เดินทางสู่หงสาวดี

เช้าวันรุ่งขึ้น เราออกเดินทางสู่เมืองหงสาวดีโดยเส้นทางหลวงย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

คุณไคน์พาแวะร้านอาหารริมทางหลวงเพื่อให้ลองชิมอาหารเช้าแบบพม่า เรียกว่า Mohinga ลักษณะคล้ายๆ กับขนมจีนน้ำยาป่าบ้านเรา ซึ่งน้ำซุปจะมีส่วนผสมของสมุนไพร รสชาติกลมกล่อม ถือเป็นอาหารเช้าที่คนพม่านิยมกินคู่กับชานมซึ่งมีรสชาติไม่เลว

อาหารเช้า Mohinga ริมทางหลวงพม่า

ร้านอาหารเช้าริมทางหลวงพม่า บรรยากาศร้านอาหารเช้า ชานมพม่าคู่กับ Mohinga

ประวัติเมืองหงสาวดี

เมืองหงสาวดี หรือที่ชาวพม่าเรียกว่าเมืองบาโค (Bago) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองย่างกุ้ง เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อน ในอดีตพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้เคยเสด็จเข้ามาทำพิธีเจาะพระกรรณที่ฐานพระธาตุมุเตาขณะที่ยังอยู่ในเขตของมอญ ก่อนที่จะทำสงครามยึดครองหงสาวดีมาจากชาวมอญในปี พ.ศ. 2082 และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ตองอูของพม่า

หงสาวดีมีสัญลักษณ์เป็นรูปหงส์คู่ ตำนานของชาวมอญเล่าว่าในครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงเมืองหงสาวดีที่สมัยก่อนยังคงเป็นชายหาดริมทะเล พระพุทธเจ้าทรงเห็นหงส์สองตัวว่ายน้ำเล่นกัน จึงทำนายว่าภายหลังที่นี่จะเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ชาวมอญจึงถือเอาตำนานเรื่องนี้มาเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของเมือง ส่วนหงส์ตัวเมียยืนเกาะหลังหงส์ตัวผู้สะท้อนให้เห็นสังคมผู้หญิงเป็นใหญ่ในพิธีกรรมเหนือผู้ชาย

สัญลักษณ์หงส์คู่แห่งหงสาวดี

เจดีย์ไจ๊ก์ปุ่น (Kyaik Pun Pagoda)

เจดีย์ไจ๊ก์ปุ่น (Kyaik Pun Pagoda) มีอายุมากกว่า 500 ปี จุดเด่นคือรูปปั้นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ไปทุกทิศ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัลป์ คือ

  • พระพุทธเจ้ากกุสันโธ ทางทิศตะวันออก
  • พระพุทธเจ้าโกนาคมโน ทางทิศใต้
  • พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ ในทิศตะวันตก
  • สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางทิศเหนือ

มีตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา สร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง ได้พบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังทลายลงมา จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่นๆ คือจะเป็นศิลปะแบบพม่า ถ้าลองสังเกต พระพุทธรูปองค์นี้พระพักตร์จะเศร้ากว่าองค์อื่น

เจดีย์ไจ๊ก์ปุ่น พระพุทธรูปสี่องค์

พระพุทธรูปปางมารวิชัยเจดีย์ไจ๊ก์ปุ่น

รายละเอียดพระพักตร์เจดีย์ไจ๊ก์ปุ่น

วัดจ๊ะไคท์วายน์จอง

วัดจ๊ะไคท์วายน์จอง (Kyah Khat Wain Kyaung Monastery) เป็นโรงเรียนสงฆ์ขนาดใหญ่ มีพระ-เณรจำพรรษาอยู่เป็นจำนวนหลายร้อยรูป ในช่วงเวลาประมาณ 11 นาฬิกาจะมีการตั้งแถวเพื่อไปฉันเพล ใครสนใจจะใส่บาตรก็สามารถทำได้

วัดจ๊ะไคท์วายน์จอง โรงเรียนสงฆ์ขนาดใหญ่

รูปปั้นของนายพลอองซาน ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวพม่ามาก

รูปปั้นนายพลอองซาน พระ-เณรตั้งแถวฉันเพลบรรยากาศวัดจ๊ะไคท์วายน์จองขบวนพระสงฆ์ไปฉันเพลนักท่องเที่ยวใส่บาตรที่วัดพระเณรจำนวนมากที่โรงเรียนสงฆ์ บรรยากาศการฉันเพลของพระอาคารโรงเรียนสงฆ์วัดจ๊ะไคท์วายน์จองพระเณรเดินแถวในวัดบรรยากาศทั่วไปวัดจ๊ะไคท์วายน์จอง

เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ (พระธาตุมุเตา)

เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ (Shwemawdaw Pagoda) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระธาตุมุเตา เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของพม่า มีความสูงถึง 114 เมตร เล่ากันว่าชื่อ มุเตา เพี้ยนมาจากภาษามอญที่แปลว่า จมูกร้อน เพราะว่าความสูงใหญ่ของเจดีย์ทำให้ต้องแหงนหน้ามองถึงจะมองเห็นยอดพระธาตุ เป็นเหตุให้แสงแดดที่แรงกล้าเผาจมูกจนแสบร้อน^^

เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ พระธาตุมุเตา

ปัจจุบันมีการเก็บ Cultural Zone Fees หรือค่าเข้าชมโบราณสถานในหงสาวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนเงิน 10,000 จ๊าด ซึ่งครอบคลุมการเข้าชมสถานที่ทุกแห่งได้ทั้งหมด

บริเวณเจดีย์ชเวมอว์ดอว์

ทางเข้าเจดีย์ชเวมอว์ดอว์ บรรยากาศรอบเจดีย์ชเวมอว์ดอว์

เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ถือเป็นเจดีย์คู่เมืองหงสาวดีมาอย่างยาวนาน ตัวเจดีย์เป็นศิลปะแบบมอญ ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 2 เส้น เล่ากันว่าในสมัยของพระเจ้าบุเรงนองซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของหงสาวดี ก่อนที่จะออกทำศึกทุกครั้ง ท่านต้องมาสักการะพระธาตุมุเตาก่อนเสมอ

ศิลปะแบบมอญเจดีย์ชเวมอว์ดอว์

ยอดเจดีย์ชเวมอว์ดอว์

บรรยากาศลานเจดีย์ชเวมอว์ดอว์

นักท่องเที่ยวสักการะพระธาตุมุเตา

ทองคำอร่ามเจดีย์ชเวมอว์ดอว์

จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์

พระธาตุมุเตาเกิดความเสียหายเนื่องจากแผ่นดินไหวหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนรุนแรงเท่าในปี พ.ศ.2473 โดยในครั้งนั้นทำให้ยอดเจดีย์หักลงมา หลังจากนั้นก็มีการบูรณะซ่อมแซมใหม่ และนำส่วนที่หักมาวางไว้ติดกับองค์เจดีย์ทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงจุดนี้เองถือเป็นจุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า วิธีการคือให้เอามือและหน้าผากไปแตะที่พระธาตุองค์เดิมที่หักแล้วจึงอธิษฐาน

ส่วนยอดเจดีย์ที่หักจากแผ่นดินไหว

จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์พระธาตุมุเตา

ชาวพม่าอธิษฐานที่พระธาตุมุเตา บรรยากาศพระธาตุมุเตายามเย็นทัศนียภาพเจดีย์ชเวมอว์ดอว์

พระราชวังกัมโพชธานี (บุเรงนอง)

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันและนิยมไปกัน คือ พระราชวังกัมโพชธานี (Kanbawza Thardi Palace) พระราชวังของพระเจ้าบุเรงนองผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองหงสาวดี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอว์ดอว์ (พระธาตุมุเตา) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ซึ่งเป็นปีที่ 15 ของการครองราชย์ของพระองค์ เป็นช่วงเวลาที่พระองค์เรืองอำนาจสูงสุด พระราชวังกัมโพชธานีถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่ พร้อมๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจได้ถึงคราวล่มสลาย

พระราชวังกัมโพชธานี บุเรงนอง อาคารพระราชวังจำลองสถาปัตยกรรมพระราชวังกัมโพชธานีบรรยากาศพระราชวังบุเรงนอง

ในปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมาเท่านั้น และได้มีการสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง ซากไม้ที่ใช้สร้างพระราชวังแต่ครั้งอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ถูกจัดแสดงไว้ โดยไม้แต่ละท่อนมีตัวอักษรจารึกอยู่ว่าเป็นไม้ที่ส่งมา (เป็นบรรณาการตอนสร้าง) จากเมืองใด

ซากไม้จารึกจากพระราชวังเดิม

ตอไม้ที่ขุดค้นพบจากพระราชวังเดิม

พระราชวังกัมโพชธานีฉาบทอง

ภายในพระราชวังจำลอง

การจัดแสดงไม้จารึกในพระราชวัง รายละเอียดตัวอักษรจารึกบนไม้

บัลลังก์ภุมรินทร์

ภายในพระราชวัง มีพระราชบัลลังก์ที่มีชื่อว่า “บัลลังก์ภุมรินทร์” หรือ “บัลลังก์ผึ้ง” ซึ่งสร้างขึ้นมาจากคติเรื่องจักรวาลตามความเชื่อของศาสนาฮินดู

บัลลังก์ภุมรินทร์ บัลลังก์ผึ้ง รายละเอียดบัลลังก์ภุมรินทร์

บัลลังก์ในพระราชวังบุเรงนอง

ภาพรวมพระราชวังกัมโพชธานี

ร้านอาหาร Hanthawaddy

คุณไคน์พาไปทานอาหารที่ร้าน Hanthawaddy ใกล้ๆ กับเจดีย์ชเวมอว์ดอว์ เป็นร้านอาหารที่ดัดแปลงมาจากบ้านโบราณ อาหารรสชาติอร่อย บรรยากาศดี

ร้านอาหาร Hanthawaddy บ้านโบราณ บรรยากาศร้าน Hanthawaddy เมนูอาหารร้าน Hanthawaddy

มื้ออาหารที่ร้าน Hanthawaddy

การได้มาดู มาเรียนรู้ถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ ทำให้เราเข้าใจในสัจธรรมและวัฏจักรของการเกิด การพัฒนา ความเจริญรุ่งเรือง และการล่มสลาย ว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นล้วนไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน คุณงามความดีจะเป็นสิ่งเหลืออยู่ ที่คงทนและจีรังยั่งยืน…”O_O”