นครธม (Angkor Thom)
นครธม (Angkor Thom) มีความหมายว่า เมืองใหญ่ ในอดีตหลายร้อยปีก่อนเคยมีสถานะเป็นเมืองหลวงของขอมโบราณ ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในเขตนครธมมีพระราชวังและปราสาทหินมากมาย ที่โดดเด่นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกก็คือ ปราสาทบายน ที่มีรูปปั้นพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์นั่นเอง
นครธมตั้งอยู่ห่างจากนครวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร มีพื้นที่กว้างใหญ่ มีกำแพงเมืองซึ่งก่อด้วยศิลาแลงสูง 7 เมตร ยาว 3 กิโลเมตรทั้งสี่ด้าน ล้อมรอบด้วยคูน้ำกว้าง 80 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5,625 ไร่

ประตูเมืองและซุ้มประตูอวโลกิเตศวร
เมื่อเดินทางจากนครวัดมาถึงนครธมทางประตูเมืองด้านทิศใต้ จะพบกับสะพานหินสลักขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อข้ามคูเมือง สองข้างของสะพานมีรูปประติมากรรมลอยตัว (หินแกะสลัก) ของเทวดาและยักษ์ 54 องค์กำลังยื้อยุดฉุดดึงพญานาคเพื่อกวนเกษียรสมุทร อันเป็นตอนเริ่มต้นจากนิยายปรัมปราที่พวกพราหมณ์เล่าถึงตอนกำเนิดโลกมนุษย์และจักรวาล





ซุ้มประตูทางเข้า มีหินทรายแกะสลักรูปพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรอยู่บนยอดทั้งสี่ทิศ ด้วยสายตาที่ทอดมองลงต่ำและรอยยิ้มแบบบายนที่เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ทำให้ผู้พบเห็นมิอาจจะละสายตาไปได้ง่ายๆ ด้านข้างของกรอบประตูจะเป็นประติมากรรมลอยตัวพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ 3 เศียร เป็นภาพที่โอฬาร น่าตื่นตาตื่นใจ และประทับใจอาคันตุกะทุกคนที่ต้องผ่านซุ้มประตูนี้เข้าไป



ปราสาทบายน
ผ่านซุ้มประตูเข้ามา ตรงเข้าไปจะพบกับปราสาทหินบายนอันยิ่งใหญ่



เคล็ดไม่ลับ: ที่บริเวณสระน้ำเล็กๆ ทางด้านซ้ายมือของปราสาทเป็นจุดถ่ายภาพตัวปราสาทที่สวยงาม

ปราสาทบายน เป็นปราสาทหลวงประจำรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถูกสร้างขึ้นโดยการนำเอาหินมาวางซ้อนๆ กันขึ้นเป็นรูปร่าง แม้จะเป็นปราสาทที่ไม่ใหญ่โตเท่ากับนครวัด แต่มีความแปลกและดูลี้ลับ มีพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวรที่ทอดมองลงมาจากยอดปราสาททั้ง 54 ยอด รวมแล้วถึง 216 หน้า หากขึ้นไปอยู่ภายในปราสาทนี้ ไม่ว่ามุมไหนก็หาได้รอดหลุดพ้นจากสายตาเหล่านี้ไปได้เลย..


ปรางค์ปราสาทบายนทั้ง 54 ปรางค์ถูกสลักเป็นภาพพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร ผินพระพักตร์ออกไปทั้งสี่ทิศ ทอดสายตามองลงมาเบื้องล่าง เพื่อสอดส่องดูแลทุกข์สุขของเหล่าพสกนิกรของพระองค์ ให้อยู่อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทุกพระพักตร์มีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา กรุณา ปัจจุบันจำนวนใบหน้าหลงเหลืออยู่ไม่ถึงจำนวน 216 หน้าแล้ว เนื่องจากได้สึกกร่อนพังทลายลงไปเป็นจำนวนหนึ่ง
Slides Gallery - ภาพชุดปราสาทบายน 1
[su_image_carousel source=“media: 19064,19065,19063,19067,19068,19072,19061” limit=“15” slides_style=“photo” crop=“3:4” align=“center” max_width=“100%” random=“yes”]
Slides Gallery - ภาพชุดปราสาทบายน 2
[su_image_carousel source=“media: 19052,19056,19055,19057,19058,19059,19060,19070,19071” limit=“15” slides_style=“photo” align=“center” max_width=“100%” random=“yes”]
ระเบียงคตนางอัปสรและปราสาทบาปวน
ตามระเบียงคตชั้นนอกมีภาพสลักนูนต่ำของเหล่านางอัปสรกำลังร่ายรำ ผนังด้านทิศตะวันออกมีภาพขบวนทหารและแม่ทัพนายกองของขบวนทัพพระเจ้าชัยวรมันที่ 7







