด จนได้ฉายาว่า “Little Switzerland” นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินเท้า Trekking ไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ใกล้เคียงอีกหลายแห่ง เช่น ป่าดึกดำบรรพ์ ทะเลสาบ ทุ่งหญ้าอัลไพน์ น้ำตก ยอดเขาสูงชัน และโขดหินรูปร่างแปลกตา ฯลฯ

จุดชมวิวพาโนรามาฉายา Little Switzerland

เส้นทาง Trekking สู่แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

ยอดเขาหิมะมุมใกล้ชิดที่สุด

นักท่องเที่ยวเดินชมทุ่งหญ้าอัลไพน์

ธารน้ำและแนวเขาสูงชัน

โขดหินรูปร่างแปลกตาบนยอดเขา

บรรยากาศธรรมชาติบริสุทธิ์บนที่สูง

มุมถ่ายภาพภูเขาหิมะกับทุ่งหญ้า

ทิวทัศน์หุบเขาสูงช่วงบ่าย

แสงแดดส่องทุ่งหญ้าสีทอง

แนวเทือกเขาหิมะเรียงราย

ธรรมชาติงดงามราวภาพวาด

มุมชมวิวสุดท้ายของเยี่ยนจื่อเหยียน

ยอดเขาหิมะตัดเมฆขาวฟ้าคราม

ภาพความทรงจำก่อนอำลาปี้เผิงโกว

เดินเที่ยว-ถ่ายภาพ และเก็บซับความทรงจำที่สวยงามจนได้เวลาสมควร ประมาณบ่ายสองโมงก็ต้องเตรียมตัวกลับ จากจุดนี้ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางไปถึงหน้าอุทยาน เนื่องจากต้องขึ้นรถกอล์ฟสองช่วง (ประมาณ 10 กิโลเมตร) และต่อด้วยรถบัสอีก 26 กิโลเมตร ถ้านักท่องเที่ยวมีจำนวนมากก็อาจต้องเผื่อเวลาให้มากขึ้นไปอีกเนื่องจากต้องต่อคิวขึ้นรถ วิธีที่ดีที่สุดคือวางแผนไปค้างหน้าอุทยานหนึ่งคืนแล้วเริ่มเข้ามาเที่ยวตั้งแต่เช้า

คิวรอขึ้นรถกอล์ฟขากลับ

รถกอล์ฟไฟฟ้าช่วงเดินทางกลับ

จุดต่อรถบัสอุทยานขากลับ

มีรถบัสจำนวนมากไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว เห็นแล้วก็อุ่นใจ..

รถบัสอุทยานจอดเรียงรายรอผู้โดยสาร

ที่เห็นห้อยอยู่สีแดงๆ บนรถบัส คือถุงฉุกเฉินสำหรับนักท่องเที่ยวที่อาจมีอาการเมารถได้ โชคดีเราไม่จำเป็นต้องใช้.. ^^

ถุงฉุกเฉินสีแดงห้อยในรถบัสอุทยาน

วิวหุบเขามองจากรถบัสขากลับ

เส้นทางลงจากหุบเขาปี้เผิงโกว

บริเวณหน้าอุทยานช่วงเย็น

ประมาณบ่ายสามโมงก็ถึงจุดนัดหมายที่รถ น่ายินดีที่ผู้โดยสารทุกคนต่างมากันตรงเวลา

รถบัสทัวร์ที่จุดนัดหมายขากลับ

ขากลับรถแวะจอดที่ หมู่บ้านชนเผ่าทิเบต Ganbao Tibetan Village ประมาณ 20 นาที แล้ววิ่งยาวจนถึงเมืองเฉิงตูเลย ประมาณหนึ่งทุ่มรถปล่อยให้ลงที่บริเวณเดิม แล้วขึ้นเมโทรสาย 2 จากสถานี Jinke North Road ไปลงสถานี Chunxi Road ใช้เวลาประมาณ 25 นาที (11 สถานี) ค่าโดยสาร 5 หยวนเท่านั้น

หมู่บ้านชนเผ่าทิเบต Ganbao Tibetan Village

บ้านเรือนสไตล์ทิเบตที่หมู่บ้าน Ganbao

สถานีเมโทร Jinke North Road เฉิงตู

ภายในขบวนเมโทรสาย 2 กลับเข้าเมือง

ถึงสถานี Chunxi Road ใจกลางเฉิงตู

🎫 ช่องทางการจองบัตรและตั๋วออนไลน์

นอกจากการซื้อบัตรหรือตั๋วเข้าชมต่างๆ จากจุดจำหน่ายบัตรของสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ประหยัด และปลอดภัย คือการซื้อจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีชื่อเสียงและมาตรฐานที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศจีน คือ Trip.Com ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้บัตรที่ถูกต้อง-แท้จริง และเป็นทางการจากสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น บ่อยครั้งที่เราจะได้ราคาที่ประหยัดกว่าไปซื้อเองที่หน้างาน นอกเหนือจากความสะดวกสบายที่ไม่ต้องไปต่อแถว-เข้าคิวให้วุ่นวายและเสียเวลาอีกด้วย…

[Trip.com]: จองตั๋วรถบัสไป-กลับจากเฉิงตู, ตั๋วเข้าอุทยานแห่งชาติปี้เผิงโกว, ทัวร์วันเดียว-หลายวัน

หน้าจองตั๋วรถบัสและตั๋วอุทยานปี้เผิงโกวบน Trip.com

ตัวเลือกทัวร์วันเดียวไปปี้เผิงโกว

ตัวเลือกแพ็คเกจทัวร์หลายวัน

[Trip.Com]: จองโรงแรมในบริเวณหน้าอุทยานปี้เผิงโกว

หน้าจองโรงแรมหน้าอุทยานปี้เผิงโกว

ตัวเลือกที่พักบริเวณหน้าอุทยาน

รายการโรงแรมและราคาบน Trip.com