ใกล้ๆ กับปราสาทบายนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นที่ตั้งของ ปราสาทบาปวน (Baphoun) อันเป็นปราสาทแรกที่ถูกสร้างขึ้นในกลุ่มปราสาทบายน มีสะพานหินยกระดับเป็นทางเดินทอดยาวเข้าสู่ตัวปราสาท
ปราสาทบาปวนเป็นปราสาทที่มียอดสูง มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ยอดปราสาทเคลือบด้วยทองสัมฤทธิ์ มีบันไดขึ้นไปสู่ด้านบนของปราสาทได้







ปราสาทพิมานอากาศและลานช้าง
ถัดจากปราสาทบาปวนขึ้นไปทางทิศเหนือ คือ ปราสาทพิมานอากาศ (Phimeanakas) ตัวปราสาทสร้างเป็นชั้นๆ ซ้อนกัน 3 ชั้นแบบปิรามิดด้วยศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความสูง 12 เมตร มีบันไดลาดชันเชื่อมโยง ขั้นบนสุดเป็นตัวปราสาท สร้างด้วยหินทราย ตามตำนานเล่าว่า ปราสาทนี้พระมหากษัตริย์ต้องเสด็จไปบรรทมกับนางนาคเก้าเศียรที่แปลงกายเป็นสาวงาม หากไม่ไปบรรทมหรือนางนาคไม่ปรากฏตัว หมายความว่าประเทศจะเสื่อมสลาย

ลานช้าง (Elephant Terrace) ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองนครธม หันหน้าเข้าสู่ลานกว้างที่เรียกว่าสนามหลวง ลักษณะเป็นระเบียงยาวประมาณ 350 เมตร สูงจากพื้น 3 เมตร ผนังฐานพลับพลาสร้างด้วยหินสลักเป็นรูปช้างและครุฑ พื้นพลับพลาเป็นหิน ตั้งอยู่ด้านหน้าประตูพระราชวัง มีมุขยื่นออกมาทั้งสองด้าน
จุดประสงค์ของการสร้างลานช้าง ก็เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับพระมหากษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ ตลอดจนการต้อนรับพระราชอาคันตุกะ




ประตูชัยและปราสาทตาแก้ว
ตรงประตูเมืองด้านทิศตะวันออกที่มีชื่อเรียกว่า ประตูชัย (Victory Gate) เป็นจุดแวะถ่ายภาพที่ดีอีกจุดหนึ่งที่น้อยคนจะรู้จัก เราสามารถเดินขึ้นไปบนเนินดินด้านข้างของซุ้มประตู ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ เราจะได้สัมผัสกับความเก่าแก่ของศิลปะโบราณและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ตัวเรานั้นช่างเล็กนิดเดียวเท่านั้น…





จากประตูชัยทางทิศตะวันออกของนครธม ข้ามแม่น้ำเสียมเรียบไปเล็กน้อย จะเจอกับ ปราสาทตาแก้ว (Ta Keo) ตัวปราสาทจัดว่ายังอยู่ในสภาพที่ดี มีความสูง 22 เมตร ปรางค์บริวาร 4 มุม ตรงกลางเป็นปรางค์ประธานบนฐานยกสูง กล่าวกันว่าปราสาทตาแก้วซึ่งมีฐานกำแพงขนาดใหญ่ เป็นต้นแบบของนครวัด




ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm)
จุดหมายสุดท้ายของเราในวันนี้ คือ ปราสาทตาพรหม (Ta Prohm) พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อถวายแก่พระราชมารดา เป็นวัดในพุทธศาสนาขนาดใหญ่มาก สร้างตามแบบวัดขอมในยุคสุดท้าย ช่วงที่ปราสาทถูกปล่อยทิ้งรกร้างไว้หลายร้อยปี ทำให้เกิดต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม มองดูเหมือนประหนึ่งว่าจะกลืนกินปราสาทตาพรหม










Unseen ที่ไกด์ท้องถิ่นชี้ให้ดู: ใบหน้าของเศียรพระที่ซ่อนตัวอยู่ในโพรงรากของต้นไม้ใหญ่



การเที่ยวชมปราสาทตาพรหม เราสามารถเข้าจากทางด้านหน้าและเดินทะลุมาออกทางด้านหลังได้

นครวัด-นครธม และปราสาทตาพรหมมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานและรู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังจากเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Tomb Raider เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว
ชมคลิปวิดีโอ: ฉากถ่ายทำ Tomb Raider ที่ปราสาทตาพรหม
โบราณสถานของอาณาจักรขอมในเสียมเรียบยังมีอีกเป็นจำนวนมาก ที่เรายังใช้เวลาไปสำรวจและเที่ยวชมไม่หมด เคล็ดลับในการมาเที่ยวชมอย่างได้อรรถรสและสนุกสนาน คือการได้มองข้ามความสวยงามไปยังเรื่องราว ความหมาย และประวัติศาสตร์ของสถานที่ต่างๆ เหล่านั้นโดยการค้นคว้าและศึกษา การเลือกใช้ไกด์ท้องถิ่นก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน..”O_O”